เรียนรู้จาก...คุณไมโต

เมตตา
  ดิฉั๊นเรียนรู้การทำงานแบบคิดต่างจากเธอ....หากจะบอกเธอเป็นมุมมองที่ต่างกับดิฉั๊บแบบสุดขั้ว ดิฉันเรียนรู้จากการทำงานกริยาพื้นๆที่เธอกระทำ...."ว่าอะไรนะคะ"...."คิดใหม่อีกทีดีมั๊ยคะ"....."งานทุกอย่างทำได้ค่ะ..แต่ต้องวางแผน"......."มัวแต่จินตนาการไม่แปลงมาเป็นแผน....ใครจะเข้าไปในโลกจินตนาการของใครได้".....เป็นการบอกแบบตรงไปตรงมาที่นุ่มนวล.....  

บันทึกนี้เขียนจากการเรียนรู้จากคุณไมโตเพื่อนร่วมสถาบัน....ร่วมงาน.....ร่วมโลก...การเรียนรู้จากกันและกันแล้วนำมาคิดไตร่ตรองเพิ่มอีกนิด.......เป็นสิ่งที่ควรทำเพราะนับเป็นมูลค่าเพิ่มได้อีก....ดิฉั๊นมีงานที่ต้องติดต่อกันที่จะช่วยกันผลักดันวง ลปรร.ใน ม.อ.(Share.psu)..คุณไมโตเป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์...มีบุคลิก...มั่นใจในตัวเองมาก...มีความคิดเป็นของตัวเอง...เธอคิดอะไรก็จะพูดตรงไปตรงมาแบบไม่ต้องแปลอีกครั้ง...คิดเจ็บๆ พูดเจ็บๆ คิดไม่อยู่บนฐานของผลประโยชน์ใดๆ ไม่เยิ่นเย้อมากความ  ดิฉั๊นสรุปว่าพึ่งพาอาศัยได้ในเชิงความคิด.....ดิฉั๊นได้เรียนรู้การทำงานแบบคิดต่างจากเธอ....หากจะกล่าวอาจกล่าวได้ว่าเธอเป็นมุมมองที่ต่างกับดิฉั๊บแบบสุดขั้วดิฉันเรียนรู้จากการทำงานกริยาพื้นๆที่เธอกระทำ...."ว่าอะไรนะคะ"...."คิดใหม่อีกทีดีมั๊ยคะ"....."งานทุกอย่างทำได้ค่ะ..แต่ต้องวางแผน"......."มัวแต่จินตนาการไม่แปลงมาเป็นแผน...ใครจะเข้าไปในโลกจินตนาการของใครได้".....เป็นการบอกแบบตรงไปตรงมาที่นุ่มนวล.....
       ดิฉั๊นมักใช้จินตนาการในการทำงาน.....มากไปหน่อย..
              วานนี้เป็นวันนัดคนเขียน blog ใน ม.อ. เธอไม่สะดวกเพราะต้องดูแลผล Lab อะไรสักอย่างที่เฝ้าทำอยู่เป็นเดือนๆ...และต้องการผลคำตอบไปตัดสินอนาคตของคนอีกหลายคน....เข้ามาร่วมตอนสายๆ...มาเสนอแนะความคิดเห็นในวง..."ทำอย่างไรที่จะให้เรามีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้อย่างเนียนในชีวิตปกติที่มีภาระงานมากจนทำไม่ทันให้คนหันมาสนใจการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างเป็นธรรมชาติ ปกติ"
            "ผมคิดว่า...เป็นงานยาก....แต่ทำได้....ต้องวางแผนและเฝ้าสังเกตให้ดี....ผมอยากให้เขียนแบบมีชีวิตและจิตใจ ในคนเดียวกันผมมองเห็นว่าบางครั้งก็แห้งๆ....ไร้อารมณ์...เป็นทักษะผสมความรู้สึกในการเขียนหรือใจนั่นเอง" โอ้โห!...นักวิทยาศาสตร์คิดแบบนี้ได้ด้วยเหรอ
             "เราต้องทำให้งานประจำขึ้นไปบนนี้ให้ได้ก่อนให้ใช้เป็นเครื่องมือในการทำงานประจำ..จะดูไม่เป็นงานเพิ่มทำให้เขาต้องรู้จักและหันมาสนใจ..ที่ทำคู่ขนานคือพยายามส่งเสริมให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเป็นสภาวะปกติของงานประจำ(อันนี้อาจยากหน่อย)จากนั้นสิ่งที่เราอยากได้จะมาเอง....(คลังความรู้ประสบการณ์เอย.....ความไว้ใจ....ความสุขในองค์กร....ฯลฯ)"
......พบกับเธอได้ที่นี่ค่ะ...mitochondria

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เก็บได้จากการทำงาน

คำสำคัญ (Tags)#blogger#share.psu.ac.th#ไมโต

หมายเลขบันทึก: 73630, เขียน: 20 Jan 2007 @ 17:23, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 17:06, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (8)

อ่านซ้ำ รอบที่ 2 แต่ไม่มีความเห็นค่ะ
Mitochondria
เขียนเมื่อ 20 Jan 2007 @ 20:14
     ประสบการณ์ของคนทำงานเป็นสิ่งที่มีค่าครับ เป็นทรัพย์สมบัติขององค์กรที่องค์กรควรหาวิธีในการเก็บรักษาไว้ ในหน่วยงานที่มีความคล้ายคลึงกันของลักษณะงาน ประสบการณ์ในการทำงานอย่างหนึ่งขององค์กรหนึ่ง จะเป็นประโยชน์ต่ออีกองค์กรในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น นั่นเป็นความจริงที่พิสูจน์ได้ ซึ่งวง share.psu จะช่วยเหลือเราในการแลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่มีในตัวเรา ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรและประเทศชาติได้ครับ นอกจากนั้นเรายังได้เพื่อน ได้รู้จักคนคอเดียวกัน คนที่ทำงานใน field เดียวกัน ซึ่งต่อไปอาจได้ขอความช่วยเหลือหรือพึ่งพากันในเรื่องต่างๆ 
     เพื่อนๆครับ เขียนความรู้จากประสบการณ์ของท่านเถอะครับ แล้วท่านจะรุ้ว่า ท่านไม่เสียอะไรเลย ความรู้ยังอยู่ในตัวท่าน ท่านมีแต่ได้ กับได้ อย่างน้อยได้เพื่อน ได้รู้จักคนมากขึ้น ได้รู้ว่าความรู้จากประสบการณ์ของท่าน เป็นพื้นฐานในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเรื่องต่างๆ ของอีกหลายๆคน และที่สำคัญ เพียงท่านเริ่มต้นบันทึกประสบการณ์จากชีวิตท่าน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก้อได้บันทึกชื่อของท่านไว้ใน share.psu.ac.th และประเทศชาติก็ได้บันทึกชื่อของท่านไว้ในความทรงจำของ gotoknow เรียบร้อยแล้ว ท่านจึงเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่าอย่างแท้จริง
nidnoi
เขียนเมื่อ 21 Jan 2007 @ 12:39
ชอบจังเลยค่ะ คำนี้..
 "...และที่สำคัญ เพียงท่านเริ่มต้นบันทึกประสบการณ์จากชีวิตท่าน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก้อได้บันทึกชื่อของท่านไว้ใน share.psu.ac.th และประเทศชาติก็ได้บันทึกชื่อของท่านไว้ในความทรงจำของ gotoknow เรียบร้อยแล้ว ท่านจึงเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่าอย่างแท้จริง...."
.
โอ...จริงหรือนี่
งั้นเราก็เป็นคนสำคัญสิ
คนเรามีความสำคัญและมีค่าทุกคนนะ เขาว่า" self esteem"  แต่ว่าแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 11 Feb 2007 @ 12:23
  • ตามาอ่านว่าต้องใช้เวลาคืนดีกับคนที่บ้านนานเท่าไร
  • ยิ้ม ยิ้ม

ตามหาคุณไมโต

อืม...ไม่ใช่ ตามมาเรียนรู้กับคุณไมโต

คิดถึงบันทึกของคุณไมโต คิดถึงความคิดเห็นที่คุณไมโตเขียน  ตรง...ลำดับเรื่องเข้าใจง่าย....

คิดถึง(ตัวหนังสือ)ของคุณไมโตค่ะ

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 19 Apr 2007 @ 11:27
  • ตามมาอีกรอบ
  • มาขอบคุณสบายดีใช่ไหมครับ

อ่านอย่างไตร่ตรองแล้วก็เกิดความคิดอะไรบางอย่าง แต่ยังเลือนราง ยังไม่ตกผลึกออกมาตรงๆ ครับ เขียนเก่งจังทำให้เกิดบรรยากาศแปลกๆในสมองผม

การจะเป็นคนสำคัญไหมนั้นสำหรับผมคิดว่าคงไม่สำคัญนักครับ อ้าง reference จากธรรมะของพระพุทธเจ้า ที่พระองค์กล่าวถึงโลกธรรมแปด ซึ่งมีสรรเสริญเป็นข้อหนึ่ง (ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์) ว่าใจเราไม่ควรกระเพื่อมไปกับสิ่งเหล่านี้

ขอบคุณขอรับ