ตามที่รัฐบาลมีนโยบายที่ต้องการให้นักเรียนที่จบ ม.3 เรียนต่อในสายอาชีพเพิ่มขึ้น โดยคาดหวังให้มีสัดส่วน 50:50 เมื่อเปรียบเทียบกับสายสามัญ อะไรจะเป็นแรงจูงใจให้นักเรียนหันมาเรียนสายอาชีวศึกษา หรือทำให้ผู้ปกครองสนใจ ส่งเสริมให้บุตรหลาน มาเรียนในสายอาชีพเพิ่มขึ้น คำตอบของคำถามนี้จำเป็นจะต้องมีผู้รับผิดชอบหลายฝ่าย ไม่ใช่เพียงสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่รับผิดชอบโดยตรงในการจัดการอาชีวศึกษา อย่างไรก็ตามผู้เขียนอยากจะเสนอแนวทางบางประการดังนี้

       1. แรงจูงใจสำคัญประการแรกก็คือ การมีกฏหมาย พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา อันจะทำให้เกิดความอิสระ และการกระจายอำนาจ ให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนและการดำเนินงานที่คล่องตัวมากขึ้น ทั้งการจัดทำหลักสูตร และมาตรฐานอาชีพ ที่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ  ชุมชน  สังคม สามารถจัดการเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษาได้ตลอดชีพอย่างต่อเนื่อง ทั้งหลักสูตรระยะสั้น  การเทียบโอนประสพการณ์  การสะสมหน่วยกิต การเรียนระดับ ปวช.  ปวส. และปริญญาตรี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาระดับปริญยาตรี จะเป็นแรงจูงใจและผลักดันให้ นักเรียนและผู้ปกครอง หันมาสนใจเรียนด้านอาชีวศึกษา หรือสายอาชีพโดยตรงมากยิ่งขึ้น

       2. การจัดทำหลักสูตรร่วมกับสถานประกอบการ โดยให้สถานประกอบการมาร่วมออกแบบ จัดทำหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการ และมาตรฐานอาชีพ ตลอดจนเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการอาชีวศึกษาร่วมกัน

        3. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมกันกำหนดค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับสมรรถนะฝีมือ หรือคุณวุฒิวิชาชีพ สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาด้านอาชีวศึกษา

        4. รัฐบาลต้องจัดสรรเงินอุดหนุนอย่างพอเพียงเพื่อการฝึกปฎิบัติอย่างชำนาญอย่างแท้จริง

         5. การส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการใหม่ เช่นการจัดทำแผนธุรกิจ  การเข้าถึงแหล่งทุน ทั้งนี้ภาคเอกชน รวมทั้ง ชุมชน ท้องถิ่น ควรจะเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุน ตลอดจนความร่วมมือจากหน่วยงานการศึกษาอื่นๆ เช่น สพฐ. กศน. หรือ กอศ. เป็นต้น

         6. สำหรับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะต้องเร่งสร้างภาพลักษณ์ หรือ แบรนด์ ขององค์การที่ขัดเจน ทันสมัย ตลอดจนเพิ่มศักยภาพการวิจัย และพัฒนา เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการบริหารจัดการให้มากขึ้น

         การปฎิรูปการอาชีวศึกษา เป็นเรื่องระดับชาติ ที่รัฐบาลจะต้องมีนโยบายชัดเจน ในการผลิตกำลังคนที่ สอดคล้องกับความต้องการ ในการพัฒนาเศรฐกิจ สังคม และทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศ และถึงแม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีความพร้อมในการจัดการอาชีวศึกษาอยู่แล้ว แต่จะไม่สามารถดำเนินภารกิจให้ลุล่วงได้ หากแม้กระทั่ง พรบ.การอาชีวศึกษาก็ยังไม่ได้รับการพิจารณาให้สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการปฎิรูปการอาชีวศึกษา ได้อย่างแท้จริง