ดีใจที่ได้รู้จักกับคุณ บาบารา เพื่อนของท่าน อาจารย์ ดร.แสวง  รวยสูงเนิน ที่ได้แวะมาเยี่ยมเยือนครูบาสุทธินันท์ ที่สวนป่า ทำให้เรามีแนวคิดและมุมมองที่กว้างขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง สิ่งแรกที่เราเกร็งมาก คือเรื่องของภาษา แน่นอนเราไม่ใช่ครูภาษาอังกฤษจะได้ฟุตฟิตฟอฟายได้ปร๋อ แต่สิ่งที่ทำให้เราค่อยคลายกังวลไปได้บ้างคือ มีคนกลางสื่อสารช่วย แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะคนกลางก็รัวภาษาฝรั่งปร๋อเช่นกัน แถมยังให้คุณบาบาราตั้งประเด็นคำถามเกี่ยวกับหัวข้อวิทยานิพนธ์ของเราอีก โอ้ย...ไม่อยากเซดเลยค่ะว่ามันจะสนุกแถมปนทุกข์ขนาดไหน

 

แรก ๆ ตื่นเต้นปนเปกับทุกข์นิดหน่อย  ศัพท์แสงแต่ละคำ แหมนักวิชาการจริง ๆ แต่หลังจากที่สื่อสารกันจนเมื่อยมือ แถมยิ้มสวยกันจนเหงือกแห้ง ก็ค่อยยังชั่วขึ้นมาหน่อย ความตื่น เกร็ง กลัว ผสมผสานกับความอายนิด ๆ กำลังจางหายไป เพราะเริ่มมีคำพูดใหม่ ที่เป็นคำ ๆ จากพวกเราส่งให้คุณบาบาราบ้าง แต่คำตอบกลับรัว เร็ว ยาว ลูกศิษย์หนาวไปเลยนะคะ  แต่ก็ใจชื้นที่มีพระอาจารย์ที่น่ารักอย่างท่าน ดร.แสวง รวยสูงเนิน ที่ทั้งดุ ขู่ แต่สุดท้ายก็เป็นห่วงลูกศิษย์ถึงกับลงทุนอธิบาย ทั้งไทยทั้งอังฤษให้ลูกศิษย์ฟังเป็นฉาก ๆ และก็หลวมตัวเป็นไกด์ให้เราจนได้ แต่น่าเสียดายที่อยู่กับเราแค่วันเดียว อยากให้อยู่เป็นเดือนนะคะ

 

คำถามที่คุณบาบาราถาม เช่นทำไมชาวบ้านจึงปลูกอ้อยในหน้าแล้งได้ เพราะตามหลักการจริง ๆ แล้วต้องปลูกในที่ดินที่มีความชุ่มชื้น หรือแม้แต่การปลูกมัน คุณบาบาราบอกว่าน่าทึ่งที่คนไทยคิดและทำอะไรแตกต่าง แม้แต่งานวิจัยของเราก็ได้คำถามว่า อีก 10 ปีข้างหน้าเราจะนำงานวิจัยเหล่านี้ไปพัฒนาประเทศชาติได้อย่างไร หรือยังจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างไร ทำให้เรามองล่วงหน้าได้เลยว่างานวิจัยเราต้องมีประโยชน์และสามารถแก้ปัญหาในระยะยาวที่จะเกิดขึ้นได้ด้วย  ที่สำคัญต้องตอบคำถามคุณบาบาราให้ได้ก่อน และอีกประเด็นคืองานวิจัยเรามันมีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันในกลุ่มอย่างไร

 

บ่ายมีกลุ่มโรงเรียนเม็กดำมานำเสนอหลักสูตรท้องถิ่นฉบับเม็กดำให้ครูบา เป็นคนกลางนำเสนอให้หน่วยงานระดับสูงขึ้นไปได้เห็นประเด็น และอนุมัติให้ดำเนินการ ก็ยังมีคำพูดจากคุณบาบาราที่บอกว่า คนไทยสอนให้ลูกศิษย์เรียนรู้เพื่อเป็นคนคอยไปรับใช้คนอื่นหรือเตรียมเรียนรู้ที่จะไปทำงานในบริษัทเพื่อสร้างงานสร้างผลกำไรให้กับบริษััทเหล่านั้นมากกว่าการที่เขาจะเรียนรู้เพื่อไปพัฒนาตนเอง

หากคนเราพัฒนาตนเองเพื่อสร้างงาน หรือทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์ของตนเองก่อน ลองผิดลองถูกปรับเปลี่ยน และนำความรู้มาใช้ในงานของตนเองก่อนน่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า  เพราะอย่างเด็กนักเรียนของเราจบไปแล้วไม่คืนถิ่น มุ่งเดินหน้าเพื่อหางานทำให้คนอื่นเรื่อยไปไม่ได้คิดจะกลับมาทำงานให้ตนเองอย่างที่ต่างประเทศเขาคิดกัน และนี่ก็เป็นวิธีคิดอีกแบบหนึ่งที่คนไทยเราน่าจะนำมาใช้ในบริบทของเราดูบ้าง อาจทำให้มีประเด็นที่ทำให้คนไทยไม่ทิ้งถิ่นกันมากเหมือนเช่นวันนี้ก็เป็นได้