สะพานบุญ
จุดเริ่มต้นนับตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ นักธุรกิจหนุ่มจากบริษัทใหญ่ในกรุงเทพฯ บริจาคเงินก่อสร้างห้องสมุดและสนับสนุนกิจกรรมตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนมอบวัสดุอุปกรณ์และสื่อการสอนให้โรงเรียนอย่างต่อเนื่อง
ก่อนที่ผมจะเกษียณในปี ๒๕๖๖ ท่านให้ผมหานักเรียน เพื่อมอบทุนการศึกษาจนจบปริญญาตรี ผมคัดได้ ๕ คน จึงเป็นที่มาของจดหมายขอบคุณและรายงานผลฯฉบับนี้ ให้นักธุรกิจท่านนี้ได้รับทราบเป็นประจำทุกปี
เนื้อความในจดหมายผมเขียนด้วยลายมือ สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เกษียณแล้วไม่มีเครื่องปริ๊น จะส่งเป็นไฟล์ให้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่รักใคร่นับถือ ก็ดูจะไม่เหมาะสมเท่าที่ควร
จริงๆแล้ว จากที่รู้จักกันมา ๑๒ ปี ท่านผู้นี้ใจดี มีความเรียบง่าย ไม่ชอบพิธีรีตอง แต่ด้วยหน้าที่ของผม ในฐานะผู้ประสานงาน และนิเทศ กำกับ ติดตามเด็กในสังกัด
ทุกปีการศึกษา จึงสมควรบอกเล่าเรื่องราวของเด็กว่าเรียนไปถึงไหน เป็นอย่างไรกันบ้าง
ผมใช้คำว่า “เด็กในสังกัด” เสียด้วย อย่างกับค่ายเพลง ค่ายมวย และค่ายนางงาม ยังไงยังงั้นเลย
๓ ปีการศึกษาผ่านไป จำนวนเด็กยังอยู่เท่าเดิม ผมไม่มีความกล้าหาญชาญชัยที่จะหาเด็กเพิ่ม แค่เด็กทั้ง ๕ คน ไม่ออกกลางคันก็ดีถมไปแล้ว ปีการศึกษา ๒๕๖๙ จำนวนเด็กจะเหลือ ๔ คน เท่านั้น
เพราะจบชั้น ม.๖ ไป ๑ คน ด้วยเกรดเฉลี่ย ๓.๘๙ เด็กคนนี้เป็นเด็กดี มีความกตัญญูและใฝ่รู้ใฝ่เรียนมาก คุณพ่อเสียชีวิตได้ ๓ ปี ตอนเย็นหลังเลิกเรียนและวันหยุด เธอจะไปช่วยแม่ขายพวงมาลัย
แต่ก็ไม่เสียโอกาสด้านการเรียน เธอขยัน อดทนและมุ่งมั่นมาก เธออยากเป็นนักการฑูต จึงขวนขวายด้านภาษาอังกฤษ ทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน อยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยม ได้เกรด ๔ ทุกภาคเรียน
ผมเลยไม่แปลกใจ ที่เธอใช้การสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัย โดยไม่ใช้โควต้า ไม่ต้องยื่นพอร์ตโฟลีโอ คะแนนสอบคัดเลือกของเธอสูงพอที่จะเลือกเรียน คณะศิลปศาสตร์ (สาขาภาษาอังกฤษ) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
พูดแล้วก็จะหาว่าคุย เด็กที่ผมดูแลและประสานข้อมูลให้ได้รับทุนการศึกษา ภาคเรียนละ ๑ ครั้ง ทุกคนล้วนเรียนดี มีเกรดเฉลี่ยรวม ๓.๘ (ต่ำสุดที่ ๓.๓๑ สูงสุดอยู่ที่ ๓.๙๘ ว้าว..มาก)
อะไรก็ไม่เท่ากับความภาคภูมิใจของผม ที่เห็นนักเรียน ๒ ใน ๕ คน เป็นศิษย์เก่า ร.ร.บ้านหนองผือ ต้นสังกัดเดิมของผม เป็นเพชรเม็ดงามที่ฉายแวว ตั้งแต่ที่เป็นครูกับศิษย์กันมา เมื่อครั้งที่ผมสอนภาษาไทย
คนเล็กสุดเลื่อนชั้นไปเรียน ม.๒ ได้ทุนการศึกษาตั้งแต่อยู่ ป.๕ คนนี้เรียนดีผิดหูผิดตาไปเลย
อีกคน ที่ผมรู้สึกเป็นห่วง ถึงแม้จะเป็น “ช้างเผือกแห่งหนองผือ”ก็ตาม เธอสมควรได้รับทุนเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีความมานะพยายามจนสอบเข้าเรียนชั้นม.๑ ร.ร.กรรณสูต ร.ร.ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี
จากการติดตามถามไถ่ ก็เข้าใจได้ว่าเรียนยาก เกรดเฉลี่ยของเธอไม่สูงมาก ก็ต้องให้กำลังใจ
วันนี้ ผมหมดห่วงหมดกังวลแล้ว เธอผ่าน ม.๓ ได้อย่างสวยงาม มีค่าคะแนนเฉลี่ยมากพอที่จะไปต่อชั้น ม.๔ ได้อย่างสบายๆ สายคณิตศาสตร์-อังกฤษ (ศิลป์คำนวณ)
มันก็น่าแปลกดี เด็กทุกคนไม่ใช่ลูกก็เหมือนลูก ผมต้องคอยห่วงใย คอยลุ้นไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง อยากเดินเคียงข้างไปกับพวกเขา จนกว่าจะถึงจุดหมาย ได้ค้นพบศักยภาพและความถนัดของตนเอง
ผมไม่ใช่เจ้าของทุนการศึกษา เจ้าของทุนปรารถนาจะส่งเด็กทุกคนให้ถึงฝั่ง ในระหว่างทางท่านจะมีกฎเกณฑ์คร่าวๆอยู่ไม่กี่ข้อ... ขอให้เป็นคนดี มีใจกตัญญู และเรียนรู้ต้องได้เกรดไม่ต่ำกว่า ๓.๒
ข้าราชการบำนาญอย่างผม จึงขออาสาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเนื้อนาบุญอันนี้ ให้ประสบผลสำเร็จ ให้เด็กทุกคนก้าวไกล โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙







ชื่นชมมากครับ ท่านเหมือนพ่อที่ดีอย่างครบถ้วนของเด็กพวกนั้น เพียงแต่แค่ไม่ได้ให้กำเนิด ท่านคือสัญญาแห่งความดีที่เชื่อถือได้ครับ.
ขอบคุณครับNathanop Intapirat