ทำงานการเมืองแบบสะอาดโปร่งใส ในกระทรวงสาธารณสุข ทำได้ไม่ยาก เพราะระบบแข็งแรง ได้รับการยอมรับนับถือจากทั่วโลก เป็นระบบที่เรียนรู้และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา มีสมาชิกที่มีความสามารถและเป็นคนดี แต่เป็นธรรมดาที่ย่อมมีคนไม่ดีอยู่ด้วย ที่สำคัญอย่าตกเป็นเหยื่อของคนไม่ดี สำคัญที่สุดอย่าตกเป็นเหยื่อด้านลบของตนเอง

รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขที่อยากเห็น

คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ โทรศัพท์มาขอให้ช่วยออกความเห็นเรื่องนี้ ตอบว่าผมไม่ถนัดเรื่องการเมือง ท่านก็ไม่ยอม บอกว่าขอความเห็นเชิงหลักการ ผมจึงขอเสนอหลักการว่าคนอย่างผมอยากได้รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข (ทั้ง รมต. และ รมช. รวมทั้งทีมงาน) ที่ทำงานแบบไหน

  1. เข้ามาเป็นรัฐมนตรีเพื่อแสดงฝีมือทำงานให้แก่ประเทศชาติบ้านเมืองจริงๆ ไม่ใช่เข้ามาเป็นรัฐมนตรีเพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตน หรือส่วนพรรค พูดง่ายๆ ว่าไม่โกงกิน ไม่ว่าทำเอง หรือแอบให้ลูกน้องทำ

  2. วัฒนธรรมของวงการสาธารณสุขไทยที่ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขไทยพัฒนามาขนาดนี้ คือไม่อดทนต่อการโกงกิน อย่างที่ รมต. ในอดีตโดนจับเข้าคุกมาแล้ว อยากให้ รมต. ใหม่ส่งเสริมวัฒนธรรมนี้ คือนอกจากตัวเองไม่โกงกิน (คอร์รัปชั่น) แล้ว ยังหาทางป้องกันไม่ให้ผู้อื่นกระทำด้วย และมีนโยบายลงโทษเด็ดขาด

  3. กำหนดนโยบายโดยใช้ข้อมูลหลักฐาน (evidence-based) ไม่ใช่เชื่อตามข้อเพ็ดทูล กระทรวงสาธารณสุขเป็นกระทรวงที่มีหน่วยงานและกลไกศึกษาข้อมูลหลักฐานเพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบายดีเลิศ ต่างประเทศยกย่อง ควรมีนโยบายส่งเสริมหน่วยงานเหล่านี้ ทั้งในภาคราชการและนอกภาคราชการ (มูลนิธิ)

  4. ระบบสาธารณสุขไทย พัฒนาก้าวหน้าเรื่อยมา ด้วยความมุ่งมั่นดำเนินการร่วมมือกันหลายฝ่าย ใช้ทั้งกลไกภาคราชการ และกลไกนอกภาคราชการ (NGO) จุดแข็งคือข้าราชการที่มุ่งมั่นทำเรื่องใหม่ๆ เพื่อประเทศจำนวนหนึ่ง สวมหมวกสองใบ คือเป็นทั้งข้าราชการและเอ็นจีโอ สวมหมวกเอ็นจีโอเพื่อทำงานสร้างสรรค์ ที่ทำไม่ได้ในภาคราชการเพราะติดกฎระเบียบ เมื่อทดลองทำเรื่องสร้างสรรค์จนเห็นผล มีหลักฐานยืนยันชัดเจน ภาคราชการก็เข้ารับลูกต่อ ขยายผลสู่ระบบ อยากให้ รมต. ส่งเสริมระบบนี้ ไม่ไปเข้าข้างข้าราชการผู้ใหญ่ที่มุ่งทำลายเอ็นจีโอเหล่านี้ เพราะผู้ใหญ่ท่านนั้น (หรือกลุ่มนั้น) มองว่าขวางทางของตน

ผมมีปัญญาเขียนสนองคุณหญิงได้แค่นี้ครับ

วิจารณ์ พานิช ๑ มี. ค. ๖๙