แนวทางในการจัดกิจกรรมและการดำเนินงานที่เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพในพื้นที่ 3 จังหวัด

เพื่อให้เกิดการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนโดยใช้วิถีทางสังคมของหลักศาสนาอิสลามและหลักกฏหมายรัฐธรรมนูญเป็นฐานหลักในการแก้ปัญหาซึ่งจะทำให้เกิดความยั่งยืน แต่อย่างไรก็ตามการที่จะนำรูปแบบต่างๆ มาปฏิบัตินั้นจะต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน คือ

  1. ประชาชนจะต้องเป็นฐานที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ โดยการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการคิด วางแผน และดำเนินการตามรูปแบบของกระบวนการยุติธรรม
  2. หน่วยงานทุกฝ่ายจะต้องหันมาร่วมมือกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และวางแผนร่วมกัน โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมคิด ร่วมแก้ไขปัญหาด้วยตัวของเขาเอง
  3. สถาบันการศึกจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในเชิงวิชาการเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพให้ประชาชนได้เรียนรู้และเข้าใจในกระบวนการ รวมทั้งสามารถประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับชุมชน ท้องถิ่นของตนเอง
  4. หน่วยงานของรัฐจะต้องมีมาตรการอย่างชัดเจนในการกำหนดนโยบาย วางแผนและมาตรการต่างๆ ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติที่จริงจังต่อการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
  5. เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต้องมีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่ก่อนเข้าไปปฏิบัติงา
  6. ผลการประเมินความพึงพอใจครั้งนี้เป็นเพียงข้อมูลชุดหนึ่งที่ประเมินจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อาจจะไม่ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ ทั้งนี้จึงควรมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งจากผู้เข้าร่วม อาสาสมัคร และผู้จัดกิจกรรม เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ที่ชัดเจนและครอบคลุม นำไปสู่การพัฒนาเป็นตัวแบบที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่จริงต่อไป