ต่อจากบทความที่ผ่านมาในงานวิจัยเชิงคุณภาพในหลักการพื้นฐานและการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ ผู้เขียนได้เขียนเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลและการตรวจสอบข้อมูลโดยใช้หลักความวางใจ ในวันนี้เรามาเรียนรู้เรื่องการตรวจสอบข้อมูลในส่วนที่เหลืออีก 2 เรื่อง ความเชื่อใจ เป็นเกณฑ์ประเมินว่าข้อมูลหลักฐานที่รวบรวมได้จากภาคสนามและผลการศึกษาวิจัยที่สร้างสรรค์ขึ้นจากกระบวนการแสวงหาความรู้ความจริงดำเนินไปอย่างสมเหตุสมผล (Logical) มั่นคง (Stable) สามารถติดตามตรวจสอบได้ (Traceable) มีเอกสารและร่องรอยสนับสนุน (Documented) หรือไม่ เพียงใด การเพิ่มความเชื่อใจของข้อมูลหลักฐานและผลการวิจัย กระทำได้ดังนี้

              1. การตรวจสอบร่องรอย ( Audit trail) เป็นการตรวจสอบข้อมูลหลักฐานต่างๆเพื่อสืบค้นหาร่องรอยที่แสดงให้เห็นว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาสาระของประเด็นคำถามการวิจัย ข้อมูลหลักฐานและผลการวิเคราะห์ข้อมูลหลักฐานเพื่อตอบประเด็นคำถามงานวิจัยกันอย่างสอดคล้องกลมกลืนและมีความหมายหรือไม่เพียงใด เอกสารหลักฐานที่ควรตรวจสอบร่องรอย ได้แก่ 

1.1 แหล่งข้อมูลหลักฐานและการบันทึกข้อมูลหลักฐานจากการเก็บรวบรวมใน ภาคสนาม

1.2  การวิเคราะห์และตีความหมายเพื่อลดขนาดข้อมูลหลักฐาน 1.3  การก่อรูปและสรรค์สร้างความรู้ความจริงขึ้นใหม่และบทสรุปที่ได้จากการสังเคราะห์

1.4 บันทึกเกี่ยวกับกระบวนการและระเบียบวิธีแสวงหาความรู้ความจริง

1.5  เอกสารหลักฐานบ่งชี้มูลเหตุจูงใจ

1.6  สารสนเทศเกี่ยวกับการสร้างและพัฒนาคำถามในแบบสัมภาษณ์และสังเกต

               2.การตรวจสอบโดยศึกษาทัศนะของนักวิจัย (Investigator’s position) เป็นการตรวจสอบท่าทีหรือจุดยืนของนักวิจัยที่มีต่อกระบวนการแสวงหาความรู้ความจริงซึ่งประกอบด้วยหัวข้อดังนี  หัวข้อปัญหาหรือโจทย์วิจัย /          กระบวนทัศน์ในการแสวงหาความรู้ความจริง /   แนวคิดทฤษฎีที่ใช้เป็นกรอบอ้างอิง / ระเบียบวิธีการแสวงหาความรู้ความจริง /  การเลือกตัวอย่างและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐาน /   การวิเคราะห์และตีความหมายข้อมูลหลักฐาน  

          3. การเชื่อมโยงแบบสามเส้า ( Triangulation) วิธีการนี้นอกจากประเมินความวางใจ ยัง สามารถนำมาใช้ตรวจสอบความเชื่อใจได้อีกด้วยโดยเฉพาะวิธีการที่ใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมลที่แตกต่างกัน

          ความรับรอง ( Conformability) เป็นการตรวจสอบที่แสดงให้เห็นผลว่าการศึกษาวิจัยไม่ใช่สิ่งที่แต่งเติมสร้างสรรค์ขึ้นมาจากอารมณ์ ความรู้สึก หรือ จินตนาการใด ๆ ของนักวิจัย ในทางปฏิบัติการตรวจสอบการให้ความรับรองมักนิยมกระทำร่วมกับการตรวจสอบความเชื่อใจ เช่น ใช้วิธีการตรวจสอบร่องรอยเพื่อติดตามสืบเสาะจากร่องรอยหลักฐานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากงานวิจัย เช่น สมุดบันทึกการสังเกตการณ์ในภาคสนาม และใบสำเนาถอดเสียงถ้อยคำให้สัมภาษณ์    เราจะพบว่าแม้แต่งานวิจัยเชิงคุณภาพที่ไม่มีการหลักสถิติในการตรวจสอบแต่เราสามารถที่มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่เราได้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องน่าเชื่อถือ ถ้าเราใช้หลักที่กล่าวมาในการตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นระบบได้

                                                                                    

 รุ่งกานต์  ปราชญ์ศรีภูมิ สม.4