วันหลายวันก่อนผู้นำนักศึกษาของ มอ.ปัตตานี มานั่งคุยกับผม ปรับทุกข์ถึงความคับข้องใจในสถานการณ์ปัจจุบันที่นักศึกษาโดยส่วนมากไม่สนใจทำกิจกรรม ทั้งที่กิจกรรมเหล่านั้นมีประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติ

ผมฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าจะให้ข้อเสนอแนะในการดึงนักศึกษาเหล่านั้นกลับมาได้อย่างไร เพราะปัญหาเช่นนี้มันไม่ได้เพิ่งเกิดกับนักศึกษารุ่นนี้เท่านั้น แต่มันสะสมมาอย่างยาวนาน เพราะในฐานะที่เคยทำกิจกรรมนักศึกษามาบ้างเหมือนกันก็ประสบปัญหาเหล่านี้มาตลอด
ปัญหาหนึ่งที่พอมองเห็นลาง ๆ ก็คือสังคมสมัยใหม่ที่พวกเราอาศัยอยู่ มันไม่ใช่สังคมแห่งการแสวงหาความรู้ แต่เป็นสังคมแห่งการรับรู้ ไม่ใช่สังคมแห่งจิตสำนึกสาธารณะ แต่เป็นสังคมตัวใครตัวมัน เอารัดเอาเปรียบกัน จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมนักศึกษาในเวทีกิจกรรมจึงร่อยหรอลงเรื่อย ๆ ในขณะที่เธค ห้าง ร้านเกมส์ หรือเวทีคอนเสิร์ต มีนักเรียนนักศึกษาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ก็ไม่รู้ว่าปัญหานี้จะโทษใครดี โทษพ่อแม่ไม่สั่งสอน โทษครู-อาจารย์ ไม่อบรม โทษสังคมประเทศชาติไม่จัดการ หรือจะโทษใจตัวเองว่า "จะเก็บมาคิดทำไมวะ" ใครมีแนวคิดดี ๆ ช่วยบอกทีครับ
ดูเหมือนว่าท่านจะมองว่าเป็น "ปัญหา"ที่เรื้อรัง สำหรับนิสิตนักศึกษา กับเรื่องของการเข้าร่วมกิจกรรม ในมุมมองของข้าพเจ้า ใช่มันคือ ปัญหา แต่หาใช่ปัญหาที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญไม่ จุดมุ่งหวังของมหาวิทยาลัย ก็คือการจัดประสบการณ์สำเร็จรูปใหกับผู้ที่ต้องการเรียนเข้ามาศึกษา เพื่อเข้ามาเรียนรู้เก็บเกี่ยววิทยาการโดยมีการจัดเป็นลำดับขั้นตอน โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเสาะแสวงหา ซึ่งความรู้เหล่านี้ได้ผ่านการค้นพบ รวบรวม รอให้เข้ามาเรียนรู้ ดังนั้นผู้ที่เข้ามาในมหาวิทยาลัยก็มุ่งหวังที่จะเข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้สำเร็จรูปเหล่านี้เป็นจุดประสงค์หลัก และทางมหาวิทยาลัยเองก็มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดวิทยาการ และค้นพบวิชาความรู้ใหม่ๆ ที่ทันสมัย เพื่อจะจัดให้ผู้ที่มุ่งหวังเข้ามาเก็บเกี่ยวได้ตักตวงให้กับตัวเองไป สำหรับกิจกรรมนอกเหนือจากวิทยาการที่มอบให้ จริงๆ แล้วมันคือกำไรที่บรรดานิสิตนักศึกษาจะได้รับในช่วงชีวิตของการเรียนในมหาวิทยาลัย คุณูปการของกิจกรรมเหล่านี้มีอยู่มากมายนัก แต่ก็คงยังไม่ได้รับความสนใจจากคนกลุ่มใหญ่อยู่ดี ทั้งนี้คงไม่ปฏิเสธว่าทางหลังของมหาวิทยาลัย คือการเรียนวิทยาการ ดังนั้นกิจกรรมเหล่านี้จึงเป็นทางเลือก หรือเสริมขึ้นมา หากจะให้คนกลุ่มใหญ่มาสนใจทางรอง หรือทางเลือก นั้น คงต้องโน้มน้าว หรือเปลี่ยนสิ่งที่เรียกว่า เจตคติ ตอลดจนค่านิยมของคนส่วนใหญ่เสียก่อน ซึ่งมันก็ยากอย่างที่ท่านว่า และหากอยากเห็นกลุ่มใหญ่เข้าร่วมกิจกรรมแล้ว ทางมหาวิทยาลัยคงต้องมุ่งความสำคัญ เน้นหนักมาทางเล็กๆ นี้ ขยายมันให้กว้างขึ้น เพื่อรองรับผู้คนจำนวนมากที่จะมาร่วมเดิน ดังนั้นในทัศนะของข้าพเจ้าแล้วขอชื่นชมผู้เข้ามาร่วมทำกิจกรรมสร้างสรรค์เหล่านี้ เพราะสิ่งที่ท่านได้รับมันมากกว่าคนอื่นๆ ที่เข้าไม่ได้เข้ามาสัมผัสแน่นอน มันเป็นเวทีฝึกหัดให้กับท่านได้เรียนรู้ ฝึกปฏิบัติ อย่าได้คิดว่าทำไมคนอื่นไม่เข้ามาร่วม ขอให้คิดว่าสิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่มันได้แก่ตัวท่านเอง ขอให้กิจกรรมเหล่านี้เป็นเรื่องของปัจเจก หรือการรวมกลุ่มของคนที่มีแนวคิดร่วมกัน มันจะทำให้การดำเนินกิจกรรมของท่านราบรื่น และไม่ต้องมานั่งเสียเวลานั่งคิดถึงคนอื่นที่เขาเดินไปเดินมา ให้เป็นเรื่องของความสนใจ และสมัครใจ ท่านคงต้องเพียรทำ หากมันเกิดผลดี สิ่งดีๆ เหล่านี้ จำทำให้คนทั่วไป พลอยเห็นดีด้วย ความดีจะทำให้คนเดินเข้ามาทำความรู้จัก และเข้ารวมกลุ่มกับท่านมันคงต้องใช้เวลาแต่มันคงจะเป็นวิธีการที่จะทำให้ท่านได้กลุ่มที่เหนียวแน่น มากกว่าการประชาสัมพันธ์ที่ฉาบฉวน หรือการเชินชวนด้วยเทคนิควิธี แทนที่จะเป็นการปฏิบัติ ก็คงจะขอส่งกำลังใจให้แก่ท่านในการมุ่งหวังสำหรับกิจกรรมที่จะทำให้เกิดผลดีกับคนส่วนใหญ่ อย่าเพิ่งท้อนะครับ ขอให้มันเป็นความสุขที่ท่านได้ทำ และขอให้รู้ว่าสิ่งเหล่านี้ที่ท่านได้เลือกปฏิบัติ มันเกิดแก่ตัวท่านจริงๆ อย่ายอมแพ้นะครับ สู้ๆ ไม่มีอะไรจะสามารถทำลายความตั้งใจจริงได้ ที่สำคัญใส่ความจริงใจลงไปในกิจกรรมและงานทุกชิ้น ความตั้งใจและจริงใจมันจะทำให้ท่านแข็งแกร่ง และความแข็งแกร่งจะทำให้ท่านมีพลังในการสร้างสรรค์ ทำดี ขอความดี ส่งผลดีให้กับท่านครับ สู้ต่อไป สวรรค์มีตา
เห็นจริงดังว่าครับ คุณนกเสรี