เว็บไซต์ University World News วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๙ มีข่าวเรื่อง Global compact for research collaborations proposed ทำให้ผมรู้จักการประชุม Higher Education Forum for Africa, Asia and Latin America (HEFAALA) Symposium เป็นครั้งแรก จึงขอทำความรู้จักมากขึ้นอีกนิด โดยขอให้สหายเอไอแนะนำ ได้สาระจากสหายเจมิไนดังนี้
Gemini
งานประชุมวิชาการ The Fourth Higher Education Forum for Africa, Asia and Latin America (4th HEFAALA Symposium) จัดร่วมกับงาน 24th International Conference on Higher Education in Africa เมื่อวันที่ 15-16 เมษายน 2569 (ค.ศ. 2026) ณ สำนักงานใหญ่สหภาพแอฟริกา (African Union Commission) ประเทศเอธิโอเปีย มีประเด็นการขับเคลื่อนและหัวข้อการประชุมที่น่าสนใจมาก
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก (Theme) คือ "Equitable Partnerships in Higher Education: Advancing Strategies for Sustainable Development" (ความเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียมในระดับอุดมศึกษา: การขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน) โดยมีประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงและผลักดัน ดังนี้ครับ:
1. การเปลี่ยนผ่านสู่ "ความร่วมมือที่เท่าเทียม" (Equitable Partnerships) ที่ประชุมเน้นย้ำถึงการรื้อถอนกรอบความคิดแบบเดิมที่ประเทศพัฒนาแล้วเป็น "ผู้ให้ความช่วยเหลือ" (Aid paradigms) ไปสู่ความร่วมมือแบบพหุศูนย์กลาง (Polycentric cooperation) ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การเคารพความหลากหลายขององค์ความรู้ (Epistemic pluralism) และการร่วมสร้างสรรค์ทางออก (Co-creation) เพื่อแก้ปัญหาระดับโลก
2. บริบทและยุทธศาสตร์เฉพาะของ 3 ทวีป (Regional Perspectives) มีการแลกเปลี่ยนมุมมองที่แตกต่างแต่สามารถนำมาบูรณาการร่วมกันได้ ได้แก่
แอฟริกา มุ่งเน้นไปที่ความเป็นอิสระของสถาบัน (Autonomy) ความเสมอภาค (Equity) และระบบการเงิน (Finance) โดยเฉพาะการเตรียมระบบอุดมศึกษาให้พร้อมรับมือกับประชากรเยาวชนแอฟริกันกว่า 375 ล้านคนที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานภายในปี 2030
ละตินอเมริกา นำเสนอกลยุทธ์ในการสร้างการมีส่วนร่วมในเวทีระดับโลก (Global engagement)
เอเชีย เน้นย้ำถึงวิถีทางและแนวปฏิบัติเพื่อก้าวไปสู่ความยั่งยืน (Sustainable pathways)
3. บทบาทของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI & Digital Ecosystems) มีการหารือเจาะลึกเกี่ยวกับการปรับตัวของระบบอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัย ภายใต้ระบบนิเวศดิจิทัลและการเข้ามาของเทคโนโลยี AI ว่าจะช่วยเสริมสร้างหรือส่งผลกระทบต่อความเท่าเทียมทางการศึกษาอย่างไร
4. การวิจัยประยุกต์และนวัตกรรม (Applied Research & Innovation) ผู้บริหารระดับสูงและนักวิชาการได้ผลักดันให้เกิดการสร้าง "ศูนย์ความเป็นเลิศ" (Centers of Excellence) และทำให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคเอกชน ควบคู่ไปกับการวางระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) ที่เข้มแข็งเพื่อปกป้องนวัตกรรมของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
5. สู่มหาวิทยาลัยที่ยืดหยุ่นและเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurial and Resilient Universities) มีข้อเสนอแนะให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ต้องปรับเปลี่ยนโมเดลการบริหารจัดการของตนเอง ให้มีความเป็นผู้ประกอบการมากขึ้น และมีความยืดหยุ่น (Resilient) พร้อมรับมือกับวิกฤตและความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างทันท่วงที
บทสรุปที่เป็นรูปธรรม
นอกจากวิสัยทัศน์ที่กล่าวมา งานประชุมนี้ยังได้นำเสนอ “Global Compact in Equitable Partnerships” (ข้อตกลงระดับโลกด้านความเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียม) เพื่อเป็นกรอบการทำงานร่วมกัน อีกทั้งยังมีการจัด Masterclass คู่ขนานเพื่อพัฒนาศักยภาพเชิงปฏิบัติให้กับนักวิชาการ เช่น เทคนิคการเขียนขอทุนวิจัยให้แข่งขันได้ในระดับโลก การก้าวข้ามภาวะตีบตันในการเขียนงานวิชาการ (Writer's block) และการยกระดับงานวิจัยผ่านความเป็นนานาชาติ
ผมมีความเชื่อตั้งแต่หนุ่ม ว่าความช่วยเหลือ หรือความร่วมมือจากต่างประเทศ เป็นรูปแบบหนึ่งของการลงทุนแสวงผลประโยชน์ เราต้องมีสติปัญญาที่จะคิดเอง ว่าเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องสำคัญต่อบ้านเมืองของเรา จัดเป็นลำดับความสำคัญในการร่วมกันลงมือทำ ไม่ใช่ให้ต่างประเทศมาจูงจมูก
จะเห็นว่า เรื่องระบบอุดมศึกษา ก็เป็นอีกหนึ่ง “ภูมิศาสตร์การเมือง”
วิจารณ์ พานิช
๒๖ เม.ย. ๖๙