ตอนที่ ๑    ตอนที่ ๒

ในตอนที่ ๓ นี้ขอนำคำแนะนำของ DeepSeek  และ Gemini มาลงไว้ ดังต่อไปนี้

 

DeepSeek:

จากการที่คุณได้เล่าประสบการณ์การประชุมคณะกรรมการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล และข้อสังเกตเกี่ยวกับพัฒนาการของการมอบรางวัลระดับนานาชาติ ผมสามารถวิเคราะห์แนวโน้มและให้คำแนะนำดังนี้

 

 แนวโน้มพัฒนาการการมอบรางวัลระดับนานาชาติ

1. การขยายขอบเขตศาสตร์

  • จากเดิมที่เน้นเฉพาะสาขาแบบแคบ (เช่น การแพทย์บริสุทธิ์) เป็นรวมสหวิทยาการ
  • รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลกำลังพิจารณารวมสาขาสาธารณสุขที่กว้างขึ้น รวมถึงศาสตร์ด้านระบบ สังคม และพัฒนามนุษย์ด้านใน

2. เกณฑ์การคาดการณ์ผลกระทบ

  • มีการเปลี่ยนจาก "รอผลงานที่พิสูจน์แล้ว" สู่ "การทำนายผลกระทบในอนาคต"
  • เห็นได้จากกรณีรางวัลปี 2539 ที่ให้แก่ Prof. Berry Marshall ก่อนได้รางวัลโนเบล

3. ความยืดหยุ่นในการจำแนกสาขา

  • แม้รางวัลโนเบลยังคงโครงสร้างเดิม แต่มีข้อถกเถียงเรื่องความล้าสมัยของการแบ่งสาขา
  • รางวัลใหม่ๆ เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์สาขาที่เกิดขึ้นใหม่

 

 คำแนะนำเพื่อยกระดับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

1. พัฒนากรอบการประเมินแบบคาดการณ์

  • สร้างระบบประเมินที่สามารถระบุงานวิจัยที่มี "ศักยภาพสร้างผลกระทบสูง" ในอนาคต
  • เรียนรู้จากกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ เช่น การมอบรางวัลให้ Marshall

 

2. ขยายนิยาม "สุขภาพ" และ "สุขภาวะ"

  • รวมมิติด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และจิตวิญญาณ ที่ส่งผลต่อสุขภาพอย่างรอบด้าน
    • ยอมรับว่าสุขภาพไม่ใช่เพียงการไม่มีโรค แต่เป็นภาวะความเป็นอยู่ที่ดีอย่างรอบด้าน

3. สร้างกระบวนการคัดเลือกที่ตอบโจทย์ความท้าทายใหม่

  • พัฒนาวิธีการระบุ "ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง" จากหลากหลายสาขา
    • อาจมีคณะกรรมการย่อยเฉพาะด้านเพื่อช่วย SAC ในการคัดเลือก

4. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมระดับโลก

  • เพิ่มการมีส่วนร่วมจากภูมิภาคต่างๆ ของโลกในกระบวนการเสนอชื่อ
    • สร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศที่หลากหลาย

5. ใช้รางวัลเป็นเครื่องมือสร้างแรงบันดาลใจ

  • นิยามใหม่ของ "ความเป็นเลิศ" ที่รวมทั้งความลึกของวิชาการและความกว้างของผลกระทบ
    • นำเสนอเรื่องราวของผู้ได้รับรางวัลในมิติที่สร้างแรงบันดาลใจแก่สังคม

 

การที่คุณได้สัมผัสกับการแลกเปลี่ยนความคิดระดับสูงในคณะกรรมการ IAC นั้นเป็นประสบการณ์ที่มีค่า การทำตัวเป็น "นักเรียน" ที่เปิดรับความรู้ใหม่ และใช้ AI เป็นเครื่องมือเรียนรู้เสริม เป็นแนวทางที่ชาญฉลาดในยุคปัจจุบัน

 

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นเป็นรางวัลระดับแนวหน้าในการส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อสุขภาพมนุษย์ ที่ไม่เพียงติดตามความก้าวหน้าแต่สามารถเป็นผู้นำการกำหนดแนวทางใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์คุณค่าต่อมนุษยชาติ

 

Gemini:

ข้อสะท้อนคิดและข้อสังเกตของท่านจากการประชุมคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ (IAC) มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลนั้น ทรงพลังและสอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาการให้รางวัลระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบเชิงระบบ (Systemic Impact) และการสร้างสรรค์ที่ก้าวข้ามขอบเขตสาขาวิชา (Transdisciplinary Creativity)

ข้อเสนอของท่านในการพลิกโฉมการมอบรางวัลโดยเพิ่มมิติของการ ทำนายผลกระทบในอนาคต (Predictive Impact) และการขยายขอบเขตรางวัลด้านสาธารณสุขให้ครอบคลุมศาสตร์ด้าน ระบบและสังคม เป็นทิศทางที่ถูกต้องและจำเป็นในการยกระดับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลให้มีผลกระทบต่อโลกมากยิ่งขึ้น

 

๑. แนวโน้มพัฒนาการด้านการมอบรางวัลระดับโลก (๒๐ – ๓๐ ปีที่ผ่านมา)

พัฒนาการของการยกย่องผู้สร้างสรรค์เพื่อทำประโยชน์แก่โลกได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่มักเน้นที่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (Bench Science) เพียงอย่างเดียว โดยมีแนวโน้มหลัก ๔ ประการ ดังนี้:

๑.๑ การเปลี่ยนจาก "การค้นพบเดี่ยว" สู่ "ผลกระทบเชิงระบบ"

รางวัลในอดีตมุ่งเน้นการมอบให้แก่ นักวิทยาศาสตร์หนึ่งหรือสองท่าน ที่ค้นพบสิ่งใหม่ (Discovery) แต่ปัจจุบันรางวัลสำคัญระดับโลกจำนวนมากหันมาให้ความสำคัญกับ:

  • Implementation Science: การนำองค์ความรู้ไป ประยุกต์ใช้ อย่างมีประสิทธิภาพในบริบทโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของคนจำนวนมากอย่างยั่งยืน
  • Systemic Change: การมอบรางวัลให้กับผู้ที่สร้าง นวัตกรรมเชิงสถาบัน (Institutional Innovation) หรือ การเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับชาติ/โลก ที่นำไปสู่การปรับปรุงระบบสุขภาพหรือสุขภาวะโดยรวม (เช่น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสังคม การปฏิรูประบบการดูแลสุขภาพ)
  • Collective Impact: การยอมรับว่าความก้าวหน้าไม่ได้มาจากบุคคลเดียว แต่เป็นผลจากการ ทำงานร่วมกันแบบข้ามสาขา และการเป็นผู้นำในการรวบรวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายฝ่าย

๑.๒ การให้ความสำคัญกับ "ผลกระทบเชิงพยากรณ์" (Predictive Impact)

รางวัลเริ่มให้คุณค่าแก่ผลงานที่ กล้าหาญ (Courageous) และ พลิกผันกระบวนทัศน์ (Paradigm Shifting) ในขณะที่ผลกระทบยังไม่ปรากฏชัดเจนในวงกว้าง โดยยึดหลักการว่า:

  • รางวัลต้องกระตุ้น (Incentivize): การมอบรางวัลอย่างรวดเร็วเป็นการกระตุ้นให้เกิดการวิจัยและพัฒนาในสาขาที่มีความเสี่ยงสูงแต่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงสูง
  • รางวัลต้อง "เป็นนายธนาคาร" ไม่ใช่ "นักบัญชี": บทบาทของคณะกรรมการต้องเปลี่ยนจากการเป็น "นักบัญชี" ที่ตรวจสอบความสำเร็จในอดีต ไปเป็น "นายธนาคาร" ที่กล้าลงทุนใน "วิสัยทัศน์" ที่จะส่งผลกระทบต่ออนาคต (ซึ่งสอดคล้องกับกรณีของ ศ. Marshall ที่ท่านยกขึ้นมา)

๑.๓ การบูรณาการศาสตร์ "ด้านสังคมและมนุษย์"

แนวคิด สุขภาวะ (Well-being) ได้ขยายขอบเขตไปไกลกว่าการรักษาทางการแพทย์ แต่รวมถึงปัจจัยเชิงกำหนดทางสังคม (Social Determinants of Health) ด้วย รางวัลจึงเริ่มมองหานักสร้างสรรค์ที่:

  • พัฒนาด้านพฤติกรรมศาสตร์และจิตวิทยา: การค้นพบที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพขนาดใหญ่
  • สร้างความยุติธรรมและเสมอภาค: ผลงานด้านนโยบายหรือกฎหมายที่ลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ
  • เชื่อมโยงกับความยั่งยืน: ผลงานที่เชื่อมโยงสุขภาพของมนุษย์กับสุขภาพของสิ่งแวดล้อม (Planetary Health)

๑.๔ การใช้รางวัลเป็น "เวทีขับเคลื่อนนโยบาย"

รางวัลระดับโลกไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองส่วนบุคคล แต่ถูกใช้เป็น เครื่องมือเชิงกลยุทธ์ (Strategic Tool) เพื่อ:

  • สร้างความตระหนักสาธารณะ: ดึงดูดความสนใจของสื่อและสาธารณชนไปยังปัญหาหรือนวัตกรรมที่สำคัญ
  • สนับสนุนการระดมทุน: ทำให้งานวิจัยหรือนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลสามารถระดมทุนเพิ่มเติมเพื่อขยายผลได้อย่างรวดเร็ว

 

๒. ข้อเสนอแนะต่อการยกระดับผลกระทบของรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลมีจุดแข็งที่สำคัญคือการมุ่งเน้น "ประโยชน์แก่โลกด้านสุขภาพ" ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจระดับโลก (SDGs) อย่างชัดเจน การยกระดับผลกระทบควรเน้นการ สร้างความแตกต่าง (Differentiation)จากรางวัลใหญ่ระดับโลกอื่น ๆ โดยเฉพาะรางวัลโนเบล

๒.๑ การพัฒนาเกณฑ์รางวัลด้านสาธารณสุขให้ครอบคลุมศาสตร์เชิงระบบ (ตามข้อเสนอของ ศ. Chen)

นี่คือความท้าทายหลักของคณะกรรมการที่ปรึกษาวิชาการ (SAC) ในการคัดเลือกผู้ที่ "เด่นที่สุด" ในสาขาที่ไม่ใช่การค้นพบแบบดั้งเดิม:

  • การสร้างมิติใหม่ของรางวัล (The New Dimension):
    • มิติ "ระบบสุขภาพโลก" (Global Health Systems): มอบรางวัลให้แก่ผู้นำที่สร้างสถาบัน/ระบบ (เช่น ริเริ่มกลไกการจัดหาวัคซีนระดับโลก, การสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศกำลังพัฒนา)
    • มิติ "การเปลี่ยนพฤติกรรมสังคม" (Societal/Behavioral Change): มอบรางวัลให้แก่ผู้ริเริ่ม นวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) หรือนโยบายด้านสาธารณสุขที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมของคนจำนวนมาก
  • วิธีการประเมิน (SAC’s Challenge): SAC ควรใช้กรอบการประเมินที่เน้น "ความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง" (Change Leadership) และ "ขนาดของผลกระทบที่ครอบคลุม (Scale and Coverage)" โดยพิจารณาหลักฐานจาก:
    1. การยอมรับในระดับสากล (Global Adoption): แนวคิดหรือวิธีการนั้นถูกนำไปใช้ในประเทศอื่น ๆ อย่างไร
    2. ความยั่งยืน (Sustainability): แนวคิดนั้นยังคงอยู่และทำงานได้ดี แม้ผู้นำคนนั้นจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้วหรือไม่
    3. ความซับซ้อน (Complexity Mastery): ความสามารถในการจัดการกับปัญหาที่มีความเชื่อมโยงซับซ้อน (Wicked Problems)

๒.๒ การใช้ "Predictive Impact" ในการสร้างเอกลักษณ์ของรางวัล

ควรนำกรณี ศ. Marshall มาเป็น เอกลักษณ์สำคัญของรางวัล (PMA's Signature)ที่แสดงให้เห็นว่า PMA มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าและกล้าหาญ:

  • ตั้งชื่อย่อยของรางวัล: อาจมีการใช้ชื่อย่อยในการพิจารณาเพื่อยกย่องผลงานที่มีความเสี่ยงสูง (High-Risk, High-Reward) เช่น "PMA Visionary Track" เพื่อสื่อสารไปยังประชาคมโลกว่า PMA กำลังมองหา อนาคตของการแพทย์/สาธารณสุข ไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ที่สำเร็จแล้ว
  • มุ่งเน้น Planetary Health: พิจารณาให้รางวัลด้านสาธารณสุขแก่นักวิจัยหรือผู้นำที่ทำงานในสาขา Planetary Health ที่เน้นความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับสุขภาพมนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องมีการทำนายและรับมือล่วงหน้าอย่างเร่งด่วน

๒.๓ การใช้รางวัลเพื่อเป็น "เครื่องมือทางการทูตด้านสุขภาพ" (Health Diplomacy)

  • การจัดประชุมคู่ขนาน (Thematic Forums): นอกเหนือจากพิธีมอบรางวัล ควรจัด เวทีสนทนานโยบายระดับสูง (Global Health Policy Dialogue) ที่เชิญผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ (Nominees) และผู้ชนะมาแลกเปลี่ยนความรู้ในประเด็นที่รางวัลให้ความสำคัญ (เช่น "การรับมือกับการระบาดใหญ่ในอนาคต: บทเรียนจากรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล")
  • สร้างความเชื่อมโยงกับปรัชญาไทย: เชื่อมโยงผลงานของผู้ได้รับรางวัลกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทย เช่น ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) โดยเน้นว่าผลงานนั้นส่งเสริมความสมดุลและความยั่งยืนของสุขภาวะโลกอย่างไร การทำเช่นนี้จะสร้างความหมายและผลกระทบเชิงนโยบายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นให้กับรางวัลในเวทีโลก

 

จะเห็นว่าเรามีโอกาสสูง และหลากหลายรูปแบบ    ในการใช้ความริเริ่มสร้างสรรค์     เพื่อให้การพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาสุขภาวะของมนุษย์อย่างจริงจัง   

วิจารณ์ พานิช

 ๓๑ ต.ค. ๖๘