ผมได้ทราบข่าวการมานิเทศตรวจเยี่ยมของ ศูนย์การศึกษา นอกโรงเรียนจังหวัด ที่จะมาตรวจเยี่ยม กศน. อำเภอเมือง ท่าน ผอ.สมภาส ท่านก็ได้ประชุมเตรียมการการต้อนรับและ การนำเสนอ ข้อมูลการดำเนินงานในพื้นที่ โดยเน้นที่พื้นที่ที่ได้รับการคัดเลือกให้ อยู่ในระดับ A ของโครงการจัดการความรู้แก้จนเมืองนคร โดยในพื้นที่ ดังกล่าวมี ตำบลไชยมนตรีที่ผมรับผิดชอบ และตำบลท่าไร่ และตำบล บางจาก ของครูแต้ว อยู่ด้วย ผมมานั่งคิดดูว่าจะนำเสนองานอย่างไร เลยร่างในกระดาษไว้แล้วเอามาเล่าในที่น้ีก่อน เผื่อมีคนจะเสนอแนะ แนวทางอะไรได้บ้าง
สำหรับงาน กศน. ที่บูรณาการเข้ากับโครงการนั้นก็ได้ดำเนิน กิจกรรมควบคู่กันไปโดยใช้กระบวนการเวทีชาวบ้านเช่นเดียวกัน เช่น
- โครงการคาราวานแก้จนรายครัวเรือน โดยให้สมาชิกตั้ง เป้าหมาย ในการแก้จนของตนเองโดยตั้งเป้าหมาย ที่การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และการออมเช่นเดียวกัน โดยสมาชิกเลือกที่จะใช้การประกอบอาชีพเสริมในเรื่อง การปลูกผักสวนครัว เพื่อใช้กินเอง และขายเป็นอาชีพเสริม โดยที่ให้หน่วยงานสนับสนุนในเรื่องของเมล็ดพันธุ์ผักชนิดต่าง ๆ นอกจากนั้น ผมได้ประสานกับ กลุ่มผลิตน้ำยาอเนกประสงค์ เพื่อขอสนับสนุน วัสดุอุปกรณ์การทำน้ำยาล้างจาน มาสาธิต พร้อมกับให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้นำไปทดลองใช้ โดยกิจกรรมนี้ เวทีครั้งที่ 2 ของโครงการได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผลิต น้ำยาอเนกประสงค์ ในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ และวิทยากร มาสาธิตด้วย และเวทีที่ 4 ได้รับสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ ในการให้สมาชิกได้ฝึกทำด้วยตัวเอง จะเห็นได้ว่า จากการ ทำเวทีส่งผลให้คนในชุมชนมีความรัก เอื้ออาธร แบ่งปัน อันนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนในระดับหนึ่ง
- สำหรับกิจกรรมการศึกษาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น ทักษะอาชีพ หรือพัฒนาอาชีพ ของ กศน.็ได้ใช้วิธีและ กระบวนการ เดียวกันในการดำเนินกิจกรรม คือการใช้เวทีในการกำหนด เป้าหมายการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่ม และใช้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เสริมด้วยวิทยากรผู้รู้จากภายนอกชุมชน และจากการปฏิบัติจริงของกลุ่ม มาใช้ในการเดินกิจกรรม ซึ่งในการจัดกิจกรรมก็สอดคล้องกับโครงการของจังหวัด โดยการ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ การออม ซึ่งบางกลุ่ม ก็เดินกิจกรรมไปได้ด้วยดี สามารถเป็นตัวอย่างให้กับกลุ่มต่าง ๆ ที่กำลังพัฒนาตามขึ้นมา เช่น กลุ่มปุ๋ยหมัก ซึ่งได้ทำปุ๋ยหมัก โดยเน้นที่ การทำเพื่อสมาชิกใช้กันเอง และมีส่วนที่แบ่งขาย เพื่อนำมาเป็นทุนในการทำปุ๋ยครั้งต่อไป มีเงินเหลือก็เก็บ ไว้เป็นทุนสำรอง ส่วนของสมาชิก ก็มีการออมกันเอง เป็นกลุ่มออมทรัพย์ของกลุ่มปุ๋ยหมัก และได้นำเงินรายได้ และเงินออมของสมาชิกไปฝากกับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการ ผลิตของหมู่บ้าน และส่วนหนึ่งก็นำไปซื้อหุ้นเป็นสมาชิก ของกองทุนหมู่บ้านเพื่อที่กลุ่มจะได้มีแหล่งทุนทางการเงิน ในการเดินกิจกรรมของกลุ่ม
งาน กศน. ที่ดำเนินการกิจกรรมต่าง ๆ ของตำบลไชยมนตรี จะใช้ โครงงานอาชีพเป็น เครื่องมือและนวัตกรรมในการขับเคลื่อน กิจกรรม ส่วนที่สำคัญคือการทำเวทีชาวบ้านในการกำหนดเป้าหมาย กิจกรรม การเรียนรู้ เน้นที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการใช้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ในส่วนของกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วในตอนต้น ก็ได้นำ กระบวนการของการจัดการความรู้มาใช้ในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม โดย สังเกตจากมีการประชุมบ่อยครั้งขึ้น มีการทบทวนบทเรียน ถอดบทเรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมของกลุ่มที่ผ่านมา การร่วมวางแผน การทำกิจกรรมกลุ่มในโอกาสต่อไป มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน มากขึ้น ให้ความสำคัญ กับผู้รู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ยอมรับเหตุผล ซึ่งกันและกัน
ตามยุทธศาสตร์ กศน. ที่จะใช้ยกระดับการศึกษาของประชาชน เฉลี่ย 9.5 ปี การดำเนินกิจกรรมของ กศน. ก็น่าที่จะบูรณาการกับ โครงการของจังหวัด และการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ภาคีโดย ใช้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการของจังหวัด และกลุ่มเป้าหมายของ หน่วยงานภาคีมาเป็นกลุ่มเป้าหมายร่วม ทั้ง 4 กลีบ ของ กศน. ทั้งใน เรื่องของ ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และพัฒนาอาชีพ พัฒนาชุมชน สังคม โดยจัดกิจกรรม 3 กลีบข้างต้นเป็นหลักของงานในการจัดการ ศึกษาให้กับประชาชน เพื่อที่จะนำมาใช้เทียบประสบการณ์เข้าสู่กลีบที่ 4 คือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เพราะฉะนั้นผมคิดว่าบทบาทการทำงานของครูอาสาสมัครฯ ในพื้นที่จึงต้องเปลี่ยนไป จากการที่ไปให้ความรู้โดยเน้นการศึกษา ขั้นพื้นฐาน กลายไปเป็นการจัดการศึกษาตลอดชีวิตโดยการเรียนรู้ ร่วมกับชาวบ้านใช้กระบวนการสกัดความรู้ฝังลึกที่มีในตัวชาวบ้าน เพื่อที่จะยกระดับการศึกษาเฉลี่ยของประชาชนให้ถึง 9.5 ปี
จากประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา พบว่า ความรู้ในตัวคุณกิจมีอยู่มาก แต่ไม่สามารถที่จะบันทึกออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรได้ แต่มีความรู้ อยู่ในตัวเป็นแบบความรู้ฝังลึก ซึ่งถ้ามีคุณอำนวยลงไปถามเพื่อช่วย สกัดออกมาและมีคนบันทึกแทน ก็สามารถที่จะนำความรู้เหล่านั้น ออกมาเป็นความรู้ภายนอก ที่คนอื่นสามารถเข้าถึงสามารถแลก เปลี่ยนเรียนรู้ได้ และสามารถที่นำความรู้นั้นเข้าสู่สาระหมวดวิชาต่าง ๆ ของหลักสูตรขั้นพื้นฐาน โดยการเทียบความรู้และประสบการณ์ แบบสะสมหน่วยกิจ ซึ่ง ในการดำเนินงานของปีงบประมาณ 2550 นี้ ผมได้จัดทำแผนการดำเนินกิจกรรม กศน. โดยบูรณาการกิจกรรมกับหน่วยงานภาคี เครือข่าย ในการที่จะให้เป็น ไปตามยุทธศาตร์ที่ให้ หน่วยงานภายนอกจัด 80% และ ให้ กศน. ทำเอง 20% และกิจกรรมทุกกิจกรรมที่ทำก็สามารถที่จะนำ เข้ามาสู่การเทียบความรู้และประสบการณ์ สะสมหน่วยกิจ ตามสาระ หมวดวิชาของการศึกษาพื้นฐาน เพื่อที่จะนำไปสู่การยกระดับ ปีการศึกษาเฉลี่ย 9.5 ปี ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาของ จังหวัด นครศรีฯ และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล
หมายเหตุ: ในส่วนของแผนการดำเนินงานประจำปี 2550 ตอนนี้ได้จัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการในส่วนของ การวิเคราะห์สาระหลักสูตร การคิดจำนวนหน่วยกิจสะสม เข้ากับ หมวดวิชาต่าง ๆ สืบเนื่องจากการทำโครงการจัดการ ความรู้ทำให้ ตัวเราเองพัฒนาสมรรถนในการทำงานได้ดียิ่งขึ้นมีภาคีเครือข่ายเพิ่มขึ้น และยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันทางสื่อ ICT ซึ่งเป็นขุมความรู้ที่ ทั่วโลก ใช้กันอยู่ในขณะนี้ใน เวปไซต์ gotoknow.org ซึ่งได้ความรู้จากการ แลกเปลี่ยนกับผู้อื่น