ว่าด้วยเรื่องอันธกวินทคาม

อันธกวินทสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๓. อันธกวินทสูตร

ว่าด้วยเรื่องอันธกวินทคาม

             [๑๘๔] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ อันธกวินทคาม แคว้นมคธ สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคประทับนั่งอยู่ในที่แจ้ง ในราตรีอันมืดมิดและฝนกำลังตกประปรายอยู่ ครั้นเมื่อราตรีผ่านไป ท้าวสหัมบดีพรหมมีวรรณะงดงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีให้สว่างทั่วอันธกวินทคาม เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า

                          ภิกษุพึงอาศัยที่นอนและที่นั่งอันสงัด

                          พึงประพฤติเพื่อความหลุดพ้นจากสังโยชน์

                          ถ้าภิกษุไม่ประสบความยินดีในที่นั้น

                          พึงมีสติ มีปัญญาเครื่องบริหาร อยู่ในท่ามกลางสงฆ์

                          ภิกษุเมื่อเที่ยวบิณฑบาตตามลำดับตระกูล

                          พึงมีปัญญาเครื่องบริหาร คุ้มครองอินทรีย์

                          พึงอาศัยที่นอนที่นั่งอันสงัด

                          พ้นจากภัย (หมายถึงภัยในวัฏฏะ) น้อมไปในอภัย (ในที่นี้หมายถึงนิพพาน)

                          ภิกษุถึงนั่งอยู่ในที่ที่มีสัตว์เลื้อยคลานอันน่ากลัว

                          สายฟ้าแลบแปลบปลาบ ฉวัดเฉวียน

                          ฝนตกในราตรีอันมืดมิด

                          ก็ปราศจากความขนพองสยองเกล้า

                          ข้าพระองค์กลัวมุสาวาท จึงไม่อาจคำนวณด้วยใจ

                          ของข้าพระองค์ได้ว่า ‘เรื่องนี้ข้าพระองค์ได้เห็นแล้วแน่’

                          ข้าพระองค์ไม่กล่าวว่า ‘ในเรื่องนี้เป็นอย่างนี้ ในเรื่องนี้เป็นอย่างนี้’

                          ในพรหมจรรย์หนึ่ง (หมายถึงธรรมเทศนาหนึ่ง) มีพระขีณาสพผู้ละความตายได้ ๑,๐๐๐ รูป

                          พระเสขะมากกว่า ๕๐๐ รูปไป

                          ๑๐ รูปบ้าง ๑๐๐ รูปบ้าง

                          และผู้ถึงกระแสนิพพานทั้งหมดไม่ไปสู่ดิรัจฉานภูมิ

                          ส่วนหมู่สัตว์นอกนี้ล้วนเป็นผู้มีส่วนได้รับผลบุญ

อันธกวินทสูตรที่ ๓ จบ

----------------

          ท้าวสหัมบดีพรหมคิดว่า พระศาสดาทรงกระทำความเพียรอยู่แม้ในบัดนี้ ชนทั้งหลายประกอบความเพียรกันเนืองๆ เราจะไปยืนอยู่ในสำนัก แล้วจักกล่าวคาถาว่าด้วยเรื่องความเพียรที่เหมาะแก่คำสอน ดังนี้ จึงเข้าไปเฝ้า.