ผมปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายครูครั้งแรก รู้สึกชื่นชมครูที่สู้อุตส่าห์ทำเอกสารอย่างพิถีพิถันกันทุกคน บ่งบอกถึงความตั้งใจและกระตือรือร้น

การย้ายข้าราชการครูและผู้บริหารสถานศึกษา

          นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ ๑ ปีที่ผมเป็น อ.ก.ค.ศ. ต้องเดินทางไปประชุมที่เขตพื้นที่การศึกษาฯ ๒ วันติดต่อกัน รู้สึกเพลิดเพลินเป็นอย่างยิ่ง กับการขับรถไปกลับวันละ ๑๔๐ กม.

          จำได้ว่าเมื่อก่อนตอนที่เป็นผู้บริหารโรงเรียน ขับรถไปเขตครั้งคราวใดเป็นต้องง่วงนอนทุกครั้ง บ่อยครั้งที่ต้องจอดพักรถพักคนอยู่ใต้ร่มไม้ข้างถนน พักสายตา ๑๐ นาทีแล้วค่อยเดินทางต่อ

          แต่ตอนนี้ ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว เพราะพักผ่อนเต็มที่และถนนหนทางเลาขวัญ – บ่อพลอยก็ดีขึ้นมาก

          ภารกิจวันแรก ประชุมเกี่ยวกับการย้ายข้าราชการครู(การย้ายกรณีปกติ) ประจำปีพ.ศ.๒๕๖๙ รอบที่ ๑ ครั้งที่ ๑ จำนวน ๕๖ คน เป็นการเขียนคำร้องขอย้ายภายในเขต ๓๒ คน ย้ายมาจากต่างเขต ๒๔ คน

          ก่อนหน้านี้ ครูจะเขียนย้ายตามระบบ TRS ที่ ก.ค.ศ. กำหนด แต่ตอนนี้สำนักงาน ก.ค.ศ.ขอพักระบบไว้ชั่วคราว เพื่อทำการปรับปรุงให้ดีขึ้น ครูก็เลยต้องกลับไปใช้แบบเดิมที่ใช้ในปี ๒๕๖๖

          การส่งคำร้องจึงต้องมีเอกสารเล่มหนาให้คณะกรรมการได้พิจารณาตามรายละเอียดของตัวชี้วัดและประเมินไปตามองค์ประกอบ มีทั้งหมด ๗ ข้อ คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน

          เริ่มตั้งแต่เหตุผลการย้าย สภาพความยากลำบาก สอนมากี่ปี ภาระงาน การรักษาวินัย อายุราชการ และผลการปฎิบัติงานที่เกิดกับผู้เรียนและสถานศึกษา

          ผมปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายครูครั้งแรก รู้สึกชื่นชมครูที่สู้อุตส่าห์ทำเอกสารอย่างพิถีพิถันกันทุกคน บ่งบอกถึงความตั้งใจและกระตือรือร้น

          ภาพหน้าปกของเอกสารสวยสดงดงามยิ่งนัก หลายคนมองว่าน่าจะมี AI เข้ามาช่วยด้วย คุณครูจึงดูสวยและหล่อกันทั้งนั้นเลย แต่ตรงนี้ไม่มีคะแนนให้ ต้องไปดูในเล่มตามองค์ประกอบของตัวชี้วัด 

          พอดีผมไม่รู้จักใครเลยสักคน แต่ถ้าพบว่าหล่อและสวยไม่ตรงปก ผมจะถือว่าให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ (ฮา)

          สิ่งที่น่าสนใจและจำไว้เป็นบทเรียนก็คือ ตัวชี้วัดข้อ ๗ (ผลการปฏิบัติงาน) เกณฑ์ระบุไว้ชัดว่าครูจะต้องแนบเอกสารอ้างอิงต้องไม่เกิน ๕ หน้า แต่ครูบางท่านใส่ไว้ในเล่มเยอะมาก จึงเป็นที่น่าเสียดาย

          อีกอย่างหนึ่งที่พบบ่อยมาก คือครูคิดว่า การได้คะแนน RT NT ONET สูงมาก ได้รับเกียรติบัตรจาก สพฐ.เป็นรางวัลระดับชาติ แท้จริงไม่ใช่ เหมือนกับส้วมสุขาวดี มีรางวัลจากรัฐมนตรี ก็ไม่ใช่ระดับชาติเหมือนกัน

          ในส่วนของวันที่สอง ผมกลั่นกรองการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งว่างอยู่ ๑ ตำแหน่ง เป็นโรงเรียนขนาดกลาง มีผอ.รร.ขนาดเล็กเขียนคำร้องขอย้าย ให้เขตฯพิจารณา จำนวน ๔ ท่าน

          อันนี้ก็ดูกันไม่ยาก เพราะสพฐ.กำหนดองค์ประกอบและตัวชี้วัดในการประเมินศักยภาพผู้ประสงค์ขอย้ายไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ผลงาน/ความประพฤติ และการพัฒนาตนเอง

          เมื่อดูเอกสารหลักฐานเชิงประจักษ์ก็สามารถประเมินค่าเป็นคะแนนได้เลย แบบตรงไปตรงมา

          ในส่วนที่ยากก็อยู่ที่ “ความสามารถในการจัดการสถานศึกษา” (๑๐ คะแนน) และ “วิสัยทัศน์” ในการบริหาร (๑๐ คะแนน) ต้องดูกันที่ข้อคิดข้อเขียนในเอกสารอย่างพินิจพิเคราะห์ให้มากที่สุด

          คณะกรรมการจึงต้องดูอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมและโปร่งใสกับทุกคน

          ผมจึงอ่านอย่างละเอียด โดยดูที่กระบวนการคิดและขั้นตอนการทำงานที่เป็นระบบ การนำเสนอเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ ตลอดจนนวัตกรรมการบริหารโรงเรียนที่จะย้ายไป ใครนำเสนอได้ชัดเจนกว่ากัน

          ที่สุดแล้ว คะแนนก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่ที่สำคัญก็คือ เวลานำผลการกลั่นกรองไปเข้าที่ประชุมอ.ก.ค.ศ. เพื่อพิจารณา/อนุมัติ ผมจะได้ตอบคำถามกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเขาได้ ว่าทำไมผมถึงเลือกคนนี้ เท่านั้นเอง

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๒  มีนาคม  ๒๕๖๙