————————————————————-
เวลามีเรื่องยุ่งๆ หรือเรื่องน่าปวดหัว
เราเองนั่นแหละ “ที่เรียกเรื่องพวกนั้นเข้ามา”
————————————————————-
1 ร่างกาย 1 ชีวิต มีเซลล์ประมาณ 3.7 พันล้านเซลล์ 1 องค์กร ก็คือ 1 ชีวิต ที่มีหลาย Organel (แผนก) และหลายชีวิต (เซลล์) เช่นกัน
3.7 พันล้านเซลล์ในร่างกาย ทำงานประสานกัน โดยไม่ทะเลาะกันเลย (เพราะอะไร) แต่ 2 คนแฟนกัน เดี๋ยวก็รักกัน เดี๋ยวก็ตีกัน
1 ครอบครัว อยู่กันหลายคน รักกันดีอยู่ไหม … ก็ไม่รู้
1 บริษัท 100 พ่อ 1,000 แม่ 1,000,000 ปัญหาในบริษัท
————————-
CEO จัดการยังไง
————————-
แต่เดี๋ยวค่ะ …… ในร่างกาย ไม่มีเซลล์ไหนเป็น CEO ในระบบนิเวศ ….. ก็ไม่มีใครสูงหรือต่ำกว่ากัน แต่ละส่วน ล้วนทำหน้าที่ของตัวเอง โดยไม่ต้องมีใครสั่งใคร
การแบ่งชนชั้น วรรณะ การศึกษา ชาติตระกูล เงินในกระเป๋า หรือสังคมที่อยู่ ฯลฯ
เริ่มต้นขึ้น จาก “อาณาจักรสัตว์” ที่กินกันเองข้ามสายพันธุ์ ตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
โดยการแบ่งแยก จะซับซ้อนขึ้น และแปรผันตามความกลัว ความไม่รู้ ความว่างเปล่า และความสับสนในจิตใจ จนกลายเป็นการ “สถาปนาอำนาจให้ตัวเอง” แต่ไม่มีพลังควบคุมอะไรได้ ..อย่างแท้จริง..
—————————————————————
จักระ คือ ภูมิปัญญาไร้รูปร่าง ที่ซ่อนอยู่ในร่างกายมนุษย์ทุกคน ซึ่งเกิดจากความพยายามของคนโบราณ ที่พยายามจะสื่อสารออกมาให้เป็นรูปธรรม และสีสันต่างๆ เพื่อให้เราเข้าใจ และฝึกตามได้ง่ายขึ้น
มันคือการจัดระเบียบ และสมดุลโลกภายใน จนสามารถเหนี่ยวนำ โลกภายนอกได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่มีการก้าวล่วง บีบบังคับ หรือสร้างเหตุที่ไม่ปรากฏผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา
——————————————————————
❤️ คนขาดสติ = มีความรู้ แต่ขาดการไตร่ตรอง ใช้ความรู้ผิดที่ผิดจังหวะ หรือบางทีไม่รู้ แต่คิดว่าตัวเองรู้ (I don’t know!! What is this life for…..?) < จักระ 7 >
❤️คนฟุ้งซ่าน = ไม่มีโฟกัสที่แท้จริง ล่องลอยไปตามสถาณการณ์แวดล้อม (I don’t have my own life) < จักระ 6 >
❤️คนปากเสีย = ไม่มีอำนาจ ไม่มีพลังในตัวเอง เลยต้องใช้คำพูดควบคุมคนอื่น (I need love and care) < จักระ 5 >
❤️คนหิวแสง = ไม่เคยสัมผัสรักแท้ในชีวิต หรือบางคนเป็น People Pleaser ติดดี เพราะอยากถูกรัก (I don’t know what unconditional love is) < จักระ 4 >
❤️คนที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง = ขาดความรัก ศรัทธา และขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง (I don’t know what I should do) < จักระ 3 >
❤️คนที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ = ข้างในโหยหาการยอมรับ ปฏิเสธด้านลบในตัวเอง แล้ว Projection ไปให้คนอื่น (I don’t accept my feeling) < จักระ 2 >
❤️คนขี้โมโห = ภายในใจกำลังรู้สึก “ไม่มั่นคง” ไม่ปลอดภัย (I don’t Know who I am) < จักระ 1 >
————————————————————————————————
ถ้ารอบตัว มีแต่เรื่องไม่ได้ดั่งใจ
ถ้าบริษัทไหน มีแต่คนที่ทำแต่เรื่องน่าปวดหัว << ลองหันกลับมาทบทวนตัวเอง >> ว่าภายในสมอง และจิตใจ ของเราวุ่นวายแค่ไหน
——————————————————————-
การจะสร้างสิ่งใหม่ บางทีอาจจะแค่ Renovate (ถ้าโครงสร้างเดิมแข็งแรงพอ) แต่ถ้าต้องรื้อ ถอนราก ถอนโคน อัดหน้าดินใหม่ ลงเสาเข็มใหม่ (นั่นคือ สิ่งนั้น กำลังรอวันพังทลาย) (หรือ …. เราสามารถเติบโตได้ใหม่ ยิ่งใหญ่กว่าโครงสร้างเดิม) << ลองประเมินสถาณการณ์ดูค่ะ >>
—————————————————-
ชีวิตส่วนตัว ชีวิตครอบครัว งาน เงิน ความสัมพันธ์ สังคม องค์กร วัตถุที่เราใช้สอย
ล้วนเป็นระบบนิเวศ ทาง “พลังงาน” ที่มีเราเป็นต้นกำเนิด และไปเหนี่ยวนำ ดิน น้ำ ลม ไฟ และปัจจัยต่างๆ ให้ปรากฎเป็นกายภาพ
————————————————————
ลืมเรื่อง Manifest ไปก่อน หากใจยังสกปรก
————————————————————-
จะสร้างบ้านใหม่ ยังต้องเตรียมหน้าดิน “ขุดตอ” แล้วค่อยจ้างวิศวกร และสถาปนิกมาช่วยออกแบบ
ชีวิต -> คู่ครอง -> บริษัท -> ประเทศ -> โลก -> จักรวาล มันกว้างใหญ่พอที่จะให้ “การสร้างใหม่” เกิดขึ้นพร้อมกันไปกับการ “ปล่อยผ่าน” สิ่งเดิมๆ
ถ้ารากทางภูมิปัญญาเรา ”สั้น“ เราจะเติบโตไปเป็นต้นหญ้า
แต่ถ้าอยากแผ่กิ่งก้านสาขา สติ และภูมิปัญญาต้อง “หยั่งลึกและแผ่กว้าง” อยู่ใต้ดิน
————————————————————-
ดร.ณพิชญา พชรปิยังกูร
Course Director
Bliss Academy
Bliss Quality Corporation., Ltd.
————————————————————-
