บุคคลที่ไม่ใช่ญาติกันสักนิด แต่เป็นมิตรแท้ที่ผมไม่เคยลืมพระคุณเลยแม้แต่วันเดียว นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ที่โรงเรียนบ้านหนองจั่น  ทำให้ผมรู้จัก พี่สุนันต์ พืชหงษ์ทอง เป็นครั้งแรก

แด่พี่ชาย..คนดีในดวงใจ

            “วิสาสา ปรมา ญาติ” ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง คือความจริงตามพุทธภาษิตในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ที่ผมประสบพบเจอด้วยตนเองตลอดหลายปีที่ผ่านมา

          ในความเป็นจริงของชีวิตราชการของผม ที่มีเพื่อนสนิทน้อยเหลือเกิน แต่ไม่เคยทำให้เสียความรู้สึก เพราะมีบุคคลและกลุ่มเพื่อนบางกลุ่ม ดูแลช่วยหลือส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาอยู่เสมอ

          เมื่อสถานศึกษาได้รับการอุ้มชู สิ่งอื่นก็ไม่อยากห่วงหาอาทร พอเพียงจนไม่ทุกข์ยากลำบากใจ

          บุคคลที่ไม่ใช่ญาติกันสักนิด แต่เป็นมิตรแท้ที่ผมไม่เคยลืมพระคุณเลยแม้แต่วันเดียว นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ที่โรงเรียนบ้านหนองจั่น  ทำให้ผมรู้จัก พี่สุนันต์ พืชหงษ์ทอง เป็นครั้งแรก

          พี่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าพัสดุฯ ขสมก.เขต ๖ บ้านอยู่เขตจอมทอง กรุงเทพฯ

          จากคำบอกเล่าของครูในวันแรกที่ผมย้ายไปดำรงตำแหน่งฯครูบอกผมว่า พี่กับคณะขสมก.สร้างห้องสมุด จัดงานวันเด็ก เป็นเจ้าภาพผ้าป่าการศึกษา และเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียนนับครั้งไม่ถ้วน

          ผมอยู่บ้านหนองจั่น ๔ ปีกว่า และทุกปีพี่กับครอบครัวก็ยังเป็นผู้ให้โรงเรียน ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ จนเป็นที่รักของชุมชน แล้วพี่ก็อยู่ในหัวใจผม นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๔  ในวันที่พี่เผยความในใจออกมา

          พี่บอกผมว่า ผอ.คนเก่าไม่เคยอยู่กินอะไรกับพี่ เย็นลงก็กลับบ้าน ปล่อยให้ครูทำอาหาร หาที่หลับที่นอนให้พี่กับคณะ สรวลเสเฮฮาและพักผ่อนที่อาคารเรียนและบางคนกางเต๊นท์นอนกันกลางสนาม

          พี่สังเกตและลองใจผมว่าจะเป็นคนแบบนั้นหรือไม่ โดยพี่ไม่รู้เลยว่าผมเป็นศึกษานิเทศก์มาก่อน เคยดูแลต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและอยู่ทำงานกลางคืนจนดึกดื่นมาโดยตลอด มันจึงไม่มีอะไรยากสำหรับผมเลย

          ผมไม่เคยทิ้งใครที่มาทำประโยชน์เพื่อเด็กและครู พี่กับคณะขสมก. ไม่เลิกลาผมก็อยู่ได้แม้ดึกดื่น เพื่อส่งพี่และเพื่อนเข้านอน ผมไม่เคยลืมที่คืนนั้นของปี ๒๕๔๖ เรานอนดูฝนดาวตกที่สนามฟุตบอลจนเกือบสว่าง

          ขอบคุณที่พี่รักผมและไม่ทิ้งผม เมื่อผมมาอยู่โรงเรียนที่เล็กมากอย่างบ้านหนองผือ ทุกคนในครอบครัวของผมทราบดี ผมคิดอะไรไม่ออกผมจะบอกพี่ เพราะผมต้องการกำลังเสริมมากที่สุดในเวลานั้น

          หลายครั้งที่พี่ขับรถจากกรุงเทพฯ เพื่อชวนผมไปกินมื้อกลางวันที่ร้านอาหารป่า แล้วพี่ก็บอกผมว่าซื้อที่ดินที่วังน้ำเขียว ๒๕ ไร่  เพื่อปลูกทุเรียน ผมสงสัยเลยถามพี่ว่าจะเอาจริงหรือ เพราะพี่ไม่ได้จบด้านการเกษตร

          ที่สุดแล้วพี่ก็ประสบความสำเร็จ เราคุยกันเรื่องสวนทุเรียนทุกครั้งที่พี่มาทำบุญวันเกิดที่โรงเรียน มางานวันเด็กและเยี่ยมชมความก้าวหน้าของโรงเรียนตลอด ๑๗ ปีที่ผมอยู่บ้านหนองผือ

          ผมกำลังคิดถึงบ่อปลาและเล้าไก่ ผมคิดถึงห้องสมุด รั้วโรงเรียน และทุนการศึกษา ที่พี่มอบแก่โรงเรียนให้ได้ระลึกถึงกันเสมอ ผมกับครอบครัวของพี่จึงสนิทชิดเชื้อกันเหมือนผมเป็นญาติคนหนึ่งของพี่

          พี่ต้อนรับผมทุกครั้งที่ไปงานบุญกฐินที่พี่จัดทุกปี งานบวช งานแต่งและงานสีดำ เราบอกกล่าวถึงกัน ให้ผมได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมกับครอบครัวและญาติมิตรของพี่

          ผมดีใจมากทุกครั้งที่พี่มาเที่ยวพักผ่อนและพักค้างที่บ้านผม ณ ทุ่งดินดำรีสอร์ต และขอบคุณที่พี่ชวนผมกับครอบครัวไปเยือนรีสอร์ตวังน้ำเขียวของพี่ ได้เดินอย่างเพลิดเพลินในสวนทุเรียนที่มีลูกใหญ่และดกมาก

          ๕ ปีมานี้ เราได้เจอกันปีละครั้งสองครั้งเท่านั้น เพราะพี่เกษียณจากขสมก.แล้ว ผมได้ติดตามถามไถ่พี่ทางไลน์ จึงทราบว่าพี่มีชื่อเสียงด้านสวนทุเรียนและมีผู้ไปเยี่ยมชมสวนอย่างมากมาย

          วันนี้เศร้าที่สุดเลย พี่จากผมไปโดยไม่มีการบอกกล่าวร่ำลา ผมยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณของพี่เลย ทำได้แค่มาส่งพี่ที่วัดหนังราชวรวิหาร ขอบุญกุศลและความดีของพี่ นำพี่ชายคนนี้สู่สัมปรายภพด้วยเถิด

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๔  ธันวาคม  ๒๕๖๘