ทำไมถึง"จน"อย่างนี้?    มีชาวบ้านมาปรารภกับหลวงปู่วิจารณ์ว่า “ทำไมถึงจนอย่างนี้” ท่านก็เมตตาให้ธรรมะ  ฟังแล้วก็เข้าใจอย่างง่ายๆ ตามแบบฉบับของท่าน เลยขออนุญาตนำมาขยายความให้อ่าน ดังนี้ครับ
  “ โยมตั้งใจฟังให้ดีนะ ก่อนอื่นต้องมาดูก่อนว่า คำว่า”จน”  มีความหมายอย่างไร?   จน    มี 2 พยัญชนะ คือ”จ” กับ “น”  ซึ่งมาจาก 2คำมารวมกัน  
 จ =  มาจากคำว่า”จริต ” คือความประพฤติหรือกิริยาอาการที่ไม่กระตือรือร้น ไม่ขยันขันแข็ง ไม่เพียรพยายาม ไม่ขวนขวายไม่ไฝ่เรียนไฝ่รู้  ไม่ศึกษาหาประสบการณ์   ไม่พัฒนาตนเอง  นอนรอคอยวาสนา ทำนองว่ารอราชรถมาเกย  ไม่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  มันก็จนอยู่อย่างนั้นแหละโยม
  น = มาจากคำว่า”นิ่งเฉย” นิ่งนอนใจ เกียจคร้านการงาน ผัดวันประกันพรุ่ง   อ้างว่า หนาวนัก ร้อนนัก เหนื่อยนัก กระหายนัก งานหนักไป    งานมากไป  ทำไม่ได้  คอยไม่ได้   เวลาไม่มี  ไม่ถนัด   ไม่เป็น ไม่รู้  ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน อ้างเหตุผลต่างๆ นาๆ  ทำไปบ่นไป ทำไปพักไป   ทำแบบไม่เต็มใจ ทำแบบขอไปที   แล้วจะรวยเหมือนคนอื่นเขาได้อย่างไร?  เอ้า...พูดถึงคำว่า”รวย” พอดี งั้นขอให้ความเข้าใจกับคำว่า”รวย”ไปด้วยเลยนะ   จะได้ไม่ต้องมาถามอีกทีว่าทำอย่างไรถึงจะรวย    
    “รวย” มาจากพยัญชนะ 3 ตัว คือ
 ร  = มาจากคำว่า   ริเริ่มสร้างสรรค์  รอบรู้  เรียนรู้  รอเวลา  รอจังหวะโอกาส
 ว = มาจากคำว่า   ว่องไว แคล่วคล่อง กระฉับกระเฉง วาดฝัน วิสัยทัศน์กว้างไกล ยาว ลุ่มลึก 
 ย  =  มาจากคำว่า   ยิ้มแย้มแจ่มใส ยกย่อง ยอเยิน ยอมรับ ยกระดับคุณค่าของผลิตภัณฑ์    แค่ยกคำเหล่านี้ขึ้นมา โยมน่าจะเข้าใจความหมายนะ   ผู้มีปัญญาพึงใคร่ครวญหาความหมายเอาเถิด   แล้วจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งใหญ่กับตนเอง   พอแค่นี้นะโยม”
                                   แล้วท่านล่ะ......!  มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ?                     
                                                                                                                       3 / มีนาคม /  2569