เช้าวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๙ ผมได้รับนัดไปรับยา บีซีจี ครั้งที่ ๓ ของรอบที่ ๖ ของยากระตุ้นต่อเนื่อง (maintenance) เวลา ๘.๐๐ น. โดยการได้รับยากระตุ้นรอบแรก ๖ ครั้ง เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๖ และการกระตุ้นต่อเนื่องรอบที่ ๗ (รอบสุดท้ายจะเป็นเดือนกันยายน ๒๕๖๙)
เวลา ๗.๓๐ น. ผมก็ไปยื่นใบนัดที่ห้องตรวจพิเศษระบบทางเดินปัสสาวะ อาคารหอพักพยาบาล ๓ และชมพยาบาลว่า มาทำงานก่อนเวลา เพราะป้ายบอกเวลาเปิดทำการ ๘.๐๐ น. ยื่นใบนัด วัดความดัน วัดไข้ แล้วได้ใบคิวตรวจ 0308 ที่บอกว่าเป็นคิวที่ให้บริการโดยแพทย์ประจำบ้าน ผมออกไปนั่งรอการเรียกเข้ารับบริการตามคิว ณ ที่นั่งรอริมทางเดินลอยฟ้าหน้าอาคาร ที่มีจอ LCD เรียกคิวเข้ารับบริการ
ในเวลา ๑ ชั่วโมง ระหว่าง ๗.๓๐ - ๘.๓๐ น. ที่ผมนั่งสังเกตคนที่เดินผ่าน น่าจะมีคนเดินผ่านสองสามพันคน แน่นมากช่วงก่อน ๘ น. มีทั้งคนแต่งเครื่องแบบพนักงาน หรือห้อยสายบัตรพนักงาน ที่แสดงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล กลุ่มนี้น่าจะประมาณ ๑/๓ นอกนั้น น่าจะเป็นผู้ป่วยและญาติ ก่อน ๘ น. อ. แม้ว ที่ทำงาน SiCORE-M ด้วยเดินผ่านและทักทาย
ผมนั่งสังเกตบุคลิกของคนที่เดินผ่าน มีทั้งเดินเอื่อยๆ และเดินเริ่งรีบ ตอนใกล้ ๘ น. มีสาวสวมกาวน์บอกความเป็นนักศึกษาแพทย์กึ่งเดินกึ่งวิ่งผ่านไป มีคนที่ลักษณะท่าทางบอกว่าเป็นผู้ป่วยแน่ๆ บางคนเดินไปอ่านจอมือถือไป ส่วนใหญ่มีกระเป๋า ย่าม ถุง มากกว่า ๑ ชิ้น คนที่ชราภาพขนาดผมมีไม่มาก ไม่มีรถเข็นผู้ป่วย ไม่ว่ารถนั่งหรือนอน เห็นมีรถเข็นขนของครั้งเดียว
ตอนผมเดินมาจากด้านทิศใต้ เวลาราวๆ ๗.๑๕ น. เห็นมีร้านแผงลอยขายอาหารกล่อง เกือบ ๑๐ ร้าน มาตั้งขาย ให้ความสะดวกแก่พนักงาน และผู้มาโรงพยาบาล หลายร้านท่าทางน่ากิน พอตกสายเก็บร้านเกลี้ยง เป็นชีวิตของคนทำมาหากินด้วยธุรกิจอาหารสำเร็จรูป แถวนั้น น่าชื่นชมทางผู้บริหารศิริราช ที่ให้ความยืดหยุ่นนี้ เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย และไม่สร้างข้อเสียหายใดๆ ในเรื่องความไม่เรียบร้อยของสถานที่
ตอนที่ผมรับบริการเสร็จ ราวๆ ๑๐.๓๐ น. บนทางเดินลอยฟ้ามีคนเดินไปมาไม่มาก
วิจารณ์ พานิช
๑๖ มี.ค. ๖๙
ขอให้อาจารย์ปลอดโรค ปลอดภัยนะคะ
I had experienced waiting at a provincial hospital in Thailand from 7:30am to 2:00pm for a medical service (for a non-life threatening symptom which was probably assessed so by a triage system). There were vendors doing their business, volunteers dressed in lively colors going around providing talks, exercises, drinks, and entertainment acts, while medical personnel were busy performing their work. I came away with pictures of much the same situation in hospitals around the country and two trains of thoughts. One was on cutting down waiting time. Another was on grandstanding the waiting time as arenas for cultural development - where in the world would offer opportunities like this with packed audience (patients), free activists (volunteers), stages (sites/venues), … No. Not for Department of Public Health, but…