จำได้ว่ามีช่วงหนึ่งที่ รพ. ของตนเองมีการดำเนินงานเพื่อเรียนรู้การวิเคราะห์ Unit Cost ทางรพ. ได้เชิญวิทยากรมาให้ความรู้กันหลายครั้ง และได้ให้ในแต่ละหน่วยงานดำเนินงานวิเคราะห์ Unit Cost ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตน รวมทั้งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการในการดำเนินงานครั้งนี้ด้วย ในหน่วยงาน OPD สูตินรีเวชกรรมได้ลองวิเคราะห์ Unit Cost โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. สำรวจรายการค่าหัตถการที่มีในการให้บริการ เช่น ค่าตรวจภายใน ค่าตรวจอุลตร้าซาวน์ ค่าตรวจ Pap smear ค่าตรวจสุขภาพเด็กด้วยเครื่อง ค่าฉีดยา ค่าฝังยาคุมกำเนิด ฯ 2. บอกรายการและปริมาณการใช้วัสดุสิ้นเปลืองต่างๆที่ต้องใช้ในการทำหัตถการแต่ละหัตถการ เช่น ตรวจภายใน 1 ครั้ง ใช้สำลี 5 ก้อน ใช้เจล 1 ซีซี และลองประมาณการว่าแต่ละอย่างคิดเป็นจำนวนเงินเท่าไรแล้วนำมารวมกัน 3. ประมาณการค่าแรง 4. ประมาณการค่าเสื่อมราคาของอุปกรณ์ 5. ประมาณการค่าสถานที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ต่างๆ 6. รวมราคาทุกอย่าง ก็จะออกมาเป็นต้นทุนของการทำหัตถการ 1 หัตถการ ขั้นตอนเป็นตามที่กล่าวมา ถามว่าทำได้ไหม ต้องขอบอกว่าทดลองทำแล้วไม่รู้จะเอาราคาจากที่ไหน ไม่ว่าราคาสำลี ค่าแรง ค่าตึก ค่าน้ำ ค่าไฟ ตอนนั้นก็ได้พูดคุยกันว่าพวกราคากลางเช่นค่าน้ำค่าไฟ ค่าตึก ค่าวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ คณะกรรมการควรต้องหาข้อมูลราคามาให้เพื่อที่แต่ละหน่วยงานจะได้มีราคากลางไว้วิเคราะห์ งานนี้ทำกันไปทำกันมาก็เลยเงียบหายไป ที่หน่วยงานตนเองก็เลยเก็บรายการวัสดุต่างๆที่แจกแจงไว้ในการทำหัตถการเข้าแฟ้มไว้ก่อน เกิดวันดีคืนดีฮิตมาใหม่ก็ค่อยว่ากัน ตอนนี้เลยไม่มีใครพูดถึงใหญ่เพราะมีอัตราค่าบริการจากกรมบัญชีกลางที่กำหนดราคามา ถ้าคิดเกินไปกว่านั้นก็จะเบิกไม่ได้ ก็เลยคงไม่ต้องคิดกัน ไม่ทราบวิธีการคิดของกรมบัญชีกลางโดยละเอียด แต่น่าจะอาศัยหลักการตามที่กล่าวมาข้างต้น และกำหนดเป็นราคากลาง สรุปบทเรียนที่ผ่านมาทำให้รู้วิธีการคิดถึงจะไม่สำเร็จออกมาเป็นราคาที่แท้จริงก็ทำให้ทราบแนวทางในการวิเคราะห์ Unit Cost