อรรถการ สัตยพาณิชย์
จากข้อมูลล่าสุดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ พบว่า ปี 2568 ประเทศไทยมีตัวเลขการจดทะเบียนนิติบุคคลสะสมสูงถึงกว่า 2 ล้านราย แต่เมื่อกะเทาะเปลือกออกมาดูความจริง จะพบตัวเลขที่น่าตกใจว่ามีนิติบุคคลที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่จริง (Active) เพียง 976,857 ราย หรือไม่ถึง 1 ล้านบริษัทเท่านั้น
นั่นหมายความว่าบริษัทกว่าครึ่งหนึ่งได้ล้มหายตายจากไปจากระบบเศรษฐกิจ และที่น่ากังวลยิ่งไปกว่านั้นคือ อัตราการอยู่รอด (Survival Rate) ของธุรกิจเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงสุดในช่วง 3–5 ปีแรก โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่ล้มเหลวสูงถึง 93.23%
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือ สัญญาณเตือนภัยต่อระบบอุดมศึกษาไทยโดยตรง เนื่องจากไม่สามารถผลิตบัณฑิตได้โดยการตั้งสมมติฐานว่าจะมี "องค์กรที่มั่นคง" รอรับพวกเขาได้ตลอดไปเหมือนในอดีต เพราะในโลกธุรกิจวันนี้ ความอยู่รอดคือ ข้อยกเว้น แต่การล้มเลิกกิจการได้กลายเป็นค่ามาตรฐานไปแล้ว
สถาบันอุดมศึกษาไทยต้องปรับบทบาทการพัฒนาบัณฑิต
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาไม่สามารถฝากชีวิตในเรื่องของการจ้างงานตลอดชีวิตไว้กับองค์กรธุรกิจได้อีกต่อไป ดังนั้นระบบอุดมศึกษาจึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนบทบาทและเสริมสร้างชุดทักษะแก่บัณฑิตเพื่อให้อยู่รอดท่ามกลางผันผวนในด้านการจ้างงานของภาคธุรกิจเอกชน โดยมีแนวทางการปรับบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาไทย ดังนี้
1) การปรับบทบาทสถาบันอุดมศึกษา: จาก "ผู้ถ่ายทอดความรู้" สู่การพัฒนา "โครงสร้างพื้นฐานชีวิต" บัณฑิต
มหาวิทยาลัยต้องเลิกผลิตบัณฑิตเพื่อเป็นเพียงลูกจ้าง (Employee) แต่ต้องสร้าง "นักรบรอบด้าน" ที่พร้อมเป็นทั้งพนักงาน นักพัฒนาภายใน (Intrapreneur)หรือแม้แต่เจ้าของกิจการเอง โดยต้องมีการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ ดังนี้
- หลักสูตรแบบยืดหยุ่น (Agile Curriculum): เลิกยึดติดกับหลักสูตรเก่าที่ใช้เวลาเรียนนานแต่ไม่ทันโลก มหาวิทยาลัยควรใช้ระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long Learning) ผ่านใบรับรองทักษะย่อย (Micro-Credential) และโมดูล (Module) ที่เน้นการแก้ปัญหาจริง
- พื้นที่บ่มเพาะธุรกิจ (Business Sandbox): สร้างพื้นที่ให้นักศึกษาได้ลองปฏิบัติจริงร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมรถไฟฟ้า (EV) หรือความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security) โดยมีอาจารย์ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง (Mentor) หรือโค้ช (Coach) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจ
- การบูรณาการกับอุตสาหกรรมจริง (Industry Integration): ดึงผู้เชี่ยวชาญจากตลาดหลักทรัพย์ (SET & MAI) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจหรืออุตสาหกรรม มาช่วยสอนและถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อให้บัณฑิตเข้าใจความรู้ธุรกิจพื้นฐาน (Business Literacy) และเสริมสร้างทักษะแบบ “คนรู้กว้างแต่ลึก” หรือที่เรียกว่า T-shaped ที่เชี่ยวชาญลึก แต่กว้างรอบด้าน เช่น แกนตั้งของ T คือ ทักษะหรือสายวิชาชีพหลักที่ลงลึก อาทิ การเงิน วิศวกรรม การออกแบบ การตลาด หรือสาขาเฉพาะทางอื่น ๆ ที่ทำให้บุคคลนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในเรื่องหนึ่งเรื่อง แต่แกนนอนของ T คือ ความรู้กว้างและทักษะเสริม เช่น การสื่อสาร การทำงานข้ามทีม ความเข้าใจธุรกิจ เทคโนโลยี หรือการคิดเชิงออกแบบ ที่ช่วยให้ทำงานร่วมกับสาขาอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2) ชุดทักษะใหม่เพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ (Economic Survival Skill - E.S.S.)
เมื่อบริษัทส่วนใหญ่มีความเปราะบาง บัณฑิตยุคใหม่จึงต้องมี "ชุดทักษะที่ยืดหยุ่น" (Resilient Skill Set) แบ่งเป็น 3 กลุ่มสำคัญ คือ
- ทักษะหนัก (Hard Skills): ต้องเปลี่ยน "วิชา" ให้เป็น "เครื่องมือที่ทำให้มีชีวิตรอด" เช่น การใช้ AI ช่วยทำงาน (AI Augmentation) ความเข้าใจข้อมูล (Data Literacy) และความรู้ด้านความยั่งยืน (ESG)ที่เป็นมาตรฐานใหม่ของโลก
- ทักษะอ่อน (Soft Skills): ต้องยกระดับเป็นทักษะการอยู่รอด (Survival Skill) ได้แก่ ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) การเรียนรู้เร็ว (Learning Agility) และความยืดหยุ่นทางอารมณ์ (Emotional Resilience) เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน
- ทักษะชีวิต (Life Skills): หัวใจสำคัญคือ ความฉลาดในการเผชิญอุปสรรค (Adversity Quotient - AQ) และการบริหารความเสี่ยงอาชีพ (Career Risk Management) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอาชีพหลายทาง (Portfolio Career) ที่มีรายได้หลายช่องทาง
3) การบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management): สิ่งที่ต้องรู้ตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน
ในยุคที่งานมั่นคงไม่มีอยู่จริง บัณฑิตต้องสร้าง "ตาข่ายรองรับ" (Safety Net) ทางเศรษฐกิจให้ตัวเอง โดยต้องมีความรู้เรื่องการบริหารความมั่งคั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกไปทำงาน
- การจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow Literacy): ต้องเข้าใจการจัดการเงินสดส่วนบุคคล แยกเงินใช้ชีวิตกับเงินทำงานออกจากกัน และมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 6–12 เดือน
- การสร้างสินทรัพย์ (Asset Building): ไม่พึ่งพารายได้ทางเดียว แต่รู้จักสร้างสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital IP) หรือสินทรัพย์ที่ไม่ได้มาจากแรงงานเพียงอย่างเดียว
- แผนถอนตัว (Exit Strategy): ต้องรู้จักวางแผนล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยง และมีกลยุทธ์ในการรับมือหากอาชีพหรือธุรกิจที่ทำอยู่ต้องยุติลง
บัณฑิตที่รอด ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คือคนที่ออกแบบชีวิตได้ดีที่สุด
ตัวเลขบริษัทที่ดำเนินกิจการจริงเหลือไม่ถึงล้านราย จากที่จดทะเบียนกว่า 2 ล้านราย คือ เครื่องเตือนใจว่าโลกการทำงานไม่ใช่พื้นที่แห่งความมั่นคงถาวรอีกต่อไป แต่เป็นพื้นที่แห่งการปรับตัว (Space of Adaptation) ยุทธศาสตร์อุดมศึกษาไทยหลังจากนี้ ต้องเปลี่ยนจากการเป็น "โรงงานปริญญา" สู่การเป็น "รากฐานของชีวิต" เพื่อสร้างบัณฑิตที่เป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตตัวเอง ไม่พึ่งพาโชคชะตา ไม่ผูกชีวิตไว้กับองค์กรเดียว และสามารถยืนหยัดอยู่ได้แม้โครงสร้างธุรกิจของประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม
เพราะในโลกยุคใหม่ "ปริญญาอาจช่วยให้เราเริ่มต้นได้ แต่ความสามารถในการออกแบบชีวิตทางเศรษฐกิจ (Life Economics) เท่านั้นที่จะพาเราไปถึงปลายทางอย่างปลอดภัย"......