บันทึกน้ีไล่ตามหลังครูนงเมืองคอน มาแล้วครับ... เกือบไม่ทัน ทราบข่าวว่ากลับจาก การประชุมเตรียมงาน และพิจารณาหลักสูตร ของโครงการ ชุมชนเข้มแข็งเมืองไทยแข็งแรง  ซึ่งทาง รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช เป็นเจ้าภาพ  โดยได้ประสานงานกับภาคีเครือข่าย ใน 4 กระทรวงหลัก คือ กศน.  เกษตร  พัฒนาชุมชน  และ สาธารณสุข  พอเลิกประชุม มาถึงครูนงเมืองคอนก็ยิงขึ้น    G2K ทันที

           ดีใจมากครับที่เห็นหนังสือเชิญประชุมจาก รพ. มหาราช นครศรีธรรมราช  ที่เห็น ความสำคัญของคน กศน. เพื่อที่จะดำเนิน โครงการ่วมกัน เป็นภาคี เครือข่าย ในการลงพื้นที่ปฏิบัติงานตาม โครงการ ชุมชนเข้มแข็ง เมืองไทยแข็งแรง

           หลักการของโครงการน้ีก็คือ  1. การมีส่วนร่วมของชุมชน  2.การบูรณาการการทำงานภาคีเครือข่าย  ตั้งเป้าหมายที่เมืองไทย แข็งแรง  โดยใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนนโยบาย

            หลังจากที่เจ้าภาพ รพ.มหาราช ชี้แจงรายละเอียดของ โครงการ ทำให้คนหน้างานต้องนึกถึงงานที่จะต้องทำในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นงาน ของ กศน. เอง  งานตามโครงการยุทธศาสตร์ การพัฒนาจังหวัด ของท่านผู้ว่าฯ  งานที่บูรณาการกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายและ งานโครงการของ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ในนามของ กระทรวง สาธารณสุข

             ผมกำลังคิดว่า...ตอนน้ีโครงการของหน่วยงานต่างๆ สามารถที่จะนำมาบูรณาการการทำงานเข้าด้วยกันได้โดยแต่ละ โครงการทุกหน่วยงาน ก็ร่วมมีส่วนได้ส่วนเสียด้วยกัน  จากประเด็น ที่ยกเรื่องของ ชุมชนเข้มแข็ง ที่มองในเรื่องของ "สุขภาวะ" ที่ดี ของคนในชุมชน  ซึ่งในเรื่องของ "สุขภาวะ" เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับทุกเรื่อง ในวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชน  ไม่ได้มองเรื่องของ "สุขภาวะ" แค่ การเจ็บไข้ได้ป่วยเท่านั้น

              ในฐานะคน กศน. ที่ทำงานเกี่ยวข้องอยู่บนวิถีการ ดำเนิน ชีวิตของชุมชน  คิดว่า  การศึกษาก็เป็นส่วนหนึ่งของ "สุขภาวะ" ในหน้างานของ  กศน. ที่ทำงานเกี่ยวกับการศึกษาตลอดชีวิต ให้กับประชาชน  ก็ต้องทำหน้าที่ในการดำเนินกิจกรรมในหน้างาน ของตนเอง และการดำเนินกิจกรรมที่บูรณาการร่วมกับ หน่วยงาน ภาคีเครือข่าย ผมคิดว่านี่เป็นอีกโครงการหนึ่ง ที่ กศน. มีส่วนสำคัญ ในการที่จะร่วมขับเคลื่อน  โดยการเชื่อมโยงบูรณาการเข้ากับ โครงการของหน่วยงานต่างๆ หรือแม้แต่งานตามยุทธศาสตร์ การพัฒนาจังหวัดนครศรีธรรมราช ของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด

              ในการประชุมวันน้ีมีอาจารย์ จาก "สถาบันเกลอ"  เข้ามามีส่วนในการอบรมหลักสูตร  ผมงงมาก กับคำว่า "สถาบันเกลอ" ไม่รู้ว่าเป็นอะไรอยู่ที่ใหน  แต่ท่านผู้เข้าร่วมได้เฉลยว่า เป็นหน่วยงาน ที่ตัองขึ้นเพื่อให้คนที่เข้าเป็นสมาชิกของสถาบัน เป็นเพื่อนร่วม เรียนรู้ด้วยกัน  คำว่า  "เกลอ"  คือเพื่อนรัก ที่ไปใหนไปด้วยกันและ ไม่ทอดทิ้งกัน  มองย้อนไปอีกทีที่ แบรนด์เนมใหมของ กศน. (กศน. เพื่อเรียนรู้) มันจะเหมือนกับ "สถาบันเกลอ"  หรือเปล่า ก็ไม่รู้....  คิดว่าอยู่ที่  คน กศน. ที่จะทำให้ภาคีเครือข่ายยอมรับ ให้เข้าร่วม เป็นสมาชิกสถาบันหรือเปล่า...อิอิอิ  ......งง.... ละซิท่า....

              ถ้าถามว่า....หาก  กศน. เข้าร่วมโครงการน้ีแล้ว  กศน. จะมีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร  ถ้ามองแบบนักธุรกิจแล้ว  บอกได้เลยว่า  กำไร หลายต่อเลยทีเดียว  เพราะมันเป็นการจัดการศึกษาประชาชน โดยร่วมมือและส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายดำเนินการจัดกิจกรรม   80:20  (  เครือข่ายดำเนินการ 80%  กศน. จัดเอง 20%  ) ตามยุทธศาสตร์ ที่ตั้งไว้ก็คงจะไม่หายไปใหน สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย "แบบคลุกวงใน"  ไม่ใช่แค่ "ลุยถึงที่" ทุกเรื่องของ "สุขภาวะ" คือโจทย์ "ในใจผู้เรียน"  ทุกหน่วยงานที่มานั่งร่วมเป็น "เกลอ" แลกเปลี่ยนกันวันน้ี คือการพัฒนาเครือข่าย  ตัวโครงการเป็นตัวเชื่อมโยงบูรณา การ การทำงาน  

              งานน้ี  กศน. สามารถที่จะ "ช้อน" เอากิจกรรมต่าง ๆ จากการทำ "สุขภาวะ" ที่ดีของคนในชุมชน   ถ้าหากมีคนทำจริง โดยสามารถที่จะหยิบบกเรื่องราวเข้าไปในแผนงาน ของ  อบต.  จนมีข้อบัญญัติงบประมาณออกมาตามโครงการแล้วสามารถปฏิบัติ ตามแผนที่เขียนเอาไว้นั้น  โดยการขับเคลื่อนของทีมภาคีเครือข่าย  เรา  กศน. ก็จะได้คุณกิจ ที่รู้จริง  ปฏิบัติจริง  เรื่อง  "สุขภาวะ"  มีองค์ ความรู้ที่หลากหลาย  ซึ่ง  เราสามารถที่จะ  "ช้อน"  เข้ามาสู่การเทียบ ความรู้และประสบการณ์ ของหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ได้ ซึ่งการยกระดับ ปีการศึกษา เฉลี่ยของประชาชนที่  9.5 ปี