ติดต่อ

  ติดต่อ

หนุ่มสาวหายไปไหน

  ทำไมนักศึกษาในเวทีกิจกรรมจึงร่อยหรอลงเรื่อย ๆ ในขณะที่เธค ห้าง ร้านเกมส์ หรือเวทีคอนเสิร์ต มีนักเรียนนักศึกษาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ   

วันหลายวันก่อนผู้นำนักศึกษาของ มอ.ปัตตานี มานั่งคุยกับผม ปรับทุกข์ถึงความคับข้องใจในสถานการณ์ปัจจุบันที่นักศึกษาโดยส่วนมากไม่สนใจทำกิจกรรม  ทั้งที่กิจกรรมเหล่านั้นมีประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง  สังคม  และประเทศชาติ

   

ผมฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าจะให้ข้อเสนอแนะในการดึงนักศึกษาเหล่านั้นกลับมาได้อย่างไร  เพราะปัญหาเช่นนี้มันไม่ได้เพิ่งเกิดกับนักศึกษารุ่นนี้เท่านั้น  แต่มันสะสมมาอย่างยาวนาน  เพราะในฐานะที่เคยทำกิจกรรมนักศึกษามาบ้างเหมือนกันก็ประสบปัญหาเหล่านี้มาตลอด

ปัญหาหนึ่งที่พอมองเห็นลาง ๆ ก็คือสังคมสมัยใหม่ที่พวกเราอาศัยอยู่ มันไม่ใช่สังคมแห่งการแสวงหาความรู้  แต่เป็นสังคมแห่งการรับรู้  ไม่ใช่สังคมแห่งจิตสำนึกสาธารณะ  แต่เป็นสังคมตัวใครตัวมัน เอารัดเอาเปรียบกัน จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมนักศึกษาในเวทีกิจกรรมจึงร่อยหรอลงเรื่อย ๆ ในขณะที่เธค ห้าง ร้านเกมส์ หรือเวทีคอนเสิร์ต มีนักเรียนนักศึกษาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

            

ก็ไม่รู้ว่าปัญหานี้จะโทษใครดี  โทษพ่อแม่ไม่สั่งสอน โทษครู-อาจารย์ ไม่อบรม  โทษสังคมประเทศชาติไม่จัดการ  หรือจะโทษใจตัวเองว่า "จะเก็บมาคิดทำไมวะ"   ใครมีแนวคิดดี ๆ ช่วยบอกทีครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 76776, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก

ความเห็น (2)

นกเสรี
IP: xxx.24.137.16
เขียนเมื่อ 
ดูเหมือนว่าท่านจะมองว่าเป็น  "ปัญหา"ที่เรื้อรัง  สำหรับนิสิตนักศึกษา  กับเรื่องของการเข้าร่วมกิจกรรม  ในมุมมองของข้าพเจ้า  ใช่มันคือ  ปัญหา  แต่หาใช่ปัญหาที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญไม่  จุดมุ่งหวังของมหาวิทยาลัย  ก็คือการจัดประสบการณ์สำเร็จรูปใหกับผู้ที่ต้องการเรียนเข้ามาศึกษา  เพื่อเข้ามาเรียนรู้เก็บเกี่ยววิทยาการโดยมีการจัดเป็นลำดับขั้นตอน  โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเสาะแสวงหา  ซึ่งความรู้เหล่านี้ได้ผ่านการค้นพบ  รวบรวม  รอให้เข้ามาเรียนรู้  ดังนั้นผู้ที่เข้ามาในมหาวิทยาลัยก็มุ่งหวังที่จะเข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้สำเร็จรูปเหล่านี้เป็นจุดประสงค์หลัก  และทางมหาวิทยาลัยเองก็มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดวิทยาการ  และค้นพบวิชาความรู้ใหม่ๆ ที่ทันสมัย  เพื่อจะจัดให้ผู้ที่มุ่งหวังเข้ามาเก็บเกี่ยวได้ตักตวงให้กับตัวเองไป  สำหรับกิจกรรมนอกเหนือจากวิทยาการที่มอบให้  จริงๆ  แล้วมันคือกำไรที่บรรดานิสิตนักศึกษาจะได้รับในช่วงชีวิตของการเรียนในมหาวิทยาลัย  คุณูปการของกิจกรรมเหล่านี้มีอยู่มากมายนัก  แต่ก็คงยังไม่ได้รับความสนใจจากคนกลุ่มใหญ่อยู่ดี  ทั้งนี้คงไม่ปฏิเสธว่าทางหลังของมหาวิทยาลัย  คือการเรียนวิทยาการ  ดังนั้นกิจกรรมเหล่านี้จึงเป็นทางเลือก  หรือเสริมขึ้นมา  หากจะให้คนกลุ่มใหญ่มาสนใจทางรอง  หรือทางเลือก  นั้น  คงต้องโน้มน้าว  หรือเปลี่ยนสิ่งที่เรียกว่า  เจตคติ  ตอลดจนค่านิยมของคนส่วนใหญ่เสียก่อน  ซึ่งมันก็ยากอย่างที่ท่านว่า  และหากอยากเห็นกลุ่มใหญ่เข้าร่วมกิจกรรมแล้ว  ทางมหาวิทยาลัยคงต้องมุ่งความสำคัญ  เน้นหนักมาทางเล็กๆ นี้  ขยายมันให้กว้างขึ้น เพื่อรองรับผู้คนจำนวนมากที่จะมาร่วมเดิน  ดังนั้นในทัศนะของข้าพเจ้าแล้วขอชื่นชมผู้เข้ามาร่วมทำกิจกรรมสร้างสรรค์เหล่านี้  เพราะสิ่งที่ท่านได้รับมันมากกว่าคนอื่นๆ ที่เข้าไม่ได้เข้ามาสัมผัสแน่นอน  มันเป็นเวทีฝึกหัดให้กับท่านได้เรียนรู้  ฝึกปฏิบัติ  อย่าได้คิดว่าทำไมคนอื่นไม่เข้ามาร่วม  ขอให้คิดว่าสิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่มันได้แก่ตัวท่านเอง  ขอให้กิจกรรมเหล่านี้เป็นเรื่องของปัจเจก  หรือการรวมกลุ่มของคนที่มีแนวคิดร่วมกัน  มันจะทำให้การดำเนินกิจกรรมของท่านราบรื่น  และไม่ต้องมานั่งเสียเวลานั่งคิดถึงคนอื่นที่เขาเดินไปเดินมา ให้เป็นเรื่องของความสนใจ  และสมัครใจ  ท่านคงต้องเพียรทำ  หากมันเกิดผลดี  สิ่งดีๆ เหล่านี้  จำทำให้คนทั่วไป พลอยเห็นดีด้วย  ความดีจะทำให้คนเดินเข้ามาทำความรู้จัก  และเข้ารวมกลุ่มกับท่านมันคงต้องใช้เวลาแต่มันคงจะเป็นวิธีการที่จะทำให้ท่านได้กลุ่มที่เหนียวแน่น  มากกว่าการประชาสัมพันธ์ที่ฉาบฉวน  หรือการเชินชวนด้วยเทคนิควิธี  แทนที่จะเป็นการปฏิบัติ  ก็คงจะขอส่งกำลังใจให้แก่ท่านในการมุ่งหวังสำหรับกิจกรรมที่จะทำให้เกิดผลดีกับคนส่วนใหญ่  อย่าเพิ่งท้อนะครับ  ขอให้มันเป็นความสุขที่ท่านได้ทำ  และขอให้รู้ว่าสิ่งเหล่านี้ที่ท่านได้เลือกปฏิบัติ  มันเกิดแก่ตัวท่านจริงๆ  อย่ายอมแพ้นะครับ  สู้ๆ  ไม่มีอะไรจะสามารถทำลายความตั้งใจจริงได้  ที่สำคัญใส่ความจริงใจลงไปในกิจกรรมและงานทุกชิ้น  ความตั้งใจและจริงใจมันจะทำให้ท่านแข็งแกร่ง  และความแข็งแกร่งจะทำให้ท่านมีพลังในการสร้างสรรค์  ทำดี  ขอความดี  ส่งผลดีให้กับท่านครับ  สู้ต่อไป  สวรรค์มีตา

เห็นจริงดังว่าครับ คุณนกเสรี