ว่าด้วยโสมาภิกษุณี

โสมาสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๒. โสมาสูตร

ว่าด้วยโสมาภิกษุณี

             [๑๖๓] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

             ครั้นเวลาเช้า โสมาภิกษุณีครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวร เข้าไปบิณฑบาตยังกรุงสาวัตถี กลับจากบิณฑบาต ภายหลังจากฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว เข้าไปยังป่าอันธวันเพื่อพักกลางวัน ถึงป่าอันธวันแล้วจึงนั่งพักกลางวันที่โคนต้นไม้แห่งหนึ่ง

             ลำดับนั้น มารผู้มีบาปประสงค์จะให้โสมาภิกษุณีเกิดความกลัว ความหวาดสะดุ้ง ความขนพองสยองเกล้า และประสงค์จะให้เคลื่อนจากสมาธิ จึงเข้าไปหาโสมาภิกษุณีถึงที่นั่งพักแล้ว ได้กล่าวกับโสมาภิกษุณีด้วยคาถาว่า

                          ฐานะใดอันประเสริฐอย่างยิ่ง

                          คือพระอรหัตซึ่งฤาษีทั้งหลายพึงบรรลุ

                          อันบุคคลเหล่าอื่นให้สำเร็จได้ยาก

                          ท่านเป็นหญิงมีปัญญาแค่ ๒ นิ้ว (หมายถึงมีปัญญาน้อย คือมีปัญญาแค่ใช้สองนิ้วหยิบปุยฝ้ายกรอด้าย)

                          ไม่สามารถจะบรรลุฐานะนั้นได้

             ลำดับนั้น โสมาภิกษุณีได้มีความคิดดังนี้ว่า “นี่ใครหนอมากล่าวคาถา จะเป็นมนุษย์หรืออมนุษย์กันแน่” ทันใดนั้น โสมาภิกษุณีได้มีความคิดดังนี้อีกว่า “นี่คือมารผู้มีบาป ประสงค์จะให้เราเกิดความกลัว ความหวาดสะดุ้ง ความขนพองสยองเกล้า และประสงค์จะให้เคลื่อนจากสมาธิ จึงกล่าวคาถา”

             ครั้งนั้นแล โสมาภิกษุณีทราบว่า “นี่คือมารผู้มีบาป” จึงได้กล่าวกับมารผู้มีบาปด้วยคาถาว่า

                          เมื่อจิตตั้งมั่นดี เมื่อญาณเป็นไปอยู่

                          เมื่อเห็นแจ้งธรรมโดยชอบ

                          ความเป็นหญิงจะทำอะไรเราได้

                          ผู้ใดมีความคิดเห็นแน่นอนอย่างนี้ว่า

                          เราเป็นสตรีหรือว่าเราเป็นบุรุษ

                          ผู้ที่ยังมีความเกาะเกี่ยวว่าเรา มีอยู่

                          มารควรจะกล่าวกับผู้นั้นเถิด

             ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์เสียใจว่า “โสมาภิกษุณีรู้จักเรา” จึงหายตัวไป ณ ที่นั้นเอง

โสมาสูตรที่ ๒ จบ

----------------------------