ครูกาญจน์ ทำงานในพื้นที่ตำบลนาเคียนนานเป็นเวลารวม 10 ปี วิถีชีวิตของคนตำบลนาเคียน เป็นตำบลที่นับถือศาสนาอิสลาม 99 เปอร์เซนต์ ประชาชนส่วนใหญ่ทำอาชีพทำสวนผลไม้ รอผลผลิตตามฤดูกาล นอกฟโกลทำงานรับจ้าง 

รูกาญจน์เข้ามาทำงานเพื่อสร้างสังคมของเขาให้สมบูรณ์ไม่เคยคิดเปลี่ยนสังคมจากเดิม ๆ เขา ผสมผสานความทันสมัย รู้เทคโนโลยี รับข่าวสารข้อมูล เรียนหนังสือให้อ่านออก เขียนได้ จุดประกายการรวมกลุ่มเพื่อให้เกิดพลังชุมชน พลังสามัคคี พลังความคิดสร้างสร้างที่จะพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้

วิถีชีวิตของคนนาเคียนเช้าเขาจะหาอาหารเช้าด้วยน้ำชา ขนมพื้นบ้าน ตอนเย็นหลังจากเสร็จภาระงานก็มาจิบน้ำชาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ทุก ๆ เรื่อง ทั้งมีสาระและไม่มีสาระ  ส่วนใหญ่ฟังๆแล้วก็เกี่ยวข้องกับปากท้อง ทำอย่างไรให้ครอบครัวยืนอยู่ได้บนเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สินค้าราคาแพง รายได้เท่าเดิม ทุนสังคมสูงขึ้น ทุกคนเริ่มเคลียด

พวกเราในนามหน่วยงาน กศน.ก็ไม่ได้นิ่งดูดาย พยายามทุกวิถีทาง...ที่จะทำให้สังคมมีความสุข....ส่งเสริมกาเรียนรู้ทุกรูแบบ แต่ผลสำเร็จไม่เคยยั่งยืน แก้ปัญหาที่ถาวรไม่ได้ เป็นเพราะเขาไม่ได้คิดทำเองใช่มั้ย แล้วเมื่อไรล่ะที่เขาคิดทำเองที่ยั่งยืนสักที ปัญหาปากท้องเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ชาวบ้านไม่มีเวลารวมพลังความคิดสร้างสรรค์ที่จะแก้ปัญหาของตัวเองให้ดีกว่านี้อีกแล้ว นอกจากวัน ๆ ต้องออกไปทำงานเพื่อแลกกับเงินซื้อกินรายวัน กับรอให้รัฐบาลมาช่วย

่านช่วยบอกครูกาญจน์แก้ปัญหานี้ได้มั้ยค๊ะ ว่าวิธีการที่ดี ได้ผลสำเร็จสูง ทำอย่างไร ไม่ใช่ครูกาญจน์จะทำเพื่อเอาผลงานหรอกน๊ะค๊ะ...แต่ครูกาญจน์ต้องการช่วยสังคมให้มีความสุข ครูกาญจน์สัมผัสกับคน นาเคียนมานาน ความรักและผูกพันเป็นเสมือนเครือญาติเสียแล้ว มีงานการประเพณี หรืองานครอบครัว ครูกาญจน์รู้ก็ไม่เคยปฏิ้เสธที่ไปร่วมทุกครั้ง พบเจอหน้ากันก็ปรึกษาหารือกันทุกเรื่อง...ถ้าครูกาญจน์เปลี่ยนพื้นที่นี้ไปโดยที่เขายังไม่มีความสุข ครูกาญจน์ก็คงลืมเขาไม่ได้