การตรวจผลงานเลื่อนระดับของพยาบาล
ช่วงนี้เริ่มทำหน้าที่ในการอ่านผลงานของพยาบาลอีกครั้ง
การอ่านรอบแรก อ่านแบบเร็วจนจบ มองหาเนื้อหาส่วนที่ขาด แล้วมองหาว่าผู้เขียน เขียนได้ครอบคลุมพอจะชดเชยส่วนที่ขาดได้ไหม
รอบสองอ่านความสอดคล้องเชื่อมโยง ความกลมกล่อมของภาษา ความทันสมัย ความถูกต้อง แล้วมาร์คส่วนที่ต้องแก้ไข
รอบสามเขียน ข้อเสนอแนะ เพื่อให้ปรับแก้ ส่วนที่ขาด ขอให้ จนท แจ้งให้คนทำผลงานส่งมาเพิ่มเติม เพื่อเติมเต็ม เนื้อหาส่วนที่ขาดไม่ได้
หากเนื้อหาถูกต้อง
มีเหตุผลในการวิเคราะห์ มีการวิเคราะห์การปฏิบัติตามมาตรฐานการดูแลในคลินิก มีการทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องครบถ้วนทันสมัย
ใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์ถูกต้อง วิเคราะห์ผลถูกต้องตามวัตถุประสงค์
อภิปรายผลสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ถูกต้อง
สรุปและให้ข้อเสนอแนะงานวิเคราะห์ของตนเองถูกต้อง ทำให้ผู้อ่านได้ประโยชน์
เมื่อผู้เขียน สามารถแก้ไขผลงานตามข้อเสนอแนะได้
ก็ให้คะแนนผ่านแบบ ดี หรือ ดีมากตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
หากนำผลงานนั้นมาใช้ได้ในคลินิกทันที โอกาสจะได้ดีมากค่อนข้างสูง
หากผลการวิเคราะห์นั้นจะต้องนำไปพัฒนาต่อก่อนนำไปใช้ งานนั้นน่าจะผ่านในระดับดี
หากผู้เขียนสรุปจุดอ่อน งานวิเคราะห์
หากงานที่วิเคราะห์ออกมาแล้ว งานนั้นนำไปใช้ไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำแบบนั้น แบบนี้
แล้วเสนอแนะว่าควรทำอย่างนั้น อย่างนี้ ซึ่งงานของตัวเองไม่ได้ทำตามแบบที่เสนอ
งานลักษณะเช่นนี้ ถือว่าขาดการวิเคราะห์ประเด็นปัญหา หรือขาดการทบทวนที่ดี ทำให้ผลงานเชิงวิเคราะห์นั้นมีจุดอ่อนดังกล่าว
ตัวอย่าง การเขียนคู่มือการพยาบาลฯ
กรณีเขียนคู่มือการพยาบาล จะต้องเขียนทุกบทตาม template ที่หน่วยงานกำหนด
เช่น บทที่เขียน กรณีศึกษา จะต้องมีการเปรียบเทียบพยาธิสรีรวิทยาของโรค การวางแผนการพยาบาล
การวางแผนจำหน่าย เป็นต้น
การเขียนงานวิเคราะห์ ไม่ใช่งานวิจัย การวิเคราะห์งาน จะต้องวิเคราะห์งานในบทบาทหน้าที่ ตามมาตรฐานวิชาชีพที่ผ่านการพัฒนางานมาก่อนในระยะหนึ่ง
การพัฒนางานนั้น อาจมาจากการพัฒนางานประจำให้เป็นวิจัย แล้วต้องการนำผลการวิจัยนั้นมาใช้ในคลินิก
ต่อมาค่อยวิเคราะห์งานนั้นๆ ว่าเป็นอย่างไร สามารถนำมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยได้จริงหรือไม่
งานลักษณะเช่นนี้ไม่น่าจะต้องขอจริยธรรมในการเก็บข้อมูล
หากดูในเอกสารแบบรับรองจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการและวิชาชีพ มข 03
อธิบายในข้อ 8.กรณีผลงานที่จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนางานหรือหน่วยงาน และไม่ได้ทำในลักษณะการทดลองในคนหรือสัตว์
ไม่ต้องแสดงหลักฐานหรือหนังสือรับรองการได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการจริยธรรรมการวิจัย
มข 03 กรณีขอจริยธรรม มีสองข้อ
6. กรณีผลงานที่จัดทำเพื่อการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารทางวิชาการ และเป็นผลงานที่มีการใช้ข้อมูลจากการทำวิจัยในคนหรือสัตว์
ผู้ขอกำหนดตำแหน่งสูงขึ้นจะต้องยื่นหลักฐานแสดงการอนุญาตจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยของสถาบันที่มีการดำเนินการ
7. กรณีเป็นผลงานวิจัยที่มีการใช้ข้อมูลจากคนหรือสัตว์ ที่ต้องได้รับการยกเว้นการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคนหรือสัตว์
ต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยพิจารณา ก่อนดำเนินการ
ขอให้ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณาญาณดูนะคะ
หากเราต้องการพัฒนาโปรแกรมการพยาบาลฯ เพื่อนำมาใช้ หรือยังต้องพัฒนาเครื่องมือฯในการเก็บข้อมูล
งานลักษณะนี้ ..ต้องผ่านกระบวนการวิจัย เพื่อพิสูจน์สิ่งใหม่ว่า สามารถจะนำมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยได้หรือไม่
จึงต้องขอจริยธรรมวิจัยในมนุษย์
……………….
อุบล จ๋วงพานิช 18.02.69
มีประโยชน์มากเลยครับ
ฝากส่งให้คนข้างกายอาจารย์ขจิตด้วยนะคะ เพื่อเผยแพร่ต่อค่ะ ขอบคุณที่คอยให้กำลังใจคนเขียนตลอดมานะคะ