อโรคยา ปรมา ลาภา

             

          ขอเพิ่มเติมนิดนึงนะคะ  อยากให้ทุกท่านไม่ประมาทเวลาขับรถหรือเดินทางไปไหนมาไหน  กรุณาคาดเข็มขัดนิรภัยนะคะ หรือหากเป็นรถมอเตอรไซค์ควรใส่หมวกกันน๊อคให้ถูกต้องด้วยค่ะ เมาอย่าขับกันไว้ย่อมดีกว่าแก้ เพราะนึกถึงอุบัติเหตุที่ฉันประสบมานั้นหากฉันคาดเข็มขัดนิรภัยอาจจะเจ็บตัวน้อยกว่านั้นก็ได้         

           เพื่อนคนขับบอกว่า เค้าไม่สามารถบังคับพวงมาลัยได้เลยแล้วก็คงตกใจด้วยค่ะ รถไปชนต้นไม้ขนาดย่อมๆด้านฉันนั่ง แล้วหมุนกลับหัวกลับหาง มีแต่คนพูดว่าเห็นซากรถแล้วใครก็คิดว่าไม่น่ารอด เพราะหน้ารถด้านที่ฉันนั่งยู่เข้ามาหมดเลย เบาะที่นั่งเลื่อนขยับไปด้านหลัง อืมฉันอาจจะรอดด้วยพระพุทธคุณ หรือพระคุณของพ่อและแม่ที่คุ้มกะลาหัวอยู่ เพราะตอนนั้นนึกถึงแต่พระพุทธเจ้าและพ่อกับแม่เท่านั้น สาเหตุที่พวงมาลัยบังคับไม่ได้เป็นเพราะลูกปืนแตก เพื่อนก็งงเพราะก่อนเดินทางเค้าเอารถไปเช็คเรียบร้อยแล้ว  รถคันนั้นบ้านเพื่อนฉันคิดดูแล้วซ่อมก็คงไม่คุ้ม เค้าเลยขายซากรถไป         

         ส่วนฉันวันแรกที่นอนโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์  เริ่มหายตกใจแล้วค่ะ ที่คิดว่าอาจบาดเจ็บมีเลือดออกในช่องอกก็ไม่มีแล้ว เริ่มหายใจสะดวกขึ้น  ต้องโทรบอกทางบ้าน เพื่อหาคนมาพยาบาลดูแลฉัน พ่อกับแม่ตกใจมากแต่หลังจากถามไถ่ก็โล่งใจว่าไม่เป็นอะไรมาก ได้ข้อสรุปกันว่าน้าจะมาดูแลฉันเพราะพ่อกับแม่ต้องทำงาน ตอนนั้นเราพี่น้องสามคนเรียนมหาวิทยาลัยกันหมดเลยค่ะ                ฉันเดินไม่ได้ต้องกิน นอน ขับถ่าย แปรงฟันบนเตียง ขยับตะแคงก็ไม่ได้เพราะขาซ้ายทั้งขาบวมฉึ่ง เมื่อขยับจะปวด ตามตัวมีจ้ำเขียวๆเต็มไปหมด โดยเฉพาะแถวหน้าอกที่สงสัยจะกระแทกกะคอนโซลรถ ส่วนกระดูกไหปลาร้าที่หักไม่ยักกะเจ็บแฮะ แปลกเหมือนกันแต่เนื่องจากมันหักเลยต้องนอนเฉยๆตะแคงขวาก็ไม่ได้ ทำให้ฉันเข้าใจความรู้สึกของคนไข้อย่างมาก  ลำไส้ฉันคงตกใจผ่านไปถึง 5 วันเลยเริ่มขับถ่ายได้ สงสารน้าที่สุดคงเหมือนส้วมแตกในห้องเลยแหละค่ะ ดีที่เป็นห้องพิเศษ ไม่งั้นวอร์ดคงระเบิด             ทรมานจริงๆทั้งทางกายและทางใจ  อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ   ในด้านจิตใจ ฉันเริ่มกังวลว่าจะจบไม่ทันเพื่อน อีกแค่สองวอร์ดเอง คนเคยทำอะไรได้ด้วยตัวเอง กระฉับกระเฉง บุคลิกหมอๆเราน้อยคนที่จะมาอ้อยอิ่ง มีแต่เดินกันคิดว่าตามควายเอ๊ยควายอาจจะตามไม่ทันค่ะ ฮิฮิ นี่ต้องมานอนอืดบนเตียงจะตะแคงยังไม่ได้เลย กลัวเป็นแผลกดทับก็กลัว เพื่อนมาเยี่ยมก็ดันมาเล่าว่าจะไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ ทำให้คนป่วยอยากอีก         

       ผ่านไปได้สักอาทิตย์นึง ขาซ้ายฉันที่บวมเริ่มยุบ โอ้โฮคุณเอ๋ย มันปวดอย่าบอกใคร ตอนมันบวมยังดีเสียกว่าเพราะขยับถึงจะปวด  แต่ไอ้ตอนยุบแล้วปวดนี่มันปวดตลอด   ฉันต้องพึ่งยามอร์ฟีนฉีดเลยแหละ  รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดของคนไข้แล้ว  ถ้าฉันหายออกไป  เวลาคนไข้เจ็บฉันจะไม่คิดว่าเค้าสำออยอีกแล้วค่ะ จะไม่ดุคนไข้อีกแล้ว                    

        ประมาณ 1เดือนฉันก็มาหัดเดินใหม่  เหมือนร่างกายมันเสียศูนย์ไป เดินโคลงเคลงพิกล  และรู้สึกเหมือนขามันสั้นยาวไม่เท่ากันอีกด้วย   ไหล่ขวาก็ติดต้องมาหัดปูไต่กะข้างฝากว่าจะยกมือขึ้นได้สุด  ขาซ้ายก็เป็นตะคริว   แถมฉันยังหวาดๆกับถนนและรถรา   เวลาเดินข้ามถนนจะมีอาการเหงื่อตก  กลัวมาก ต้องให้เพื่อนหิ้วปีกไป   ไม่ต้องถามถึงการขี่รถ ไม่กล้าขี่มอเตอรไซค์กับข้ามถนนไปนานหลายเดือน                    

        การเจ็บป่วยหนนี้......ทำให้ฉันเข้าใจความรู้สึกคนไข้เวลานอนแซ่วอยู่บนเตียงและทรมานกับการเจ็บป่วยลึกซึ้งจริงๆ

              แบบฝึกหัดของชีวิตเป็นอย่างนี้เองหนอ