บทความเรื่อง Future will be decided in classrooms ลงพิมพ์ใน นสพ. บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๙ เขียนโดย Ken Legins, UNICEF ประเทศไทย กับ ดร. สมชัย จิตสุชน แห่ง ทีดีอาร์ไอ บอกว่าพรรคการเมืองไทยยังสนใจเรื่องการศึกษาน้อยไป ในการหาเสียงเพื่อการเลือกตั้งในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ที่กว่าบันทึกนี้จะออกเผยแพร่ เราคงจะรู้ผลกันชัดเจนแล้วว่าพรรคใดจะเป็นผู้นำการจัดตั้งรัฐบาล
ผู้เขียนทั้งสอง เรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองร่วมกันใช้ห้องเรียน หรือคุณภาพการศึกษา เป็นกลไกระยะยาว เพื่อการพัฒนาประเทศ โดยต้องปรับที่ระบบ ทั้งระบบการศึกษา และระบบการเลี้ยงดูเด็กเล็ก เพื่อสร้างพลเมืองในอนาคตที่พร้อมเป็นพลังสร้างชาติในบริบทของอนาคต การศึกษาต้องเป็นกลไกแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมในสังคม โดยที่ครูต้องมีเวลาเอาใจใส่นักเรียน จ้ดให้บรรยากาศในโรงเรียนและชั้นเรียน ดึงดูดให้นักเรียนอยากมาโรงเรียน คือเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์หรือทางใจ
อ่านแล้วผมยังไม่จุใจ เพราะไม่เอ่ยเรื่องเปลี่ยนวิธีจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติ (active learning) ในสภาพชีวิตจริงมากขึ้น ไม่ได้เอ่ยเรื่องการประยุกต์ใช้ experiential learning
ผมเห็นด้วยว่าอนาคตของประเทศไทยตัดสินที่ห้องเรียน แต่ต้องขยายความว่ากิจกรรมในห้องเรียนต้องปรับไปเป็นอย่างไร รวมทั้งนักเรียนต้องออกไปเรียนนอกห้องเรียน คือเรียนในสภาพชีวิตจริงมากขึ้น
วิจารณ์ พานิช
๒๖ ม.ค. ๖๙
ห้อง ๔๗๑๐ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ แอท เซนทรัลเวิร์ล