Systems Psychodynamics
ในการประชุม PMAC 2027 1st IOC Meeting ที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เช้าวันที่ ๒๕ มราคม ๒๕๖๙ ผมได้ยินคำว่า Systems Psychodynamics เป็นครั้งแรกในชีวิต จึงตั้งคำถามต่อสหายเอไอว่า “Systems psychodynamics คืออะไร เชื่อมโยงกับ spiritual wellbeing ของมนุษย์อย่างไร” ได้รับคำตอบจาก Gemini และ ChatGPT ดังนี้
Gemini
Systems Psychodynamics (พลวัตจิตวิทยาเชิงระบบ) เป็นกรอบแนวคิดที่ลึกซึ้งและน่าสนใจมากครับ เปรียบเสมือนการสวม "แว่นตาเอกซเรย์" มองเข้าไปในองค์กรหรือสังคม เพื่อให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้พรม
เมื่อนำมาเชื่อมโยงกับ Spiritual Wellbeing (สุขภาวะทางจิตวิญญาณ) จะทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมบางองค์กรทำให้คนทำงานแล้ว "หมดไฟ ไร้ค่า" ในขณะที่บางองค์กรทำให้คน "มีชีวิตชีวาและเปี่ยมความหมาย"
ผมขออธิบายความเชื่อมโยงนี้ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนครับ
1. Systems Psychodynamics คืออะไร? (The Iceberg)
หากเรามององค์กรหรือสังคมทั่วไป เรามักเห็นแค่ "ส่วนที่โผล่พ้นน้ำ" (Rational System) เช่น โครงสร้าง ผังองค์กร กฎระเบียบ และเป้าหมายที่เขียนไว้สวยหรู
แต่ Systems Psychodynamics สนใจ "ส่วนที่อยู่ใต้น้ำ" (Irrational/Unconscious System) ซึ่งประกอบด้วย:
- ความวิตกกังวล (Anxiety): ความกลัวที่ซ่อนอยู่ในการทำงาน (เช่น กลัวล้มเหลว, กลัวการเปลี่ยนแปลง, กลัวสูญเสียอำนาจ)
- กลไกการป้องกันทางสังคม (Social Defense Systems): วิธีที่องค์กรสร้างระบบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เพื่อหนีจากความวิตกกังวลนั้น (เช่น การตั้งคณะกรรมการเยอะๆ เพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบ, การสร้างกฎระเบียบจุกจิก เพื่อลดความกลัวความผิดพลาด)
- การจินตนาการบทบาท (Role Fantasy): การที่คนในระบบถูก "ยัดเยียด" บทบาทบางอย่างให้โดยไม่รู้ตัว (เช่น คนนี้เป็น "แพะรับบาป", คนนี้เป็น "ฮีโร่ผู้กอบกู้", แผนกนี้เป็น "ตัวปัญหา")
สรุปสั้นๆ: มันคือการศึกษาว่า "จิตไร้สำนึก" (Unconscious) ของมนุษย์เมื่อมารวมกลุ่มกัน ส่งผลต่อโครงสร้างและพฤติกรรมของระบบอย่างไร
2. เชื่อมโยงกับ Spiritual Wellbeing อย่างไร?
Spiritual Wellbeing ไม่ได้หมายถึงศาสนา แต่หมายถึง "ภาวะที่มนุษย์รู้สึกถึงความหมาย (Meaning), เป้าหมาย (Purpose), และความเชื่อมโยง (Connection) กับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตนเอง" รวมทั้งการรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว (Wholeness) ภายในจิตใจ
Systems Psychodynamics ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งเหล่านี้ครับ:
ก. การทำลาย "ความหมาย" (Meaning) ด้วยระบบป้องกันตัวเอง
- ปัญหา: เมื่อระบบเต็มไปด้วยความวิตกกังวล (Anxiety) องค์กรจะสร้างงานที่ไร้สาระขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความกังวลนั้น จนทำให้ "เป้าหมายที่แท้จริง" (Primary Task) เลือนหายไป
- ผลกระทบต่อจิตวิญญาณ: มนุษย์ต้องการทำงานที่มีความหมาย หากต้องจมอยู่กับระบบราชการที่ซับซ้อนโดยไม่ก่อผลผลิตจริง (Bureaucratic defense) คนทำงานจะเกิดภาวะ "จิตวิญญาณว่างเปล่า" (Spiritual Void) รู้สึกว่าชีวิตไร้ค่า ไร้จุดหมาย
ข. การทำให้ตัวตนแตกแยก (Fragmentation vs. Wholeness)
- ปัญหา: ในระบบที่มีพลวัตเป็นพิษ (Toxic System) มักเกิดกระบวนการที่เรียกว่า Splitting (การแยกส่วน) คือการโยนความรู้สึกแย่ๆ ไปให้คนอื่น เช่น "ฝ่ายขายคือพวกโลภ" "ฝ่ายบัญชีคือพวกใจแคบ"
- ผลกระทบต่อจิตวิญญาณ: สุขภาวะทางจิตวิญญาณต้องการความรู้สึก "เป็นองค์รวม" (Wholeness) แต่ระบบบีบให้เราต้อง "ตัด" บางส่วนของความเป็นมนุษย์ออกไป (เช่น ห้ามอ่อนแอ ห้ามเห็นใจ) หรือบีบให้เรามองเพื่อนร่วมงานเป็นศัตรู ทำให้เกิดความแปลกแยก (Alienation) จากเพื่อนมนุษย์และตนเอง
ค. การสูญเสียอำนาจกระทำการ (Agency & Authenticity)
- ปัญหา: Systems Psychodynamics ชี้ให้เห็นว่าระบบมักครอบงำปัจเจก (Group Pressure) ทำให้เราไม่กล้าเป็นตัวของตัวเอง (Inauthentic) ต้องสวมหน้ากากเพื่อความอยู่รอด
- ผลกระทบต่อจิตวิญญาณ: หัวใจของ Spiritual Wellbeing คือ "ความจริงแท้" (Authenticity)การอยู่ในระบบที่ต้องโกหกตัวเองตลอดเวลา หรือต้องทำตามคำสั่งที่ขัดกับมโนธรรมสำนึก เป็นการทำลายจิตวิญญาณอย่างรุนแรงที่สุด (Moral Injury)
3. บทสรุป: การใช้ Systems Psychodynamics เพื่อฟื้นฟูจิตวิญญาณ
หากเราเข้าใจเรื่องนี้ เราจะสามารถกู้คืน Spiritual Wellbeing ในที่ทำงานและสังคมได้โดย:
- มองเห็นความทุกข์ที่ซ่อนอยู่ (Compassion): แทนที่จะโกรธเพื่อนร่วมงานที่ทำตัวงี่เง่า เราจะมองเห็นว่า "เขากำลังแบกรับความกังวลอะไรของระบบอยู่?" ซึ่งนำไปสู่ความเมตตา
- คืนความเป็นมนุษย์ (Re-humanizing): เลิกมองคนเป็นแค่ "ฟันเฟือง" หรือ "บทบาทสมมติ" (The Scapegoat/The Hero) แต่มองเห็นความเป็นมนุษย์ที่เปราะบาง
- สร้างพื้นที่ปลอดภัย (Containment): ผู้นำที่เข้าใจเรื่องนี้ จะทำหน้าที่เป็น "ตัวรองรับอารมณ์" (Container) ช่วยดูดซับความวิตกกังวลของทีม เพื่อให้ทีมมีพื้นที่ว่างทางใจพอที่จะสร้างสรรค์และค้นหาความหมายในการทำงานได้อีกครั้ง
โดยสรุป: Systems Psychodynamics ช่วยเปิดเผย "เงามืด" ของระบบ เพื่อให้เราสามารถนำ "แสงสว่าง" แห่งความหมายและจิตวิญญาณ (Spiritual Wellbeing) กลับคืนสู่ชีวิตการทำงานและการอยู่ร่วมกันครับ
ChatGPT
Systems Psychodynamics คือกรอบคิดและแนวปฏิบัติที่ใช้ทำความเข้าใจ ชีวิตด้านในของมนุษย์ (อารมณ์ ความกลัว ความปรารถนา ความหมาย) ในบริบทของระบบสังคม เช่น องค์กร ชุมชน หรือสังคม โดยมองว่า
พฤติกรรมของคนและกลุ่ม ไม่ได้เกิดจากเหตุผลเชิงตรรกะอย่างเดียว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยกระบวนการ ไร้สำนึก (unconscious) ที่เกิดจากความสัมพันธ์เชิงอำนาจ บทบาท ความคาดหวัง และความวิตกกังวลของระบบ
เป็นการบูรณาการ 3 รากฐานหลัก
-
Psychoanalysis (Freud, Klein, Bion)
-
Systems theory
- Group & organizational dynamics
-
Systems theory
แก่นของ Systems Psychodynamics
ระบบ (เช่น องค์กร) ถูกมองว่าเป็น “สิ่งมีชีวิตทางจิตใจ” ที่มีอารมณ์ร่วม ความกลัวร่วม และกลไกป้องกันตนเอง
แนวคิดสำคัญ ได้แก่
1. Anxiety เป็นพลังขับเคลื่อนระบบ
ความไม่แน่นอน ความกดดัน และความเสี่ยง ทำให้ระบบสร้างพฤติกรรมบางอย่างเพื่อ “เอาตัวรอด” เช่น
- โยนความผิดให้ผู้อื่น (projection)
- สร้างแพะรับบาป
- ยึดติดกฎ ระเบียบ หรือผู้นำแบบแข็ง
2. Unconscious processes
สิ่งที่ “ไม่ถูกพูด” มักทรงพลังยิ่งกว่าสิ่งที่พูด เช่น ความกลัวสูญเสียสถานะ ความอิจฉา ความรู้สึกไร้คุณค่า
3. Roles ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง
คนหนึ่งอาจถูกระบบ “ใช้” ให้รับบทบาททางอารมณ์ เช่น
- คนรับแรงกระแทก
- คนแบกรับความกังวลของทีม
- ผู้นำที่ต้องเป็นฮีโร่หรือแพะพร้อมกัน
4. Boundaries และ Authority
ระบบที่ขอบเขตคลุมเครือ จะสร้างความสับสนทางอารมณ์ ระบบที่อำนาจไม่ชัด จะทำให้คนหมดพลังด้านใน
Systems Psychodynamics เชื่อมโยงกับ Spiritual Wellbeing อย่างไร
Spiritual wellbeing ไม่ได้หมายถึงศาสนาโดยตรง แต่หมายถึง การรู้สึกว่า “ชีวิตมีความหมาย มีคุณค่า เชื่อมโยงกับสิ่งที่ใหญ่กว่าตนเอง และดำรงอยู่โดยไม่แตกสลายด้านใน”
1. จาก “การอยู่รอด” → “การดำรงอยู่อย่างมีความหมาย”
ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยความกลัว ทำให้คนทำงานเพียงเพื่อเอาตัวรอด Systems psychodynamics ช่วย ทำให้ความกลัวถูกมองเห็น เมื่อความกลัวถูกตั้งชื่อได้ คนจะเริ่มมีอิสระด้านใน → นี่คือจุดเริ่มของ spiritual wellbeing
2. การคืนอำนาจภายใน (Inner Authority)
เมื่อคนแยกได้ว่า “อารมณ์นี้เป็นของฉัน” “อารมณ์นี้เป็นของระบบ” บุคคลจะไม่หลอมละลายกับระบบ
เกิดความมั่นคงภายใน (inner groundedness) ซึ่งเป็นหัวใจของสุขภาวะทางจิตวิญญาณ
3. การอยู่กับความไม่รู้ (Negative Capability)
Systems psychodynamics ฝึกให้คน
- อยู่กับความไม่แน่นอน
- ไม่รีบแก้ปัญหาเพื่อหนีความกลัว
สิ่งนี้สอดคล้องกับแก่นของ spiritual maturity เช่น ในพุทธ: อยู่กับทุกข์โดยไม่ผลักไส
4. การเห็น “ความเป็นมนุษย์ร่วมกัน”
เมื่อเข้าใจกลไกป้องกันตนเองของระบบ เราจะเห็นความเปราะบางของผู้อื่น นำไปสู่ compassion ที่ไม่โรแมนติก แต่ลึกและจริง → เป็นคุณภาพของ spiritual wellbeing ที่โตเต็มวัย
สะพานเชื่อม SEL – Systems Psychodynamics – Spiritual Wellbeing
| มิติ | SEL | Systems Psychodynamics | Spiritual Wellbeing |
|---|---|---|---|
| อารมณ์ | รู้และจัดการอารมณ์ | เข้าใจอารมณ์ของระบบ | อยู่กับอารมณ์โดยไม่ถูกครอบงำ |
| ความสัมพันธ์ | สื่อสาร-ร่วมมือ | เห็นบทบาทที่ระบบมอบให้ | เชื่อมโยงโดยไม่สูญเสียตัวตน |
| ความหมาย | เป้าหมายชีวิต | เห็นพลังซ่อนเร้นในองค์กร | งานคือพื้นที่ฝึกจิต |
| การตัดสินใจ | มีจริยธรรม | แยกความกลัวออกจากการตัดสินใจ | ตัดสินใจจากคุณค่าแท้ |
ในบริบทไทย
Systems psychodynamics มีพลังมากในสังคมที่
- เกรงใจ
- หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
- มีลำดับชั้นสูง
เพราะช่วยทำให้ “สิ่งที่พูดไม่ได้” ถูกมองเห็นโดยไม่ต้องปะทะ หากเชื่อมกับ
- สติภาวนา
- พื้นที่สนทนาอย่างปลอดภัย
- การพัฒนาผู้นำที่ตระหนักรู้ตนเอง
- จะช่วยยกระดับ spiritual wellbeing ของทั้งบุคคล ทีม และสังคม
สรุปสั้น
Systems psychodynamics คือการทำให้ชีวิตด้านในของระบบถูกมองเห็น เพื่อให้มนุษย์ไม่ต้องเสียจิตวิญญาณไปกับการอยู่รอดในระบบนั้น
ผมได้เรียนรู้ความซับซ้อนของมิติภายในของมนุษย์ ที่เชื่อมโยงกับความซับซ้อนของสิ่งที่มนูษย์ร่วมกันสร้างขึ้น ความสุขที่แท้จริงของคนเรา จะเกิดขึ้นได้ ต้องไม่มี “ความลวง” ซ่อนอยู่ในใจ ซึ่งอาจติดโรคมาจากระบบสังคม หรือระบบความสัมพันธ์ในองค์กรที่ทำงานอยู่ อิสระทางใจ จะเกิดได้ ต้องไม่ติดกับดักที่ซ่อนอยู่ใต้พรมขององค์กร และของสังคม
วิจารณ์ พานิช
๒๖ ม.ค. ๖๙
ห้อง ๔๗๑๐ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ แอท เซนทรัลเวิร์ล
Both AIs address “ส่วนที่อยู่ใต้น้ำ” (Irrational/Unconscious System) of systems, using the word unconscious (จิตไร้สำนึก). I wonder if the word subconscious (จิตใต้สำนึก) may be more descriptive and accurate for ‘iceberg’ in this context.
But I don’t know as much as AIs. And I don’t know why both AIs use the word ‘unconscious’ (which seems to me indicating a person’s state of awareness).