วิจัยเชิงคุณภาพ

ต่อจากบทความที่ผ่านมาในงานวิจัยเชิงคุณภาพในหลักการพื้นฐานและการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ ผู้เขียนได้เขียนเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลและการตรวจสอบข้อมูลโดยใช้หลักความวางใจ ในวันนี้เรามาเรียนรู้เรื่องการตรวจสอบข้อมูลในส่วนที่เหลืออีก 2 เรื่องความเชื่อใจ เป็นเกณฑ์ประเมินว่าข้อมูลหลักฐานที่รวบรวมได้จากภาคสนามและผลการศึกษาวิจัยที่สร้างสรรค์ขึ้นจากกระบวนการแสวงหาความรู้ความจริงดำเนินไปอย่างสมเหตุสมผล (Logical) มั่นคง (Stable) สามารถติดตามตรวจสอบได้ (Traceable) มีเอกสารและร่องรอยสนับสนุน (Documented) หรือไม่ เพียงใด การเพิ่มความเชื่อใจของข้อมูลหลักฐานและผลการวิจัย กระทำได้ดังนี้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 0cm 14.2pt 1.0cm 42.55pt 2.0cm 70.9pt 3.0cm 99.25pt 4.0cm 127.6pt 5.0cm 155.95pt 6.0cm" class="MsoNormal">              1. การตรวจสอบร่องรอย (Audit trail) เป็นการตรวจสอบข้อมูลหลักฐานต่างๆเพื่อสืบค้นหาร่องรอยที่แสดงให้เห็นว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาสาระของประเด็นคำถามการวิจัย ข้อมูลหลักฐานและผลการวิเคราะห์ข้อมูลหลักฐานเพื่อตอบประเด็นคำถามงานวิจัยกันอย่างสอดคล้องกลมกลืนและมีความหมายหรือไม่เพียงใด เอกสารหลักฐานที่ควรตรวจสอบร่องรอย ได้แก่ </p><blockquote>

1.1แหล่งข้อมูลหลักฐานและการบันทึกข้อมูลหลักฐานจากการเก็บรวบรวมในภาคสนาม

1.2  การวิเคราะห์และตีความหมายเพื่อลดขนาดข้อมูลหลักฐาน1.3 การก่อรูปและสรรค์สร้างความรู้ความจริงขึ้นใหม่และบทสรุปที่ได้จากการสังเคราะห์

1.4บันทึกเกี่ยวกับกระบวนการและระเบียบวิธีแสวงหาความรู้ความจริง

1.5  เอกสารหลักฐานบ่งชี้มูลเหตุจูงใจ

1.6  สารสนเทศเกี่ยวกับการสร้างและพัฒนาคำถามในแบบสัมภาษณ์และสังเกต </blockquote><p>               2.การตรวจสอบโดยศึกษาทัศนะของนักวิจัย (Investigator’s position) เป็นการตรวจสอบท่าทีหรือจุดยืนของนักวิจัยที่มีต่อกระบวนการแสวงหาความรู้ความจริงซึ่งประกอบด้วยหัวข้อดังนี หัวข้อปัญหาหรือโจทย์วิจัย /         กระบวนทัศน์ในการแสวงหาความรู้ความจริง /  แนวคิดทฤษฎีที่ใช้เป็นกรอบอ้างอิง / ระเบียบวิธีการแสวงหาความรู้ความจริง / การเลือกตัวอย่างและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐาน /  การวิเคราะห์และตีความหมายข้อมูลหลักฐาน </p><p>          3. การเชื่อมโยงแบบสามเส้า (Triangulation) วิธีการนี้นอกจากประเมินความวางใจ ยังสามารถนำมาใช้ตรวจสอบความเชื่อใจได้อีกด้วยโดยเฉพาะวิธีการที่ใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมลที่แตกต่างกัน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 0cm 14.2pt 1.0cm 42.55pt 2.0cm 70.9pt 3.0cm 99.25pt 4.0cm 127.6pt 5.0cm 155.95pt 6.0cm" class="MsoNormal">         ความรับรอง (Conformability) เป็นการตรวจสอบที่แสดงให้เห็นผลว่าการศึกษาวิจัยไม่ใช่สิ่งที่แต่งเติมสร้างสรรค์ขึ้นมาจากอารมณ์ ความรู้สึก หรือ จินตนาการใด ๆ ของนักวิจัย ในทางปฏิบัติการตรวจสอบการให้ความรับรองมักนิยมกระทำร่วมกับการตรวจสอบความเชื่อใจเช่น ใช้วิธีการตรวจสอบร่องรอยเพื่อติดตามสืบเสาะจากร่องรอยหลักฐานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากงานวิจัย เช่น สมุดบันทึกการสังเกตการณ์ในภาคสนาม และใบสำเนาถอดเสียงถ้อยคำให้สัมภาษณ์   เราจะพบว่าแม้แต่งานวิจัยเชิงคุณภาพที่ไม่มีการหลักสถิติในการตรวจสอบแต่เราสามารถที่มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่เราได้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องน่าเชื่อถือ ถ้าเราใช้หลักที่กล่าวมาในการตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นระบบได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 0cm 14.2pt 1.0cm 42.55pt 2.0cm 70.9pt 3.0cm 99.25pt 4.0cm 127.6pt 5.0cm 155.95pt 6.0cm" class="MsoNormal">                                                                         </p><blockquote><blockquote><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 0cm 14.2pt 1.0cm 42.55pt 2.0cm 70.9pt 3.0cm 99.25pt 4.0cm 127.6pt 5.0cm 155.95pt 6.0cm" class="MsoNormal"> รุ่งกานต์  ปราชญ์ศรีภูมิ สม.4</p></blockquote></blockquote>