บทความวิจัยเรื่อง ความไม่มั่นคงทางน้ำและการเปลี่ยนแปลงอุทกภูมิรัฐศาสตร์ในอาเซียน: การวิเคราะห์เชิงเอกสารกรณีวิกฤติปากแม่น้ำโขง Water Insecurity and Hydro-Geopolitical Transformation in ASEAN: A Qualitative Documentary Analysis of the Mekong Delta Crisis ……………………………………………………………………………………………………………………………………
บทคัดย่อ
ลุ่มแม่น้ำโขงกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในพื้นที่อุทกการเมืองที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากที่สุดในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งความไม่มั่นคงทางน้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ได้บรรจบกันจนส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนระเบียบและพลวัตความมั่นคงของภูมิภาคอาเซียน งานวิจัยฉบับนี้มุ่งศึกษาการเปลี่ยนผ่านของ “น้ำ” จากทรัพยากรทางนิเวศร่วมของภูมิภาคไปสู่เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านอุทกภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ โดยให้ความสำคัญต่อวิกฤตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงและความเปราะบางเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในฐานะรัฐปลายน้ำ การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการวิเคราะห์เอกสารเชิงนโยบายและการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงประเด็น โดยอาศัยข้อมูลจากเอกสารนโยบายของอาเซียน รายงานของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง การประเมินทางอุทกวิทยา รายงานจากองค์การระหว่างประเทศ และวรรณกรรมวิชาการที่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ กรอบการวิเคราะห์บูรณาการทฤษฎีอุทกการเมือง (Hydro-Politics Theory) ทฤษฎีอำนาจนำเชิงอุทกศาสตร์ (Hydro-Hegemony Theory) ทฤษฎีความพึ่งพาซึ่งกันและกันเชิงซับซ้อน (Complex Interdependence Theory) ทฤษฎีระบบความมั่นคงระดับภูมิภาค (Regional Security Complex Theory) และทฤษฎีภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geo-Economics Theory) เพื่ออธิบายความสัมพันธ์เชิงพลวัตระหว่างความไม่สมดุลด้านอำนาจทางน้ำ ความเสื่อมโทรมทางนิเวศ ความพึ่งพาซึ่งกันและกันระดับภูมิภาค และความเปราะบางของโครงสร้างสถาบันระดับภูมิภาค
ผลการศึกษาพบว่า ระบบเขื่อนแบบลูกโซ่บริเวณต้นน้ำแม่น้ำหลานชางของจีนได้เปลี่ยนแปลงการไหลเวียนของน้ำ การกระจายตัวของตะกอน ระบบประมง และเสถียรภาพทางนิเวศของลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผล กระทบต่อเนื่องต่อความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงด้านพลังงาน ความยั่งยืนทางการเกษตร และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาค ในขณะเดียวกัน โครงสร้างธรรมาภิบาลระดับภูมิภาคของอาเซียนยังคงเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้างจากหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน การตัดสินใจแบบฉันทามติ ความกระจัดกระจายของกลไกการประสานงาน และข้อจำกัดด้านอำนาจในการบังคับใช้กฎระเบียบ ซึ่งลดทอนศักยภาพของภูมิภาคในการจัดการปัญหาความไม่มั่นคงทางน้ำข้ามพรมแดนอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การศึกษายังพบว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานน้ำ โครงการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค และกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือแห่งอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ภายใต้บริบทของการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้น
งานวิจัยนี้เสนอแนวคิด “การเปลี่ยนผ่านเชิงอุทกภูมิรัฐศาสตร์” (Hydro-Geopolitical Transformation) ในฐานะกรอบการวิเคราะห์สำคัญสำหรับทำความเข้าใจว่าระบบสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำกำลังถูกผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปรับโครงสร้างความมั่นคงและการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไร สำหรับประเทศไทย ภูมิทัศน์อุทกการเมืองรูปแบบใหม่ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเชิงยุทธศาสตร์ในหลายมิติ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการทูตทางน้ำเชิงปรับตัว การเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านความยืดหยุ่นทางนิเวศ การกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน และการถ่วงดุลทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างรอบคอบระหว่างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมกับความพึ่งพาทางเศรษฐกิจ การศึกษาสรุปว่า วิกฤตแม่น้ำโขงมิได้เป็นเพียงปัญหาด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม หากแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระเบียบภูมิภาคอาเซียนภายใต้บริบทของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ความไม่มั่นคงด้านทรัพยากร และการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด
