GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เกาเหลาทิป อยากรู้ทิปต่างๆ มาดูใด้

เกาเหลาทิป

สาเหตุที่เรียก เกาเหลาทิป คือได้นำ ทิปต่างๆ จากหลายๆที่มารวมกัน บางส่วนเอามาจากที่ผมเคยเซฟไว้ในเครื่อง บางส่วนก็หาเพิ่มเติม และบาง ส่วนก็จากหนังสือต่างๆที่ผมมี แล้วนำมาลงในนี้

เทคนิคลดภาระเครื่องเพื่อให้ใช้งานได้ราบลื่นขึ้น (Win 98 , ME)


ผมจะขอแนะนำวิธีง่ายๆ แต่ได้ประโยชน์มหาศาลในการเพิ่มประสิทธิภาพของ com เรา ให้ทำงานหนักๆ ได้ง่ายขึ้น
อาทิเช่น การ Scandisk, Defragment และการเล่นเกมส์ 3D หรือเกมส์แนววางแผน

ซึ่งเซียน com หลายๆ ท่าน มักจะแนะนำให้เข้าไปทำการ Scandisk และ Defragment ใน Safe Mode กัน แต่บางคนอาจจะบอกว่าไม่สะดวก อีกทั้งเมื่อ run ใน Safe Mode การแสดงผลจะแย่สุดๆ คือ สีเพี้ยน แถมความละเอียดหน้าจอก็ลดลงมาก ทำให้ไม่สามารถใช้งานปกติต่างๆ ได้

ดังนั้นผมก็ขอเสนอให้ เก็บวิธี Safe Mode ไปใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้นจะดีกว่าครับ (กรณีที่ Boot แบบปกติไม่ขึ้น)

แล้วมาลองดูวิธีกันครับ ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้กับ Win 98, ME เท่านั้นครับ

สำหรับ Win 98, ME

- เริ่มจากใช้คำสั่ง Run... ที่ Start menu
- พิมพ์ msconfig (คงเริ่มร้องอ๋อ กันแล้วสำหรับคนที่เคยใช้บ่อย)
- จากนั้นในช่อง General >Selective startup ให้เราเอาเครื่องหมายถูกออกให้หมด เหลือแต่เพียงช่อง Process System.ini file
- จากนั้นก็ Restart เครื่องครับ.


ปรับแต่งฮาร์ดดดิสก์ให้ทำงานเต็มประสิทธิาพด้วยคุณสมบัติ DMA



เมนบอร์ดและฮาร์ดดิสก์ในปัจจุบันส่วนมากรองรับการทำงานแบบ DMA ที่สามารถรับส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ ต่าง ๆ โดยไม่ต้องเป็นภาระแก่ซีพียูมากนัก ทำให้ซีพียูยังพอมีทรัพยากรเหลือเฟือในการคำนวนงานด้านอื่น ๆ ระบบโดยรวมจึงทำงานได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น แต่ใน Windows Me/98 อาจไม่ได้กำหนดคุณสมบัตินี้ป็นมาตรฐาน มาให้ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจว่าเมนบอร์ดและฮาร์ดดิสก์ของเรารองรับคุณสมบัตินี้ก็ให้เข้าไปกำหนดค่าดังขั้นตอนต่อไปนี้
1 คลิกขวาที่ My Computer เลือก Properties
2 ที่หน้าต่าง System Properties ให้คลิกแท็บ Device Manager
3 ดับเบิ้ลคลิกทื่ Disk driver แล้วดับเบิ้ลคลิกไดรฟ์ GENERIC IDE DISK TYPE47
4 จะปรากฎหน้าต่าง GENERIC IDE DISK TYPE47 Properties ขึ้นมาให้คลิกแท็บ Setting
5 คลิกที่ช่อง DMA
6 จากนั้นคลิกปุ่ม OK
7 หน้าต่าง Unsupported hardware alert จะแสดงข้อความเตือนให้ระวังปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหากฮาร์ดดิสก์ หรือไดร์ฟ์ ซีดีรอม ของเราไม่รองรับคุณสมบัติ DMA ถ้าแน่ใจว่าไม่มีปัญหาให้คลิกปุ่ม OK
8 จะปรากฎหน้าต่าง System Setting Chang ขึ้นมา ให้คลิกปุ่มม Yes เพื่อ Restart ใหม่แล้วฮาร์ดดิสก์ของเราก็จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติ DMA


อยากทราบสเปกเครื่องที่ใช้จะต้องทำอย่างไร XP

หากต้องการทราบสเปกเครื่องที่ใช้งานอยู่ เราสามารถให้ Windows XP ทำการตรวจสอบได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. คลิกปุ่ม Start เลือกคำสั่ง Help and support
2. จะปรากฎหน้าต่าง Help and support ขึ้นมา ให้คลิกคำสั่ง Use Tools to view your computer information and diagnose problems
3. ที่กรอบ Tool ให้คลิกคำสั่ง My Computer Information จากนั้นที่ฝั่งด้านขวาให้คลิกคำสั่ง View general system information about this compute เพียงเท่านี้รายละเอียดต่าง ๆ ของสเปกเครื่องและระบบปฏิบัติการที่เราใช้อยู่ก็จะปรากฏขึ้นมา

ฟอร์เมตฮาร์ดดิสก์บ่อย ๆ ไม่ดีจริง ชัวร์หรือมั่วนิ่ม



ผู้ใช้คอมพิวเตอร์หลายคนมักจะคิดว่าการฟอร์เมตฮาร์ดดิสก์นั้นเป็นหนทางที่ดีสุด เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เกิดปัญหา วิธีนี้จะดีจริงหรือไม่ วันนี้มีคำตอบ
การฟอร์เมตฮาร์ดดิสก์บ่อย ๆ ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เพราะว่าจะทำให้โครงสร้างทางการยภาพของฮาร์ดดิสก์นั้นเสื่อม สำหรับข้อดีก็อยู่ที่ทำให้เราสามารถตรวจสอบ Bad Sector บนฮาร์ดดิสก์ โดยการใช้คำสั่งฟอร์เมต ซึ่งพิมพ์พารามิเตอร์ /C ส่วนการพิมพ์พารามิเตอร์ /U นั้นทำบ่อย ๆ ไม่ดี เพราะจะทำให้โครงสร้างของฮาร์ดดิสก์นั้นพัง มีอายุการใช้งานที่สั้นลง หรือ เสื่อมสภาพเร็ว แต่การใช้พารามิเตอร์นี้มักจะใช้แล้วเกิดประโยชน์ตรงที่ฮาร์ดดิสก์ของเราเกิด Bad Sector ขึ้นแล้ว ซึ่งก็ควรจะใช้ร่วมกับพารามิเตอร์ /C แต่ถ้าหากว่าเราฟอร์เมตฮาร์ดดิสก์ด้วยพารามิเตอร์ /Q นั้นก็จะไม่มีผลต่อโครงสร้างทางกายภาพของฮาร์ดดิสก์เท่าไหร่นัก เพราะว่าเป็นเพียงแค่การลบฟอร์เมตฮาร์ดดิสก์อย่างรวดเร็ว และสำหรับการฟอร์เมตฮาร์ดดิสก์ที่ไม่ได้ใส่พารามิเตอร์ใด ๆ เลยนั้นถือว่าปลอดภัยต่อฮาร์ดดิสก์ค่อนข้างสูง สามารถฟอร์เมตบ่อย ๆ ได้ เพราะการฟอร์เมตฮาร์ดดิสก์โดยไม่มีการใส่พารามิเตอร์นั้นก็ถือว่าไม่ได้เป็นการทำลายโครงสร้างของฮาร์ดดิสก์แต่อย่างใด สำหรับการแก้ไขปัญหาโดยการฟอร์เมตจริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นหนทางการแก้ไขที่ถูกต้องนัก ผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์แนะนำว่าให้ทำวิธีการนี้เป็นวิธีการสุดท้าย ใช้ในยามที่จำเป็น หรือหากว่า แก้ไขด้วยทางอื่นไม่ได้แล้ว เท่านั้น


เทคนิคการทำความสะอาด Card ต่าง ๆ



โดยปกติแล้ว คอมพิวเตอร์จะมี card ต่าง ๆ เชื่อมต่ออยู่ เช่น VGA Card, Lan Card, Scsi ซึ่งการ์ดเหล่านี้ วันดีคืนดี อาจไม่ทำงาน เนื่องจาก ความชื้นในอากาศ ทำให้เกิด อ๊อกไซด์ ที่หน้าสัมผัสการ์ด (บริเวณที่มีสีทอง ที่เสียบลงไปกับตัว main board) หรือปัญหาอาจมาจากฝุ่นและความสกปรกบริเวณที่ติดตั้งคอมพิวเตอร์ เราสังเกตุได้จากบริเวณหน้าสัมผัสที่จะมีสีทองที่ค่อนข้างเข้ม...

วิธีการแก้ไข

- ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
- ดึงปลั๊กไฟออก จากนั้นเปิดฝาตัวเครื่อง
- นำ card ที่คาดว่ามีปัญหาออกมา
- ใช้ยางลบดินสอ ถ้าให้ดีใช้ยางลบหมึก ถูบริเวณหน้าสัมผัสที่เป็นสีทอง
- ถูจนกระทั่งสีทองจะอ่อนลง (ทั้งสองด้าน)
เทคนิคการทำความสะอาด Card ต่าง ๆ


การเสียบ Ram ที่ความเร็วต่างกันในเครื่องเดียวกัน


ในกรณีที่ Ram มีความเร็วต่างกัน เมื่อเสียบใช้งานพร้อมกันอาจจทำให้เกิดปัญหา
ขึ้นมาได้ เช่น เครื่องรวน เพราะอัตราการส่งข้อมูลของ Ram ไม่เท่ากันนั่นเอง
นั่นคือ ส่งช้าบ้างเร็วบ้าง ทำให้ข้อมูลในหน่วยความจำมีความสเถียรต่ำ

หากคุณมี Ram อยู่ 2 ชุด ที่มีความเร็วไม่เท่ากัน ให้เสียบสลับตัวกันระหว่างตัวที่เร็ว
และช้ากว่า จะช่วยเพิ่มความสเถียรให้มากว่าเดิมได้ แต่สิ่งที่ควรทำก็คือ หา Ram
ที่มีความเร็วเท่ากันมาเสียบจะดีกว่า


วิธีการอ่านค่าความเร็วของ Athlon? XP ?



มีหลายท่านสงสัยว่าทำไมซีพียู AMD ที่ซื้อไปถึงมีความเร็วของสัญญาณนาฬิกา ไม่ตรงอย่างที่ซื้อ อย่างเช่นAMD รุ่น Athlon? XP 2000+ มีสัญญาณนาฬิกาอยู่ที่ 1.67GHz เท่านั้น แต่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ต่อ 1 สัญญาณนาฬิกา เทียบเท่า Pentium 4 ที่ใช้ความถี่สูงกว่าที่ 2.0GHz
สำหรับ Athlon? XP (Thoroughbred) เป็นรุ่นต่อจาก Athlon? XP (Palomino) นั้นผลิตด้วยเทคโนโลยี 0.13 ไมครอน (ตัว Palomino อยู่ที่ 0.18 ไมครอน) แต่ยังคงใช้การเรียก Model แบบเดิมอยู่
วิธีดูหมายเลขรุ่น (Model)
หมายเลขรุ่น(Model) = (1.5 x MHz) – 500
อย่างเช่น ซีพียู ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 1.6GHz
Model = (1.5 x 1670MHz) – 500
= 2005
ดังนั้น ชื่อ AMD Model ที่ความถี่ 1.67GHz นี้คือ Athlon? XP 2000+ นั่นเอง

ข้อมูลจาก A&L คอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ชอบรีสตาร์ทบ่อย ๆ สาเหตุเกิดจากอะไร

ปัญหาคอมพิวเตอร์ชอบรีสตาร์ทบ่อย ๆ หลายครั้งมักเกิดหลังจากการอัพเกรดอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าไปใหม่ โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากการใช้แรมคนละยี้ห้อ หรือมีบัสที่แตกต่างจากแรมที่มีอยู่เดิม ดังนั้นการตรวจเช็คจึงควรถอดแรมที่อัพเกรดเข้าไปใหม่ออกเสียก่อน แล้วจึงทดลองใช้งานหากปัญหานี้หมดไป นั่นแสดงว่าป็นเพราะแรมตัวใหม่ นั่นเอง

นอกจากแรมแล้วยังมีอุปกรณ์อีกตัวหนึ่งซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เครื่องชอบรีสตาร์ทอยู่บ่อยนั่นคือเพาเวอร์ซัพพลาย หากภายในเคสของเรามีการติดตั้งอุปกรณ์มากเกินไปและแต่ละตัวก็ล้วนกินไฟค่อนข้างมาก เช่น ติดตั้ง ฮาร์ดดิสก์ 2 ตัว หรือติดตั้งการ์ดจอ 3 มิติราคาแพง อุปกรณ์เหล่านี้อาจทำให้เพาเวอร์ซัพพลายจ่ายไฟไม่เพียงพอจนทำให้เครื่องต้องรีสตาร์ทใหม่อยู่บ่อย ๆ ทางแก้คือให้เปลี่ยนเพาเวอร์ซัพพลายตัวใหม่ที่มีวัตต์สูงกว่าเดิม


Hyper-Threading คืออะไร ?



เทคโนโลยี Hyper Threading เป็นเทคโนโลยีใหม่ของ โปรเซสเซอร์จากค่าย Intel ที่ทำให้ได้งานเพิ่มมากขึ้น แต่ยังคงใช้เวลาเท่าเดิม
ปกติแล้วการทำงานของซีพียู เมื่อมี โปรเซส (งานที่จะเข้าประมวลผลใน CPU) จำนวนมากกว่า 1 โปรเซสเข้าคิวเพื่อรอการประมวลผล ระบบปฏิบัติการจะทำการจัดสรรเวลาแต่ละโปรเซส (อาจจะเท่ากันหรือไม่ก็ได้) เพื่อสลับการทำงานแต่ละโปรเซส
ในการเข้าไปประมวลผลที่ CPU แต่เนื่องด้วยการทำงานของ CPU เร็วมากจนเหมือนว่าโปรเซสสามารถทำงานได้พร้อมๆกันหลายโปรเซส และจะเห็นเครื่องทำงานช้าเมื่อมีโปรเซสจำนวนมากหรือการมีโปรเซสขนาดใหญ่รอคิวเพื่อไปประมวลผลที่ CPU ด้วยเหตุนี้ทางอินเทลได้คิดค้นพัฒนา โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ที่สามารถกำจัดข้อบกพร่องดังกล่าว
ด้วยเทคโนโลยี ไฮเปอร์ เทรดติ้ง (Hyper-Threading)ระบบปฏิบัติการจะมองเห็น CPU เป็น 2 ตัว (ทั้งที่จริงมีแค่ตัวเดียว) ทำให้การประมวลผล สามารถทำงานได้พร้อมๆ กัน ถึง 2 โปรเซส ทำให้สามารถลดเวลาการทำงานลงได้มาก
(โดยอินเทลอ้างว่า สามารถเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม 25-30%)
ทำอย่างไรให้ PC ของท่านใช้งานเทคโนโลยีนี้ได้ ?
1. ใช้ CPU ของอินเทล Pentium 4 2.4C ขึ้นไป (ต้องลงท้ายด้วย C )
2. เมนบอร์ดที่สนับสนุน Hyper-Threading
3. เปิดการทำงาน Hyper-Threading ที่ ไบออส
4. ระบบปฏิบัติการ Windows XP ขึ้นไป (็Home, Professional) Linux ,Unix

ทิปโดยคุณวัชเรนทร์ เพชรล้วน ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้


พีซีของคุณไฮเปอร์ฯ หรือเปล่า ?



คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่า คอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ตอนนี้สนับสนุน Hyper-Threading หรือไม่? เพราะมันอาจจะเป็นเพียงแค่คำบอกเล่าของพนักงานขายก็ได้ใครจะไปรู้ ในขณะที่คุณก็หลงเชื่อไปว่าได้ใช้เทคโนโลยีนี้จริงๆ WinTip มียูทิลิตี้ที่ใช้ทดสอบระบบมาฝากกันครับ

Intel ได้พัฒนายูทิลิตี้เล็กๆ ขึ้นมาตัวหนึ่ง เพื่อใช้ตรวจสอบว่า ระบบของคุณมีชิ้นส่วนใดบ้างที่สนับสนุนการทำงาน Hyper-Threading ไม่ว่าจะเป็นชิปเซต, ไบออส และโพรเซสเซอร์
คุณสามารถดาวน์โหลดยูทิลิตี้ตัวนี้ได้ที่หน้า download ของเว็บไซต์ Intel แล้วเลือกเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นที่คุณต้องการ
สำหรับไฟล์ที่ได้จะมีนามสกุล .msi ซึ่งคุณสามารถดับเบิ้ลคลิก (หรือคลิกขวาบนไอคอน แล้วเลือกคำสั่ง Install) เพื่อติดตั้ง แล้วสั่งรันได้ทันที ระบบจะแจ้งให้ทราบว่า เครื่องคอมพ์ของคุณสามารถทำงานกับซีพียู Hyper-Threading ได้ หรือไม่? ขอให้โชคดีนะครับ

จากหนังสือ Commart

RAM เสีย รู้ได้อย่างไร ?

หน่วยความจำเสียเกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก แต่น้อยคนจะทราบว่ามันเสีย เพราะอุปกรณ์ตัวนี้ไม่ได้แสดงอาการที่หนักหนาอะไรเหมือนกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ฮาร์ดิสก์หรือซีพียู ที่ทำให้พีซีไม่สามารถใช้งานได้เลย วันนี้เรามีสัญญาณบอกเหตุให้รู้ว่าหน่วยความจำเสียมาฝากครับ
ให้สังเกตุอาการต่างๆดังต่อไปนี้

- เกิดจอฟ้าขึ้นระหว่างใช้งาน พร้อมข้อความแจ้งเตือนต่างๆ ซึ่งผู้ใช้ต้องรีบูตเครื่องใหม่เท่านั้น

- เกิดจอฟ้าระหว่างการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 2000 และ Windows XP

- เกิดอาการเครื่องแฮงค์ระหว่างการใช้งานโดยไม่ทราบสาเหตุ

- เกิดอาการจอฟ้าระหว่างเปิดโปรแกรมหรือเกม ที่ต้องใช้หน่วยความจำเป็นจำนวนมาก เช่น เกมสามมิติต่างๆ โปรแกรมกราฟฟิก รวมถึงโปรแกรมสำหรับทดสอบเครื่อง

- เกิดภาพที่แสดงออกมาผิดเพี้ยน ซึ่งสาเหตุอาจจะรวมไปถึงตัวการ์ดจอมีปัญหาได้

- ไม่สามารถบูตเครื่องได้ ซึ่งตัวเครื่องจะส่งสัญญาณออกมาให้ทราบว่าหน่วยความจำมีปัญหา หรือว่าจะแสดงให้เห็นบนจอภาพเช่น Memory test fail เป็นต้น

จากหนังสือ Commart

RAM เสีย แก้ไขได้อย่างไร ?

การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นที่นิยมใช้กันก็คือ หลังจากที่เราทดสอบหน่วยความจำและพบว่ามีปัญหาจริงๆให้เปิดฝาเคส ถอดหน่วยความจำทั้งหมดออก จากนั้นทำความสะอาดตัวเมนบอร์ดตรงส่วนของสล็อตหน่วยความจำ และตัวแผงหน่วยความจำให้ทำความสะอาดส่วนของผิวสัมผัสที่เป็นสีทองโดยใช้ยางลบธรรมดานี่แหละครับ ถูไปถูมาจนสังเกตได้ว่าสีผิวสัมผัสเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นใส่กลับเข้าไป แล้วลองเปิดใช้งานดูครับ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้งานได้ดีเช่นเดิมนะครับ เพราะการทำวิธีนี้เป็นการแก้ปัญหาเรื่องของความสกปรกของตัวแผงหน่วยความจำเท่านั้นเอง

ส่วนถ้าปัญหาเกิดขึ้นที่ชิบหน่วยความจำให้นำไปเคลมที่ร้านได้เลยครับ เพราะในขณะนี้ หน่วยความจำส่วนใหญ่จะรับประกันแบบ Life Time Warranty ซึ่งก็คือ การรับประกันจะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อไม่มีการผลิตหน่วยความจำประเภทนั้นๆแล้วนั่นเอง

จากหนังสือ Commart

ปรับความเร็วโดยเพิ่มประสิทธิาพให้ ซีพียู XP



เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้ซีพียูโดยปรับขนาดของ Cash L2 ที่เหมาะสมในซีพียูดูการปรับดังนี้
1. คลิกที่ Start
2. เลือกแถบรายการ Run
3. ที่ช่อง Open พิมพ์คำว่า regedit แล้วคลิกปุ่ม OK
4. เข้าไปปรับแต่งที่ HKEY_LOCAL_MACHIN\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Session Manager\Memory Management
5. ที่หน้าต่างด้านบนขวา ให้คลิกที่ SecondLevlData...
6. เลือกรายการ Modify
7. จะปรากฎหน้าต่าง Edit DWORD Value
8. ที่กรอบรายการ Base : คลิกเม้าส์ที่ Decimal ( ใส่ตัวเลขธรรมดา)
9. ที่กรอบรายการ Value data : ใส้ค่าไป 125 (ดูได้จากคู่มือเมนบอร์ดและซีพียูบางรุ่นอาจเป็น Cash L2 ขนาด 256 หรือ 512)
10 คลิก OK

จากหนังสือ เทคนิคเด็ด Windows XP



แรมและการ์ดจอต้นเหตุของจอภาพมืด


เมื่อเปิดเครื่องแล้วพบว่าจอภาพมืดไม่แสดงภาพ อาการนี้อย่างมักเกิดจากแรมและกดาร์ดจอ ดังนั้นสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนก็คือลองขยับแรม และการ์ดจอดูอีกครั้ง โดยแนะนำให้ถอดแรมและการ์ดจอออกก่อน หลังจากนั้นก็ติดตั้งเข้าไปใหม่ ถ้าแรมหรือการ์ดจอไม่เสีย ก็จะใช้งานได้ปกติ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเช่นนี้ก็เพราะขาเสียบของอุปกรณ์สกปรก (หน้าสัมผัสส่วนที่เป็นทองแดง) พอนำมาทำความสะอาดก็นำไปใช้งานได้เหมือนเดิม สำหรับการทำความสะอาดก็ไม่ยาก ให้ใช้ยางลบดินสอถูที่หน้าสัมผัสเท่านั้นเอง


ดูข้อมูลของระบบต่าง ๆ ในเครื่องอย่างละเอียด XP



ง่ายมากครับให้กด Start >Run แล้วพิมพ์ winmsd แล้วคลิก OK หน้าต่าง System Information จะปรากฎขี้นมา คุณสามารถดูรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมของระบบทั้ง Hardwre และ Software รวมถึงการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ ซึ่งคุณสามารถ Export ข้อมูลทั้งหมดออกมาเป็นไฟล์ข้อความเพื่อนำไปใช้งานได้อีกด้วย

เครื่องฟ้องฮาร์ดดิสก์ Error แก้ไง ???


คำถาม: ฮาร์ดดิสก์ของผมถูกเครื่องฟ้องว่า hard-disk error ซึ่งไม่สามารถใช้งานได้ทั้งที่ผมลองเปิดฝาเคสฟังเสียงฮาร์ดดิสก์ดูก็ยังได้ยินเสียงจานหมุนอยู่ อยากทราบว่าเป็นเพราะอะไร?

คำตอบ:
- ในกรณีนี้ให้ลองตรวจสอบสายสัญญาณอินเทอร์เฟซว่าเสียบไว้ถูกต้องหรือไม่ และแน่นดีแล้วกับไดรฟ์และคอนโทรลเลอร์
- ให้ลองสายสัญญาณเส้นใหม่ ดูว่าไดรฟ์ตัวแรกที่ถูกกำหนดไว้เป็น Master และตัวที่สองที่กำหนดเป็น Slave ถูกต้องหรือไม่
- สำหรับไดรฟ์ SCSI ให้ดูว่าไดรฟ์แต่ละตัวกำหนดค่า ID ที่ไม่ซ้ำกัน และตรวจดูว่าบัส SCSI มีส่วนปิดท้ายที่ถูกต้องด้วย
- ให้เข้าสู่รูทีน CMOS Setup และดูว่าพารามิเตอร์ทั้งหมดที่ป้อนให้กับไดรฟ์ถูกต้องหรือไม่ Heads, Cylinders, Sectors per track, Landing zone และ Write precompensation ต้องถูกต้องทั้งหมด ไม่เช่นนั้นแล้ว POSt ก็จะไม่รู้จักไดรฟ์ตัวนี้
- ให้ลองใช้ความสามารถ autodetect ถ้ามี CMOS ถูกคอนฟิกไว้ถูกต้องแล้ว ก็อาจสงสัยที่การแบ่งพาร์ทิชันให้บูตจากฟลอปปี้ดิสก์ และรัน FDISK เพื่อตรวจสอบพาร์ทิชันบนฮาร์ดดิสก์ ให้แน่ใจว่าพบ DOS partition อย่างน้อยหนึ่งตัว
- ถ้าไดรฟ์นี้เป็นตัวบูต primary partition ต้องถูกกำหนดแอกทีฟและเป็น bootable ไว้ด้วย
- ให้แบ่งพาร์ทิชันและฟอร์แมตใหม่ถ้าจำเป็น

หลังจากนั้นให้ลองใช้ฮาร์ดดิสก์ หรือคอนดทรลเลอร์ตัวอื่นดูบ้าง ถ้าพบว่าไดรฟ์ตัวอื่นมีสภาพดีทำงานได้ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าไดรฟ์ตัวเก่าเสีย ถ้าทำงานไม่ได้ก็อาจจะต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดครับ

ข้อมูลจาก นิตยสาร WinMag


การจัดวางพัดลมในเคสทำอย่างไรให้ระบายความร้อนได้ดี
สำหรับตำแหน่งการวางพัดลมที่ถูกต้อง เราควรจะวางพัดลมหน้าเคสไว้ที่ส่วนล่างของเคส และพัดลมด้านหลังเคส เราควรวางไว้ตำแหน่งที่สูงประมาณใต้ Power Supply ครับ การวางพัดลมในลักษณะนี้จะช่วยให้อากาศเย็นไหลเข้ามาในเคสทางด้านล่าง และอากาศร้อนจะไหลออกไปทางด้านบน ส่วนพัดลมด้านข้างเคส จะติดหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าพัดลมมากตัว ก็ระวังจะมีปัญหาเรื่องเสียงรบกวนตามมานะครับ


การทาซิลิโคนระหว่างซีพียูและฮีตซิงค์ควรทาหนา ๆ หรือบาง ๆ ดีนะ

บางคนก็ว่าหนา ๆ ดี บางคนก็ว่าบาง ๆ ดี เอาเป็นว่าผมมีข้อสรุป การทาซิลิโคนระหว่างหน้าสัมผัสซีพียูและฮีตซิงค์ ถ้าเป็นซิลิโคนประเภทผสมโลหะ (สังเกตุว่าเนื้อซิลิโคน จะเป็นสีเงินด้าน ๆ ) ซิลิโคนชนิดนี้เวลาทา จะต้องทาบาง ๆ ถ้าหนาเกินไป จะกลับกลายเป็นส่งผลไม่ดีได้เหมือนกัน( ไม่ลดอุณหภูมิ) วิธีการทาที่ดีก็คือ ให้ใช้นิ้วเกลี่ยทาให้บางที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมีข้อแม้ว่า ต้องไม่บางจนเห็นผิวหน้าสัมผัสของโหหะครับ

****การลง WindowsXP ใหม่อย่างรวดเร็ว****
เมื่อWindows ของท่านเกิดปัญหา โก๊สต์ก็ไม่ได้ทำไว้ หรือทำไว้แต่ขี้เกียจต้องมาปรับค่าต่าง ๆ ให้เป็นปัจจุบัน จะลงใหม่กทั้งหมดเลย ก็ดูกระไรอยู่ ลองทำตามวิธีนี้ครับ:-

1. เปิดเครื่องบูตเข้าสู่วินโดว์สตามปกติ
2. นำแผ่น Setup CD ของวินโดว์สใส่ลงในไดรฟ์ซีดีรอม
3. คลิกปุ่ม Start -> Run
4. พิมพ์คำสั่ง E:\i386\winnt32 /unattend แล้วคลิกปุ่ม OK
5. โปรแกรมติดตั้งจะเริ่มดำเนินการติดตั้งวินโดว์สให้คุณใหม่โดยยังคงรักษา ค่าการทำงานต่างๆ เอาไว้เหมือนเดิม

4 วิธีในการทำให้เครื่องคอมฯ มีอายุยาวนานขึ้น
"การป้องกัน ย่อมดีกว่าการแก้ไข" จริงหรือเปล่าครับ ! วิธีง่ายๆ ในการช่วยทำให้อายุของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมีอายุที่ยาวนานขึ้น

1.หลีกเลี่ยงการตั้งเครื่องคอมฯ ในบริเวณที่มีการสูบบุหรี่

ควันบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญทำให้เครื่องคอมฯ มีปัญหาได้ เพราะเขม่าควันจะทำให้เกิดคราบ ทำให้อุปกรณ์เชื่อมต่อกับเครื่องมีปัญหาได้


2.หลีกเลี่ยงให้เครื่องคอมฯ ทำงานตลอดเวลา

ถ้าไม่ได้ใช้งาน ควรปิดเครื่องคอมฯ เสีย ทั้งนี้เพื่อให้อุปกรณ์ต่างๆ ให้พักบ้าง อย่างไรก็ตามเราสามารถระบบ * Power Management ในการช่วยเหลือได้ (คลิกขวาที่หน้าจอ เลือก Properites -> Screen Saver จากนั้นเลือก Power)
 


* Power Management จะเป็นโปรแกรมจัดการเรื่องการใช้พลังงานในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น monitor, harddisk, cpu เป็นต้น โดยการกำหนดเวลาว่า ถ้าไม่มีการใช้งานในระยะเวลาหนึ่ง ให้ทำการหยุดการทำงานในอุปกรณ์นั้นๆ เช่น ตั้งเวลาไว้ 30 นาที ไม่มีการใช้งานให้ ปิดหน้าจออัตโนมัติ เพื่อประหยัดพลังงาน เป็นต้น


3.หลีกเลี่ยงให้จอภาพทำงานตลอดเวลา

สามารถทำได้โดยปิดสวิทซ์ที่จอภาพในขณะที่ไม่มีการใช้งาน โดยเฉพาะสำนักงานที่พักเที่ยงในตอนกลางวัน หรือใช้ระบบ Power Management ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟของคุณได้ด้วย


4.ระวังเวลาขนย้ายเครื่องคอมฯ

ก่อนการเคลื่อนย้าย หรือเปิดฝาเครื่อง ต้องปิดและดึงปลั๊กไฟเสมอทกครั้ง เพื่อป้องกันไฟช๊อต

Recall Command
เรียกคำสั่งเดิม ๆ โดยไม่ต้องพิมพ์ซ้ำ

ถ้าคุณเป็นผู้หนึ่งที่มักพิมพ์คำสั่งต่าง ๆ ใน DOS/Command คุณทราบหรือไม่ว่า เราสามารถให้คอมพิวเตอร์จดจำคำสั่งต่าง ๆ ที่คุณพิมพ์เข้าไป โดยคุณสามารถเรียกดูคำสั่งย้อนหลังได้ด้วย ถ้ายังไม่ทราบ ลองวิธีของผมดูครับ..

1.เข้าไปยัง DOS/Command โดยการพิมพ์คำสั่ง command ในช่อง Run หรือ
2.เลือกคลิกปุ่ม Start เลือก Programs และเลือก MS-DOS Prompt
3.ก่อนใช้งานใด ๆ ให้พิมพคำสั่ง DOSKEY
4.จากนั้นเริ่มใช้งานได้ตามความต้องการ
5.ขอดูคำสั่งที่เคยเรียกไปแล้ว โดยการเลื่อนลูกศรขึ้น-ลง บน keyboard

Find Serial No.
วิธีตรวจสอบ Serial No. ของโปรแกรม


การติดตั้งโปรแกรมโดยทั่วไป ส่วนใหญ่โปรแกรมจะให้เข้าใส่ Serial No. หรือเรียกเป็นทางการว่า เลขที่รับอนุญาติ ในการใช้โปรแกรม บางครั้งถ้าเราลืม แต่ได้มีการติดตั้งโปรแกรมนั้น ๆ เข้าไปแล้ว เราสามารถดูหมายเลข Serial No. ของโปรแกรมเหล่านั้นได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้


1.คลิกเมนู Start เลือก Run
2.พิมพ์คำว่า regedit
3.คลิกเลือก HKEY_LOCAL_MACHINE
4.คลิกเลือก Software
5.จากนั้นให้เลือก software ที่เราต้องการดู
6.หน้าต่างทางขวา ให้ดูข้อความ Serial No.


7.บางโปรแกรม Serial No. จะอยู่ ที่ HKEY_CURRENT_USER และอยู่ใน sub Software เช่นเดียวกัน

ขอขอบคุณคุณหินกลิ้ง จาก board justusers ครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): เกาเหลาทิป
หมายเลขบันทึก: 77931
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)