โสภา พิศจาร, วัลยา ธรรมพนิชวัฒน์ และไข่มุก วิเชียรเจริญ
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
วัตถุประสงค์
- เพื่อศึกษาผลของการให้ข้อมูลแบบรูปธรรม-ปรนัยต่อความวิตกกังวลของมารดาที่มีบุตรจะเข้ารับการสวนหัวใจ โดยใช้ทฤษฎีการควบคุมตนเองของจอนห์สัน (1999) เป็นกรอบแนวคิด
วิธีการวิจัย
- เป็นการวิจัยเชิงทดลอง เลือกกลุ่มตัวอย่างจำนวน 54 ราย กสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี สุ่มเข้ากลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุมโดยวิธีจับฉลาก ได้กลุ่มละ 27 รายเท่ากัน กลุ่มทดลองได้รับข้อมูลแบบรูปธรรม-ปรนัยผ่านสื่อคอมพิวเตอร์ เป็นข้อมูลที่อธิบายเกี่ยวกับความรู้สึกทางประสาทสัมผัสและอาการแสดงที่เกิดขึ้น ตามลำดับเหตุการณ์ ลักษณะสภาพแวดล้อม และสาเหตุของความรู้สึกทางประสาทสัมผัส อาการและเหตุการณ์ที่ประสบ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ ผู้วิจัยใช้แบบวัดความวิตกกังวลขณะเผชิญของสปีลเบอร์เกอร์ ประเมินความวิตกกังวลของกลุ่มตัวอย่างก่อนการทดลอง (pre-test) ในวันแรกที่บุตรเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 1-2 ชั่วโมงก่อนการสวนหัวใจ (post-test I) และ 3-4 ชม. หลังการสวนหัวใจ (post-test II) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย และ ANCOVA ใช้คะแนนความวิตกกังวลก่อนการทดลองเป็นตัวแปรร่วม
ผลการวิจัย
1. คะแนนวิตกกังวลของมารดากลุ่มทดลองก่อนการสวนหัวใจ และหลังการสวนหัวใจ ต่ำกว่าคะแนนความวิตกกังวลก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัยทางสถิติ (P< 0.001)
2. คะแนนความวิตกกังวลของมารดากลุ่มทดลอง ก่อนการสวนหัวใจต่ำกว่าคะแนนความวิตกกังวลของมารดากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<.01)
สรุป
- ผลการวิจัยพบว่า การให้ข้อมูลแบบรูปธรรม-ปรนัย ผ่านสื่อคอมพิวเตอร์นี้ สามารถลดความวิตกกังวลของมารดาก่อนที่บุตรจะเข้ารับการสวนหัวใจได้ การวิจัยนี้ได้รับทุนอุดหนุนและส่งเสริมการทำวิทยานิพนธ์ จกบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปี 2549
จาก การประชุมวิชาการ เสนอผลงานวิจัยบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 1 เรื่อง บัณฑิตศึกษาเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
30-31 มกราคม 2550 ณ อาคารบัณพิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
ผลของการให้ข้อมูลแบบรูปธรรม-ปรนัยต่อความวิตกกังวลของมารดาที่มีบุตรจะเข้ารับการสวนหัวใจ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาง สนธิรัตน์ อุ่นใจ · 8 ก.พ. 2550
วัลลา ตันตโยทัย · 8 ก.พ. 2550
มัทนา · 8 ก.พ. 2550
อาจารย์ลุง · 8 ก.พ. 2550
dejavu monmon · 8 ก.พ. 2550