การบริหารทรัพยากรมนุษย์ : ประชากรลดลงกับอนาคตกำลังของชาติ

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ประชากรลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อัตราการเกิดต่ำต่อเนื่อง สังคมสูงวัยขยายตัว และกำลังแรงงานวัยทำงานหดตัวลง ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียง “ปัญหาประชากร” แต่คือปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อกำลังของชาติในระยะยาว ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความสามารถในการแข่งขัน และเสถียรภาพทางสังคมของ ประเทศไทย

ในทางทฤษฎีประชากรศาสตร์ การลดลงของประชากรย่อมส่งผลให้ภาระพึ่งพิงเพิ่มขึ้น ขณะที่ในมุมเศรษฐศาสตร์แรงงาน จำนวนแรงงานที่ลดลงจะไม่เป็นปัญหาร้ายแรงนัก หากรัฐสามารถพัฒนาคุณภาพ ทักษะ และผลิตภาพของแรงงานได้อย่างเป็นระบบ แต่ในความเป็นจริง การบริหารทรัพยากรมนุษย์ขอยังคงมีปัญหาในการยกระดับเป็นนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ

ปัญหาสำคัญคือ การเมืองไทยมักให้ความสำคัญกับนโยบายประชานิยมระยะสั้นที่ให้ผลเร็วและเห็นคะแนนเสียงชัดเจน ขณะที่การลงทุนด้านคน การศึกษา ทักษะ และระบบแรงงาน เป็นนโยบายที่ใช้เวลานาน เห็นผลช้า และไม่ให้เครดิตทางการเมืองในทันที ส่งผลให้ประเด็นทรัพยากรมนุษย์ถูกปล่อยให้ระบบราชการและภาคเอกชน “จัดการกันเอง” ภายใต้ข้อจำกัดเดิม ๆ

หากฝ่ายการเมืองยังไม่เข้ามาสนับสนุนอย่างจริงจัง ผลที่อาจเกิดขึ้นคือ เศรษฐกิจเติบโตต่ำอย่างเรื้อรัง การขาดแคลนแรงงานคุณภาพ ความเหลื่อมล้ำด้านทักษะที่รุนแรงขึ้น และภาระทางการคลังจากสังคมสูงวัยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนที่ผลักไปสู่คนรุ่นหลัง

การบริหารทรัพยากรมนุษย์จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเรื่องเทคนิคของราชการหรือธุรกิจ หากแต่ควรถูกยกระดับเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่การเมืองต้องรับผิดชอบ ตั้งแต่นโยบายประชากร การลงทุนในเด็กและเยาวชน ระบบพัฒนาทักษะตลอดชีวิต ไปจนถึงการปรับโครงสร้างแรงงานรองรับสังคมสูงวัย

ท้ายที่สุด กำลังของชาติไม่ได้วัดจากจำนวนประชากรเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนจากความสามารถของรัฐในการพัฒนาศักยภาพของคนทุกช่วงวัย หากการเมืองยังมองข้ามโจทย์นี้ อนาคตของประเทศไทยย่อมเผชิญความลำบากมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้