ไปทานข้าวบ้านผู้ใหญ่อาร์ท
พูดอย่างกับว่ามีความสนิทชิดเชื้อกับผู้ใหญ่บ้านอย่างนั้นแหละ จริงๆแล้ว ผมไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยพูดไม่เคยคุยกันแต่อย่างใด ก็แค่ไปนั่งทานอาหารที่ร้านเท่านั้น
การได้ปรับเปลี่ยนบรรยากาศและได้ลิ้มรสอาหารดีๆ ทำให้มีความรู้สึกกลับไปกลับมาระหว่างตอนที่เป็นเด็กกับปัจจุบันที่เป็น สว.เต็มตัว มันจะคล้ายคลึงกันอยู่อย่างหนึ่ง
ตอนเป็นเด็กรู้สึกว่าอยากเจ็บป่วย สักปีละสองสามครั้ง ตอนป่วยแม่จะดูแลผมเป็นพิเศษ ให้กินแต่ของดี ทั้งของคาวของหวาน ได้รับการเอาอกเอาใจ จัดมาเต็ม ที่เคยได้กินดีอยู่แล้วก็จะได้กินพิเศษเพิ่มขึ้น
พอแก่ตัวมา ก็อยากให้ถึงช่วงเวลาหรือวันสำคัญ จะได้พาลูกหลานไปทานข้าวนอกบ้าน
จริงๆแล้ว ในวันเวลาปกติก็น่าจะหาเวลาให้กับตัวเอง ได้ผ่อนคลายเปลี่ยนบรรยากาศลองลิ้มชิมรสชาติอาหารตามร้านบ้างก็ได้ แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่มีแรงบันดาลใจเอาเสียเลย จะเป็นเพราะขี้เกียจขับรถก็อาจเป็นได้
หรือไม่ ผมเองก็หาทานในตลาดเลาขวัญใกล้บ้าน จนครบมาหมดทุกร้านแล้ว ร้านละหลายครั้ง จนจำเมนูได้และจดจำรสชาติของอาหารจานโปรดของทุกร้านได้เป็นอย่างดี
วันนี้ไปทานที่ไหนกันดีล่ะ ภรรยาผมถาม เพราะพี่ชายของเธอเดินทางมาจากอเมริกา อุตส่าห์ขับรถมาเยี่ยมเยือนเราถึงทุ่งดินดำรีสอร์ต ผมเป็นน้องเขยก็ต้องเลี้ยงต้อนรับกันหน่อย
พี่ชายคนนี้อายุ ๗๔ ปีแล้ว ปีนี้มีธุระต้องกลับเมืองไทยถึง ๒ ครั้ง แต่ละครั้งผมให้รู้สึกฉงนสนเท่ห์ภายในใจยิ่งนัก ทำไมพี่เขาถึงแข็งแรงอย่างนี้ ต้องลากกระเป๋าใบโตๆ ต้องนั่งอยู่บนเครื่องเป็นเวลานานๆ
ตอนหนุ่มๆผมเคยคิดที่จะเดินทางไกลแบบนี้อยู่เหมือนกัน แต่เดี๋ยวนี้ความรู้สึกเหล่านั้นหายไปหมดสิ้นแล้ว ขออยู่บ้านเป็นหลักชัยให้ลูกหลานและญาติพี่น้องมาเยือนน่าจะดีกว่า
ผมเลือกร้านอาหารเอง ไม่ต้องใช้บริการลูกชายคนโต เพราะเขาแนะนำร้านนี้ให้ผมมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง เท่าที่ผมสังเกตมาหลายปี ลูกชายคนนี้เลือกร้านอาหารให้ผมแต่ละร้าน ถูกปากถูกใจทุกร้านเลย
โดยเฉพาะในจังหวัดสุพรรณบุรีที่เขาคุ้นชิน ไม่ว่าจะเป็นร้านในเมืองนอกเมือง หรือร้านริมคลองติดถนน หรือร้านกลางทุ่งนาป่าเขา ก็ล้วนแล้วแต่เป็นร้านเลื่องชื่อลือนามเรื่องอาหารทั้งสิ้น
แดดร่มลมตก ใกล้จะพลบค่ำ จึงได้มานั่งอยู่ในร้าน “ผู้ใหญ่อาร์ท อาหารป่า” ซึ่งกำลังจะเป็นร้านอาหารเจ้าเก่าหรือเจ้าประจำของผมในอีกไม่ช้านี้ อยู่ไกลจากบ้านผมราว ๒๐ กิโลเมตร
ตอนแรกผมนึกว่าอยู่ ต.บ้านโข้ง อ.อู่ทอง ที่ไหนได้กลับกลายเป็น ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง แสดงว่าร้านอาหารบ้านผู้ใหญ่อาร์ทแห่งนี้ เป็นเขตรอยต่อของ ๒ อำเภอ หรือชายขอบเมืองสุพรรณนั่นเอง
เส้นทางดูเหมือนไกลถ้าขับรถกลางคืน พอเลยเทศบาลบ้านโข้ง ต้องเลี้ยวซ้ายตรงสามแยกไปทางวัดจำปา เลยชุมชนมาได้สักหน่อยก็จะถึงร้านอันโดดเด่นเพียงร้านเดียว เพราะเปิดไฟสีสว่างไสวทั้งสองฝั่งถนน
ภายในร้านเต็มทุกโต๊ะ ผมต้องเลือกนั่งในซุ้มไม้ไผ่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งนั่งได้ ๕ คนพอดี อยู่ติดสระน้ำขนาดใหญ่ลมโชยพัดแผ่ว สดชื่นเย็นสบาย บรรยากาศสดใสสมเป็นร้านอาหารป่าบ้านทุ่งขนานแท้
เด็กเสิร์ฟเป็นผู้ชาย แต่หน้าตาไม่เด็กแล้วล่ะ น่าจะเป็นลูกหลานผู้ใหญ่บ้านนั่นแหละ รีบเดินมาต้อนรับและบอกเราว่า นกหนูงูเห่า วันนี้ไม่มีนะครับ มีแต่หมูป่าเท่านั้น ไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะผมไม่สั่งอยู่แล้ว
ผมสั่งอาหารที่คุ้นเคย ปลาช่อนผัดขึ้นฉ่าย ต้มยำปลาคัง สามชั้นทอดน้ำปลา ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ ลาบเป็ดเทศ ขณะที่รออาหารก็คุยกันเรื่องรายการทีวีและศิลปินดาราหลายคนมาทานที่ร้านนี้ สังเกตจากป้ายปชส.เต็มไปหมด
รสชาติของปลาช่อนผัดขึ้นฉ่ายและสามชั้นทอดน้ำปลา ยังถูกอกถูกใจผมเหมือนเดิม
ส่วนพี่ชายจิบรีเจนซี่บรั่นดีไทยบางๆพอให้ละมุนลิ้น ลองท้องให้อุ่นๆ พร้อมตักกับแก้มตรงหน้า บอกว่าลาบเป็ดเทศร้านนี้สุดยอดมาก แถวอีสานที่พี่เขาขับรถผ่านมาหลายจังหวัดเทียบไม่ติดเลย
ผมก็ชอบทานลาบเป็ดเหมือนกัน ทานครั้งแรกตอนเป็นครูที่อีสานปี ๒๕๒๙ แล้วผมจะเล่าให้ฟังนะครับ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๘








