ฉายหนังเก่า
นึกย้อนไปในอดีต คิดถึงและมองเห็นภาพตอนที่เป็นผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก มีจำนวนเด็กไม่ถึงร้อย จำนวนครูไม่ครบชั้น การเป็นผู้บริหารก็ต้องทำได้ในหลายสิ่งหลายอย่าง
ทุกวัน แทบไม่มีเวลาได้สั่งการ ลงมือกันตั้งแต่เช้าเพื่อช่วยครูและนักเรียนเก็บกวาดใบไม้ กอบโกยขยะมากบ้างน้อยบ้าง จนเป็นกิจวัตรประจำวันที่เคยชิน ไม่เว้นแม้กระทั่งวันหยุดเสาร์อาทิตย์
วันหยุดต้องทำคนเดียว ในท่ามกลางความสงบเงียบ เหลียวมองไม่เห็นใคร ไม่ต้องรอนักการภารโรงเพราะไม่มี ไม่ต้องรอคุณครูเพราะไม่เคยต้องให้ครูมาอยู่เวรยามที่โรงเรียนในวันหยุด
ขณะที่ทำรู้สึกมีความสุข ไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่เคยไปเปรียบเทียบกับใคร ว่าทำไมเราไม่ได้สะดวกสบายเมื่อคนอื่นเขา แต่ความสดชื่นเกิดขึ้นเมื่อคิดว่า โรงเรียนเอ๋ย..ฉันเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้เธอแล้วนะ
บางครั้งก็ประสบพบเจอภัยธรรมชาติ แม้ไม่สาหัสมากนักแต่ก็ทำให้เหนื่อยพอสมควร
ปีหนึ่งจะพบประมาณครั้งสองครั้งเท่านั้น เมื่อฝนตกหนักติดต่อกัน ส่งผลให้น้ำจากเรือกสวนไร่นาชาวบ้านไหลเข้ามาในโรงเรียน สระน้ำในโรงเรียนก็ล้นเอ่อซ้ำเข้าอีก จนท่วมถนนหน้าอาคาร
แต่เป็นเพียงน้ำฝนที่รอการระบายท่วมอยู่ไม่ถึง ๒๔ ชั่วโมงก็แห้งเหือดไป
ทิ้งไว้ซึ่งภาระงานให้ผมต้องเก็บเศษไม้ ขยะ และป้ายที่ลอยมากับน้ำ ทั้งบนถนนและสุมทุมพุ่มไม้ ผมเคยเก็บคนเดียวในวันหยุด เพื่อให้ครูและนักเรียนไม่ต้องเหนื่อยมากในวันจันทร์ที่เปิดเรียน
ผมมองว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบ เป็นเรื่องเล็กน้อยที่ต้องพึ่งพาตนเอง
หากงานใหญ่ๆก็ต้องแบ่งงานกันทำ มอบหน้าที่ให้ครูแต่ละฝ่ายไปรับผิดชอบ ประชุมวางแผนงานกันเป็นขั้นเป็นตอน พูดคุยกันตลอดแนวตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้ได้บทสรุปถึงสถานที่ อุปกรณ์และงบประมาณ
เพื่อให้การบริหารจัดการบรรลุเป้าประสงค์ โดยลดปัญหาและอุปสรรคให้มากที่สุด
โรงเรียนขนาดเล็ก มีงานใหญ่อยู่ไม่กี่ครั้ง แต่ละครั้งล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น เช่นการทำบุญผ้าป่าเพื่อการศึกษา การเป็นเจ้าภาพกีฬา งานก่อสร้างอาคารเรียนและรับมอบอาคารเรียนหลังใหม่
งานที่อยู่ในความทรงจำมิเคยลืม คืองานต้อนรับผู้แทนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ผมจึงต้องเตรียมการและจัดงานให้เป็นไปตามความเหมาะสม
แต่ผมไม่ได้ทำคนเดียว นอกจากขอความร่วมมือจากคณะครู นักเรียน ผู้ปกครองและกรรมการสถานศึกษา ผมยังขอรับการช่วยเหลือสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล)
จึงเป็นบริบทของการทำงานในองค์กรเล็กๆ ที่ต้องคิดวิเคราะห์ ต้องรู้เขารู้เรา รู้กาลเทศะ และรู้ว่าต้องทำอะไร อย่างไร และทำกับใครบ้างในสถานการณ์นั้นๆ มิได้ทำแบบข้ามาคนเดียว
วันนี้คิดถึงภาพ ”หาดใหญ่วิปโยค” ความรู้สึกที่ต่อเนื่องมาหลายวัน คือความเศร้าใจ สงสารผู้คน สลดหดหู่ต่อภาพเหตการณ์ ที่เกิดจากภัยธรรมชาติในท่ามกลางสภาวะที่”โลกรวน”อย่างรุนแรง
ภาพและเสียงในโซเชียล ต่างบ่นก่นด่าผู้บริหารของรัฐบาล ที่บริหารจัดการได้ล่าช้า และตั้งอยู่ในความประมาท เพียงคิดว่า “เอาอยู่” และใช้คนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปอยู่หน้างาน
การทำการบ้านที่หนักหนาสาหัสอย่างไร้ทิศทาง ไม่มีการตั้งกองบัญชาการเพื่อการประสานงานรอบด้านอย่างมีประสิทธิภาพ ชาวบ้านจึงมองเห็นแต่การสร้างภาพ”การเมือง”ไม่เว้นแต่ละวัน
ไม่ว่าจะเป็นภาพทำอาหาร ภาพถือถุงขยะเดินให้ลูกน้องดูและถ่ายภาพ ตลอดจนภาพแอ๊คชั่นที่หลากหลายมากกว่าการลงมือทำแบบปิดทองหลังพระ
ขณะนี้น้ำลดแล้ว ตอเริ่มผุดขึ้นมามากมาย ประชาชนทั่วทุกภาคคงเห็นและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง คงไม่อยากเห็นหนังม้วนเก่ากลับมาฉายใหม่ ไม่เพียงแต่น้ำที่ไม่อยากให้หวนกลับมา น่าจะหมายรวมถึงผู้บริหารระดับสูงบางคนด้วย
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑ ธันวาคม ๒๕๖๘




