ครูอ้อยย้ายมาสอนอยู่ที่กรุงเทพฯ 12 ปีแล้ว ไม่ค่อยพบเด็กนักเรียนป็นเหา แต่วันนี้ได้คุยเรื่อง...เหา...จึงหยิบขึ้นมาคุยกับเขาบ้าง
เด็กๆในกรุงเทพฯ มีพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือคนเลี้ยงที่เอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี โอกาสที่จะเป็นเหานั้นจึงมีน้อยมาก
เหา เป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ที่กินเลือดเป็นอาหาร ชอบอยู่อาศัยศีรษะของมนุษย์มากที่สุด
ตอนครูอ้อยเล็กๆ จำได้ว่า ไม่มียาอะไรจะมารักษาได้
คุณพ่อได้เอาน้ำยาที่ชื่อ " ดี.ดี.ที" ชะโลมบนศีรษะของครูอ้อย และน้องๆ และเอาผ้าพันศีรษะไว้สักครู่หนึ่ง จึงล้างเอาน้ำยาออก
ตอนนั้น ครูอ้อยยังเด็ก ประกอบกับ สมัยนั้นไม่มียารักษา จนครูอ้อยโตจึงมีวิธีฆ่าเหา คือ ใช้ใบน้อยหน่า
พอมาวันนี้ ครูอ้อยได้รับมอบหมายให้รับสมัครนักเรียนใหม่ชั้นอนุบาล ในปีการศึกษา 2550 และเห็นนักเรียนมีไข่เหา จึงทักนักเรียน
ครูอ้อยจึงมีเรื่องเล่าสนุกสนาน
เรื่อง เหา มาเล่าสู่กันฟัง ครูอ้อยกับน้องสาวครูอ้อย มีเส้นผมยาว คุณพ่อ จึงจัดการโดยใช้ " ดี.ดี.ที." ชะโลม ดังที่เล่ามาแล้ว คราวนี้ เหามันคงไม่มีที่อยู่ จึงกระโดดขึ้นบนศีรษะของน้องชาย ซึ่งตัดผมเกรียน แบบอเมริกันลานบิน เหาจึงลำบากในการหาอยู่หากิน จึงถอยร่นลงมาอยู่แถบหัวคิ้วของน้องชาย
คุณพ่อคุณแม่ ก็ไม่ได้สังเกตอะไรบนหัวคิ้วของน้องชาย คงมัวแต่โฟกัสมาที่ศีรษะของครูอ้อยกับน้องสาว
จนกระทั่งวันหนึ่ง ครูอ้อยทาแป้งให้น้องชาย จึงสังเกตพบว่า หัวคิ้วของน้องชายมีตุ่มอะไรปูดขึ้นมา ครูอ้อยจึงแกะตุ่มเม็ดนั้นให้น้องชาย
ปรากฎว่าน้องชายร้องว่า " เจ็บ "
ครูอ้อยจึงบอกน้องชายว่า " เดี๋ยวก่อน พี่อ้อยสงสัยว่า มันคืออะไร "
น้องชายเชื่อครูอ้อยจึงยืนเฉยๆ ครูอ้อยเอาหน้าและตาของครูอ้อยไปใกล้น้องชาย จึงรู้ว่า มันคือเหา..เหาค่ะ
ประมาณว่า เป็นครอบครัว มีทั้ง พ่อเหา แม่เหา พี่เหา น้องเหา หลายๆตัว อยู่เป็นกระจุก ที่หัวคิ้วของน้องชายครูอ้อยค่ะ
ครูอ้อยโมโหมาก และบอกกับคุณพ่อว่า " ได้ฆ่า หมู่บ้านเหา ได้สำเร็จค่ะคุณพ่อ "
คุณพ่อไม่เชื่อค่ะ จะเชื่อได้อย่างไรคะ ครูอ้อยบี้มันหมดเลย
สมัยนี้มียารักษาแล้วนี่นา ใบน้อยหน่่า แถวนั้นคงจะไม่ได้ ใช้ดัชนีพิฆาตเลยหรือครับ
เลยเป็นเรื่องเล่ากันมาว่า….. ตอนเล็กๆ เจ้าอุ้ยมีเหามาทำมาหากินที่หัวคิ้วกันเป็นหมู่บ้านเลยค่ะ
นึกภาพตามไปด้วยค่ะ ครูอ้อย..สยอง..เป็นที่คิ้ว
ที่หัวคิ้วที่เดียวหรือคะที่สยอง..ที่อื่นล่ะคะ