"จิตอาสา" สายน้ำใจที่ไม่เหือดหาย (ตอนที่ 2)

ผมมีความเชื่ออยู่เสมอว่ากิจกรรมที่ดีงาม ความคิดดีงาม การเผื่อแผ่ด้วยจิตใจแจ่มใสบริสุทธิ์ จะไม่สูญหายไปจากโลกใบนี้แน่

     พวกเราเยี่ยมบ้านผู้ป่วยอัมพาตโดยการนำของ สมาชิกจิตอาสาพลายชุมพลและ "แจ้" พยาบาลประจำพีซียู พลายชุมพล ได้สามบ้าน แต่ละบ้านที่ได้เข้าไปเยี่ยมเยียน บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี ทั้งจากญาติและผู้ป่วย รวมถึงความรู้สึกภาคภูมิใจของสมาชิกจิตอาสา ที่อาสาทำความดีช่วยดูแลผู้ป่วยจนสามารถฟื้นฟูสภาพเป็นที่น่าพอใจ ก่อนหน้าที่ผมกับอุ๋ยและเจี้ยบจะเริ่มทำโครงการนี้ เราหวังแต่เพียงว่าถ้าคนดูแลผู้ป่วยอัมพาตสามารถให้การดูแลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง น่าจะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น ไม่เกิดโรคแทรกซ้อนที่ป้องกันได้ เมื่อประเมินผลหลังการดำเนินการหกเดือน เราก็ได้ผลลัพธ์ตามที่เราหวังทุกอย่างครับ แต่ที่เกินไปกว่านั้น เราได้สมาชิกจิตอาสาในแต่ละตำบลที่ไม่ได้มีญาติป่วยเป็นอัมพาตเลย แต่อาสาด้วยความต้องการทำคุณประโยชน์ให้แก่ชุมชนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนจริงๆ  สิ่งนี้เกินความคาดหมายของผมพร้อมทั้งจุดประกายความคิดว่าน่าจะทำให้เกิดเป็นชมรมจิตอาสาในตำบลต่างๆ  ขยายกลุ่มสมาชิกที่มีจิตอาสาเหมือนกันมาร่วมกันทำความดีให้กับชุมชนของตนเอง จะเป็นจริงได้รึเปล่าก็ไม่ทราบนะครับ จะอย่างไรก็ตามผมมีความเชื่ออยู่เสมอว่ากิจกรรมที่ดีงาม ความคิดดีงาม การเผื่อแผ่ด้วยจิตใจแจ่มใสบริสุทธิ์ จะไม่สูญหายไปจากโลกใบนี้แน่ อย่างเช่นการดูแลผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้ยาก ผู้ป่วยทุพลภาพ หรือการเกื้อกูลคนที่ยากแค้นขัดสนจะต้องมีการดำเนินการต่อไปเพราะสังคมไทยไม่ทอดทิ้งกันใช่มั้ยครับ

    

เมื่อพวกเรามาถึง พีซียู ตำบลหัวรอ กลุ่มสมาชิกจิตอาสานั่งรอกันอยู่แล้วครับ พี่ติ๋วหัวหน้าพีซียูหัวรอ หาส้มหวานมาเลี้ยงกัน โต้งกับอุ๋ยถือโอกาสขอถ่ายรูปร่วมกันไว้ซะหน่อย

    

อาจารย์ อุดมชัย ประธาน อสม และ ประธานชมรมผู้สูงอายุตำบลหัวรอก็มาร่วมมอบของขวัญปีใหม่ให้กับผู้สูงอายุที่เป็นอัมพฤกษ์ด้วยครับ นับเป็นเกียรติกับพวกเราชาวเวชศาสตร์ครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

    

     ทีมจิตอาสา ตำบลหัวรอ นี่เข้มแข็งไม่แพ้ชาวพลายชุมพลเลยนะครับ ต่างคนต่างเล่ากันอย่างมีความสุขที่ได้ไปช่วยดูแลผู้ป่วยอัมพาตที่กระจายอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆในตำบลหัวรอ แล้วก็ชักชวนกันไปเยี่ยมผู้ป่วยของเค้ากันเลยครับ

   

นี่แหละครับทีมจิตอาสา ตำบลหัวรอ คนที่สองนั่น ยุพิน พยาบาลเวชศาสตร์ครอบครัว ที่ประจำอยู่ที่ พีซียูหัวรอ

    

     คุณป้าคนนี้คือบ้านแรกที่เราไปเยี่ยมครับ ป้ายิ้มโชว์ให้อุ๋ยถ่ายภาพ คุยเสียงชัดเชียวนะครับว่า ลูกสาวและทีมจิตอาสาเราดูแลดี ตอนนี้ลูกสาวไปทำงานให้แกช่วยตัวเองอยู่ที่บ้านได้แล้วครับ

    

     ดูการปรับสภาพบ้านสำหรับผู้ป่วยอัมพาตของคุณป้าคนนี้ครับ ห้องส้วม ห้องน้ำอยู่ปลายที่นอน เลื่อนตัวไปช่วยตนเองได้เลยครับ เวลาไม่ใช้ก็เอาเสื่อน้ำมันปิดไว้ได้

     

     อาจารย์ อุดมชัย มอบของขวัญปีใหม่ให้คุณป้า ห้องน้อยตอนนี้อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเต็มอิ่มด้วยความสุข

    

 คุณยายบ้านนี้ ลูกสาวเป็น อสม และสมาชิกจิตอาสาทั้งสองคนเลยครับ ปีนี้อายุ 92 ลูกสาวบอกว่าส่วนมากจะนอนบางทีถ้าตั้งใจก็ลุกได้เหมือนกัน

    

     วันนี้หมอมาเยี่ยม ลุกขึ้นมาให้ศีลให้พรเป็นการใหญ่ ผมไม่รู้ว่า ผมกับยายใครจะมีความสุขกว่ากัน

 

     ยายตะล่อม รู้จักกับผมมาเกือบสิบปีแล้วครับ ปีนี้อายุ 93 ปี หูตายังดีมากๆ บ้านอยู่แถวหัวรอนี่เองครับ ผมเลยถือโอกาสเยี่ยมขอพร คุยกับยายตะล่อมมาตลอดว่ายายต้องอยู่ถึงร้อยปีแน่ๆ แล้วเรามาเป่าเค้กวันเกิดกัน ยายหัวเราะน้ำหมากกระจาย แล้วบอกว่าถ้ารอดปีนี้ได้ ก็จะอยู่อย่างหมอว่า  อีกแค่ 7 ปีเท่านั้นผมจะได้จัดงานวันเกิดให้ยายตะล่อมแล้วครับ

    

     พวกเรามายืนถ่ายรูปด้วยกัน ที่ พีซียู หัวรอ พี่ติ๋ว ชุดเหลืองแถวหน้าสุด หัวหน้าพีซียูหัวรอ ทำงานเข้มแข็งมากครับ

     ขากลับ ผมนั่งคิดอยู่ในใจว่า วันนี้ช่างคุ้มค่า ได้ทำสิ่งที่ฝันมานานว่าถ้าทำได้จริงๆคงจะมีความสุขเป็นที่สุด ต้องขอบคุณ น้องโต้ง น้องเจี้ยบ น้องอุ๋ย และ สมาชิกจิตอาสาทุกท่าน ที่ช่วยกันทำด้วยใจเมตตา ผมยังหวังต่อไปว่า ถ้าโครงการนี้สามารถขยายไปได้ในทุกสังคม ทุกชุมชน บ้านเมืองเราคงเป็นสังคมที่มีความสุขที่สุดนะครับ

    

    

    

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Beautiful mind

คำสำคัญ (Tags)#จิตอาสา

หมายเลขบันทึก: 73639, เขียน: 20 Jan 2007 @ 19:37 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 17:45 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 10, อ่าน: คลิก


ความเห็น (10)

lwipoo
IP: xxx.157.128.191
เขียนเมื่อ 
  •   วันนั้นจำได้ว่าเป็นวันที่ได้ทำกุศลเพราะเราเห็นรอยยิ้มของทั้งผู้ป่วยผู้สูงอายุจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้แต่ก็เป็นน้ำตาของความอิ่มเอิบใจ
  • ขอบคุณ ลุงปุ๊ ที่ได้นำพาเรากับน้องๆ
     ได้มีส่วนร่วมกับความสุขแบบนี้ที่หาซื้อไม่ได้ด้วยเงินแล้วชื่นใจมะโต้ง เราหวังว่าสิ่งดีๆแบบนี้จะปลูกฝังอยู่ในหัวใจของน้องๆเราทุกคนนะ หาแนวร่วมให้อีกมากๆ เพื่อสังคมของเราจะได้น่าอยู่ขึ้น และสักวันหนึ่งคงไม่มีใครในสังคมนี้ถูกทอดทิ้งโดยไม่มีใครเหลียวแลเลย
nutim
เขียนเมื่อ 
  • อาจารย์คะ ลูกน้องภูมิใจ(จริงๆนะคะ)ที่มีหัวหน้าอย่าง อาจารย์ และพี่โต้ง หนูได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากที่นี่ค่ะ.... งานPrimary care ...ซึ่งยิ่งทำยิ่งได้...มากมายก่ายกองจริงๆค่ะ
  • ได้เห็นภาพหยาดน้ำตาแห่งความอิ่มเอิบใจของใครบางคนด้วยค่ะ...เสียดายอาจารย์ไม่นำรูปลงด้วย...
  • แหมอิ่มบุญจนหน้ากลม แก้มป่องเลย  ขอเผื่อแผ่มาถึงน้องๆผู้หิวโหยข้างหลังบ้างก็ดีนะเพราะตอนนี้ไม่มีโอกาสได้ทำบุญเล้ย...งานครวจรักษา และงานต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยียน ก็แย่แล้วค่ะอาจารย์ขา....
  • ขอให้โครงการนี้อยู่คู่กับเวชศาสตร์ครอบครัว ไปตราบนานเท่านานจนนู๋รัตน์แก่เฒ่าเลยนะเพราะว่ากลัวถูกทอดทิ้งขาดคนดูแล (ตอนสาวๆยังขาดคนดูแลเลย ฮิ ฮิ..)
     หนูรัตน์สามารถอิ่มบุญเหมือนเราได้โดยบริจาคเงินเข้ากองทุนจิตอาสาเพื่อคุณภาพชีวิตได้นะ ยินดีรับเต็มที่เผื่อจะได้อายุมั่นขวัญยืนมีคนดูแลตลอดไป
อ้อมค่ะ
IP: xxx.157.71.238
เขียนเมื่อ 
ดีใจด้วยนะค่ะ คงมีความสุขมากเลยนะ

ดูมีความสุขจริง ๆนะครับ  วันข้างหน้าขอเรียนรู้งานกับ อาจารย์นิพัธ ด้วยคนนะครับ  ทุกวันนี้ก็มีความสุขกับงาน primary มาก  แต่ประสพการณ์ ยังต้องเรียนรู้อีกมากเลยครับ   ช่วงนี้ก็ทำงานกับผู้พิการในชุมชนที่รับผิดชอบ  แต่ยังดูขาด ๆ อะไรไปบางอย่าง  อยากเอาโครงการของ อาจารย์มาใช้บ้างจัง

     รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รู้จักน้องแพทย์ที่มีความสุขกับงาน primary ข้อคิดเห็นของคุณหมอจิ้นสร้างกำลังใจให้ผมอย่างมากนะครับ คิดว่าเราคงมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน ข้อคิดเห็นกันบ้าง โครงการใดๆก็ตามที่เวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลพุทธชินราชทำแล้วเห็นว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนมนุษย์ขอให้น้องๆช่วยกันเผยแพร่ด้วย จะปรับปรุงพัฒนาใดๆก็ได้นะครับ ผมจะมีความสุขมาก ผมหวังว่าสักวันหนึ่งคงจะได้ทำงานร่วมกันครับ
ดีครับ..การแบ่งปันย่อมมีคุณค่าทั้งผู้รับและผู้ให้ครับ...
sirirat
เขียนเมื่อ 
นานแล้วนะที่ไม่ได้อ่านเรื่องใหม่ๆของอาจารย์เลย อยากรู้จังว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่