บันทึกนี้ ยังคงสืบเนื่องมาจาการเสียชีวิตของ อ. หมอประเวศ เมื่อเวลา ๒๐.๕๓ น. วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๙ ต่อจาก บันทึกนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ความสับสนในชีวิตครั้งใหญ่ๆ ของผมมี ๓ ครั้ง อาจารย์หมอประเวศมีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง ๓ ครั้ง แถมเมื่อลูกชายมีความสับสนในชีวิต ท่าน อ. หมอประเวศ ก็มีส่วนช่วยแนะนำ ส่งผลให้คุณวิจักขณ์ พานิช มีชีวิตอย่างในปัจจุบัน
ในบันทึกที่แล้ว ได้เล่าความสับสนในชีวิต ๒ ครั้งแรกของผมไปแล้ว ความสับสนครั้งที่ ๓ เกิดแบบผมไม่รู้ตัว และอาจตีความว่าไม่สับสนก็ได้ แต่มองอีกมุมหนึ่ง จะว่าสับสนก็ได้ คือเกิดความคิดที่จะแสวงหาการเดินเส้นทางชีวิตออกจากเส้นทางปกติ ที่อยู่ในมหาวิทยาลัย และควรเกี่ยวกับวิชาชีพแพทย์ ออกไปนอกมหาวิทยาลัย นอกวิชาชีพแพทย์ ที่ในที่สุดก็สำเร็จ เขาเลือกผมไปเริ่มงาน สกว. - สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ไปเริ่มชีวิตนักบริหารงานวิจัยของผม
เป็นการเลือกเดินสู่เส้นทางนักบริหารงานวิจัย ที่ผมคิดว่าตนเองมีทักษะ แต่เมื่อไปรับงานจริงพบว่าตนต้องเรียนรู้ใหม่หมด โดย อ. หมอประเวศ เข้ามาช่วยเกื้อหนุนใน ๒ เรื่องคือ (๑) แนะนำวิธีทำงานแบบรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และ (๒) ช่วยให้ผู้คนเห็นประโยชน์ของงานวิจัย จากงานวิจัยเรื่องระบบการเมือง ที่นำสู่การร่างรัฐธรรมนูญปี ฑ.ศ. ๒๕๔๐
ปลายปี ๒๕๓๕ ผมเรียนให้ อ. หมอประเวศ ทราบว่า ผมได้รับคัดเลือกไปทำหน้าที่ผู้อำนวยการคนแรก ของ สกว. คำแนะนำแรกที่ผมได้คือ อย่าเพียงเริ่มที่โจทย์วิจัยเชิงวิชการ ให้หาโจทย์วิจัยจากสังคมด้วย ผมเรียนท่านว่า ไม่ทราบว่าจะหาใครมาเป็นผู้จัดการทุนวิจัยด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ท่านแนะนำให้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเรื่องประเด็นวิจัยด้านนี้ของไทย ให้รายชื่อคนที่ควรเชิญมาราวๆ ๓๐ คน และแนะนำว่า คนที่น่าจะมาร่วมงานเป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์คือ รศ. ดร. บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา อดีตคณบดีคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เราจัดประชุมที่ ริเวอร์แควรีสอร์ทแอนด์สปา กาญจนบุรี เป็นการประชุมระดมความคิดครั้งแรกของ สกว. ที่ถือเป็นตำนานของการปลุกความตื่นตัวของวงการวิจัยของประเทศ ที่มีการกล่าวขานมาอีกไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปี ที่ตอนนั้นผมไม่ประสีประสา จัดเพราะ อ. หมอประเวศ แนะนำ และช่วยออกแบบ
จากการประชุมนี้ อ. บุญรักษ์ จึงยอมมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนการวิจัยด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ของ สกว. โดยท่านกับผมไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย อ. บุญรักษ์บอกผมว่า มาเพราะศรัทธาในคำแนะนำของ อ. หมอประเวศ อ. บุญรักษ์เสนอให้ตั้งชื่อฝ่ายสนับสนุนการวิจัย ที่ภายใน สกว. เรียกกันสั้นๆ ว่า “ฝ่าย ๑” ว่า ฝ่ายสนับสนุนการวิจัยข้ามชาติและทางเลือกในการพัฒนา ซึ่งบอร์ด สกว. อนุมัติด้วยความทึ่งในชื่อที่สะท้อนกระบวนทัศน์ที่ก้าวหน้ายิ่งนี้ และนำสู่ความสำเร็จของ สกว. ในการสนับสนุนการวิจัยด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ประยุกต์ เมื่อกว่า ๓๐ ปีก่อน ที่เวลานี้นักวิชาการโหยหา
น่าจะเล่าเรื่อง “ความซื่อบื้อในชีวิต” ของผมไว้ด้วย และน่าจะมีครั้งใหญ่ๆ ๓ ครั้งเช่นกัน ครั้งแรกราวๆ พ.ศ. ๒๕๐๔ ตอนผมเรียนจุฬาปี ๒ เขามาชวนไปรับทุนธนาคารแห่งประเทศไทย ไปเรียนด้านเศรษฐศาสตร์ในต่างประเทศ ผมไม่รู้จักว่าเศรษฐศาสตร์คืออะไร ครั้งที่สอง มีคนมาชวนไปเข้าพรรคการเมืองใหญ่ที่กำลังรุ่ง ราวๆ พ.ศ. ๒๕๔๓ ผมปฏิเสธ เพราะไม่ถนัด ครั้งที่สามเวลาไล่เรี่ยกัน มีคนมาเชิญให้ไปเป็นกรรมการกฤษฎีกา ผมปฏิเสธ เพราะไม่รู้จัก และตอนนั้นงานไหลมาเทมา ที่ว่าซื่อบื้อ ก็เพราะว่า หากผมรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งใน ๓ เรื่อง ชีวิตจะเปลี่ยนไปมาก
แต่คิดไตร่ตรองแล้ว ผมพอใจกับชีวิตอย่างที่ดำเนินมาจนปัจจุบัน
วิจารณ์ พานิช
๑๑ ม.ค. ๖๙