ฉันอาจจะเป็นข้าราชการ...
พอดีเขาเอาหลักบริหารธุรกิจที่ทำกำไรเป็นกอบเป็นกำให้ผู้ประกอบการ
มาใช้กับระบบของฉัน

เขาบอกว่า บริหารเชิงสัมฤทธิผล
ผลที่ออกมา เป็น output  outcome
การบริหารต้องประหยัด โปร่งใน และมีส่วนร่วม เติม ความเป็นธรรมลงไป

ทุกอย่างเขาบอกว่า เขาจะวัดผล

เขาไปยืมเอาเครื่องมือของฝรั่งมาใช้
เรียกว่า บาลานซ์ สกอร์คาร์ด
มี 4 มิติ 
แล้วมาสร้างมิติใหม่ เป็นการวัดผลข้าราชการ
มิติที่หนึ่ง เรียกว่า ผลสัมฤทธิ์
มิติที่สอง เรียกว่า คุณภาพการให้บริหาร
มิติที่สาม เรียกว่า ประสิทธิภาพ (ของระบบ)
มิติที่สี่  เรียกว่า การพัฒนาองค์กร

อาจจะเรียกสับมิติได้

เขาให้คะแนนแต่ละมิติ
แล้วเขาก็วัด  วัดทั้งระดับกรม  วัดทั้งในแง่ของพื้นที่ คือจังหวัด (และจังหวัดก็วัดอำเภอ)
มีการถ่ายทอดตัวชี้วัดสู่ระดับบุคคล

แต่ทว่า  สิ่งที่เขาวัดมา 3 ปี  เป็นเพียงวัด มิติเดียว  ทิศทางเดียว
4 มิติ คือมิติเดียว คือ เรื่องของ ความเก่ง
ความเก่ง หรือเรียกว่า สมรรถนะ
สมรรถะ ที่ทำให้งานอันได้รับการตั้งวิสัยทัศน์ หรือยุทธศาสตร์ จากเบื้องบน
ประสบผลสำเร็จตามตัวชี้วัด  ซึ่งอาจจะไม่บรรลุผลสัมฤทธิต่อประชาชน

เขาเพิ่งมารู้ว่า สิ่งที่เขาขาดในการวัด คือเรื่อง
สำคัญ
สำคัญยิ่ง
เพราะประเทศชาติพังเพราะเก่ง
เก่งอย่างเดียว
IQ อย่างเดียว

วันนี้ เขาจะวัด คุณธรรม จริยธรรม
วัดความดีด้วย

ถึงช้า  แต่ก็ดีกว่าไม่เริ่มต้น

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า
ไม่ว่าจะเป็นใคร
หรือ กพร. ที่มีหน้าที่พัฒนาระบบราชการ
ยังตาม หรือแกะรหัส ความคิด ของพระองค์ท่านเรื่อง
เศรษฐกิจพอเพียงไม่ทัน
เพราะฐานที่จะทำให้เกิดความเจริญสุข ได้คือ
"ความรู้" ที่จริงแท้ "วิชชา"
ที่ประกอบด้วย  สมรรถนะ ความเก่ง  และ "ความดี"
จากนั้น จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า  ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน
อันจะส่งผลให้ข้าราชการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยแท้

ช้าดีกว่าไม่ทำ และที่ควรทำ
กพร. ควรให้ประชาชนวัดตนเองให้จงหนัก และต่อเนื่อง ตลอดไป