ว่าด้วยผู้รักษาตน

อัตตรักขิตสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๕. อัตตรักขิตสูตร

ว่าด้วยผู้รักษาตน

             [๑๑๖] พระเจ้าปเสนทิโกศลประทับนั่ง ณ ที่สมควรแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์หลีกเร้นอยู่ในที่สงัด เกิดความคิดคำนึงอย่างนี้ว่า ‘ชนเหล่าไหนหนอชื่อว่ารักษาตน ชนเหล่าไหนชื่อว่าไม่รักษาตน’

             ข้าพระองค์ได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘ก็ชนบางพวกประพฤติกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ชนเหล่านั้นชื่อว่าไม่รักษาตน’

             ข้อนั้นเพราะเหตุไร

             เพราะการรักษาเช่นนั้นเป็นการรักษาภายนอก มิใช่เป็นการรักษาภายใน ฉะนั้นชนเหล่านั้นจึงชื่อว่าไม่รักษาตน ส่วนชนบางพวกประพฤติกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ชนเหล่านั้นชื่อว่ารักษาตน แม้ว่าพลช้าง พลม้า พลรถหรือพลเดินเท้าไม่รักษาเขาก็ตาม ชนเหล่านั้นก็ชื่อว่ารักษาตน

             ข้อนั้นเพราะเหตุไร

             เพราะการรักษาเช่นนั้นเป็นการรักษาภายใน มิใช่เป็นการรักษาภายนอก ฉะนั้นชนเหล่านั้นจึงชื่อว่ารักษาตน”

             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “มหาบพิตร ข้อนี้เป็นอย่างนั้น มหาบพิตร ข้อนี้เป็นอย่างนั้น ก็ชนบางพวกประพฤติกายทุจริต ฯลฯ ชนเหล่านั้นชื่อว่าไม่รักษาตน

             ข้อนั้นเพราะเหตุไร

             เพราะการรักษาเช่นนั้นเป็นการรักษาภายนอก มิใช่เป็นการรักษาภายใน ฉะนั้นชนเหล่านั้นจึงชื่อว่าไม่รักษาตน ส่วนชนบางพวกประพฤติกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ชนเหล่านั้นชื่อว่ารักษาตน แม้ว่าพลช้าง พลม้า พลรถ หรือพลเดินเท้าไม่รักษาเขาก็ตาม ชนเหล่านั้นก็ชื่อว่ารักษาตน

             ข้อนั้นเพราะเหตุไร

             เพราะการรักษาเช่นนั้นเป็นการรักษาภายใน มิใช่เป็นการรักษาภายนอก ฉะนั้นชนเหล่านั้นจึงชื่อว่ารักษาตน”

             พระผู้มีพระภาค ฯลฯ จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า

                          การสำรวมกายเป็นการดี

                          การสำรวมวาจาเป็นการดี

                          การสำรวมใจเป็นการดี

                          การสำรวมในที่ทั้งปวงเป็นการดี

                          บุคคลสำรวมในที่ทั้งปวงแล้วมีความละอายต่อบาป

                          เรากล่าวว่ารักษาตน

อัตตรักขิตสูตรที่ ๕ จบ

------------------------