บันทึกของการทำหน้าที่นี้ปีก่อนๆ (๑)
ผมรู้สึกขอบคุณที่ ควอท. ยังคงขอให้ผมเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ เพราะผมรู้ตัวว่าความชราค่อยๆ ทำให้ผมอ่อนแอลงเรื่อยๆ มีประโยชน์น้อยลง คณะกรรมการชุดนี้ ที่มีผมเป็นประธาน ทำหน้าที่ตัดสินรางวัล โดยยังไม่ได้ยินเสียงประท้วง ไม่ว่าด้านไม่เห็นด้วยต่อการให้รางวัลต่อบางท่าน หรือไม่เห็นด้วยที่บางคนไม่ผ่าน โชคดีที่คณะกรรมการชุดนี้มีกรรมการที่เข้มแข็ง และมีมุมมองหลากหลาย ช่วยกันกลั่นกรองอย่างรอบคอบ และไม่เข้าใครออกใคร
การประชุมคณะกรรมการมี ๒ ช่วง ช่วงแรกวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เป็นการคัดให้เหลือเฉพาะรายที่ผลงานเข้าเกณฑ์ ดูจากเอกสารที่เสนอมา วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เป็นวันตัดสิน มีการสัมภาษณ์ผู้เข้ารอบ
รางวัลนี้ ไม่ได้มองเฉพาะผลงานของตัวบุคคล แต่พิจารณาความเข้มแข็งของสถาบันต้นสังกัดด้วย ว่าเอาใจใส่ส่งเสริมการพัฒนาการเรียนการสอนอย่างจริงจังหรือไม่ ดูจากเอกสารแล้ว เห็นชัดว่า ผู้เข้ารอบทั้ง ๘ ท่าน มาจากมหาวิทยาลัยที่เอาจริงเอาจังเรื่องนี้ทั้งสิ้น
ตอนเตรียมชมวิดีทัศน์ ๕ นาที แสดงผลงาน ของผู้ได้รับการเสนอชื่อ และอ่านข้อเสนอผลงาน ผมมีความสุขมาก เพราะได้เรียนรู้ความก้าวหน้า หรือการริเริ่มใหม่ๆ ด้านการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย ผมรู้สึกว่ามหาวิทยาลัยที่คึกคักที่สุดคือ ม. ศรีปทุม ที่เมื่อพบกันเช้าวันที่ ๒๓ ท่านรองอธิการบดี ผศ. ดร. วิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ บอกว่าทุกคนเหนื่อยมากกับการพัฒนามหาวิทยาลัยให้ทันการเปลี่ยนแปลงและสนองความต้องการของนักศึกษา ที่ช่วยให้ ม. ศรีปทุม มีจำนวนนักศึกษาเพิ่มขึ้นทุกปี
ตอนอ่านเอกสารและชมวิดีทัศน์ ๕ นาที ของผู้เข้ารอบสุดท้าย ๘ ท่าน ผมพบผลงานการบรรยายที่ศูนย์ SHEE ของศิริราช ติดใจเรื่อง การฟัง ๔ ระดับ Generative listening ที่เสนอโดย พ.อ. หญิง ผศ. ดร. จิตรวีณา มหาคีตะ มาก และตอนสัมภาษณ์ กรรมการทุกคนลงมติตรงกันว่า ผลงานของท่านเด่นที่สุดในผู้ได้รับรางวัล ๖ ท่าน ซึ่งอยู่ในประกาศของ ควอท. ที่ (๒)
วิจารณ์ พานิช
๑ มี.ค. ๖๙