อะห์ลุสซุฟฟะห์ คือศอฮาบะห์ที่อาศัยอยู่ที่เพิ่งพักด้านข้างของมัสยิดนบี

อบูฮุรอยเราะห์ อับดุรเราะห์มาน อิบน์ ศ็อคร์ อัดเดาซี อัซซะฮ์รอนี (อาหรับ: عبد الرحمن بن صخر الدوسي الزهراني‎; ค.ศ. 603–681) รู้จักกันในชื่อ อะบูฮุร็อยเราะฮ์ เป็นหนึ่งในเศาะฮาบะฮ์ (ผู้ติดตาม) ของศาสดามุฮัมมัด และเป็นที่รู้จักกันในนาม อะบูฮุร็อยเราะฮ์ “พ่อของแมว” ในบุคลิกของเขาที่ชอบเล่นกับแมว ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าเขามีชื่อจริงว่าอะไร แต่ชื่อที่ถูกเรียกบ่อยที่สุดคือ อับดุลเราะห์มาน อิบน์ ศ็อคร์ (عبد الرحمن بن صخر) อะบูฮุร็อยเราะฮ์ใช้เวลาอยู่กับเศาะฮาบะฮ์ของมุฮัมมัดเป็นเวลา 2 ปี 3 เดือน และมีฮะดีษที่รายงานถึงเขามีอย่างน้อย 5,374 ฮะดีษ

ชีวิตช่วงต้น อบูฮุร็อยเราะฮ์ ถือกำเนิดที่เยเมน และอาศัยอยู่กับเผ่าอาหรับบนูเดาส์ แต่พ่อของเขาเสียชีวิตก่อน จึงทำให้เขาต้องอยู่กับแม่ โดยที่เขาไม่มีญาติแม้แต่คนเดียว

ชื่อ ชื่อของเขายังคงเป็นที่โต้แย้งในบรรดานักวิชาการมุสลิม ตัวอย่างชื่อเหล่านี้ ได้แก่ “อับดุลเราะฮ์มาน อิบน์ เซาะคร์”, “อับด์ อิบน์ ฆุนัม”,”อับดุชชาม อิบน์ อามีร”, “อับดุชชาม อิบน์ เซาะคร์”, “‘อามีร อิบน์ ฆุนัม”, “ซิกิน อิบน์ ญาบิร”, “ยะซีด อิบน์ อัล-อัซกอลานี”, “บูรีร อิบน์ อัล-อัซรอเกาะฮ์” และ “ซะอีด อิบน์ อัล-ฮาริษ”. และชื่อเกิดของเขายังคงเป็นที่โต้แย้งเช่นกัน ตัวอย่างเช่น “อับดุชชาม”, “อับดุลลอฮ์”, “ซิกิน”, “‘อามีร”, “บูรีร”, “อัมร์”, “ซะอีด”, “อับดุล ฆุนัม”, “อับดุล ยะลีล” และ “อับดุล ฏิม”.

เดินทางมาหาท่านรอซูลในเดือนมุฮัรรอม ปีที่ 7 ฮิจเราะห์ศักราช ขณะที่มีอายุประมาณ 30 ปี คำว่า “อบูฮุรอยเราะห์” นี้มิใช่เป็นชื่อของท่าน แต่เป็นฉายาที่ท่านรอซูลตั้งให้ มีความหมายว่า “พ่อแมว” เหตุเพราะท่านเป็นคนที่รักแมว และมักจะอุ้มลูกแมวตัวเล็กๆ ไปไหนมาไหนด้วยเสมอ ส่วนชื่อของท่านก่อนเข้ารับอิสลามนั้นคือ “อับดุลซัมส์” แปลว่า บ่าวของดวงตะวัน และหลังจากที่ได้รับอิสลามแล้ว ท่านรอซูลก็ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า อับดุลเราะห์มาน หรือ อับดุลเราะห์มาน บินศ็อกริน อบูฮุรอยเราะห์ เป็นหนึ่งในบรรดา อะห์ลุสซุฟฟะห์ คือศอฮาบะห์ที่อาศัยอยู่ที่เพิ่งพักด้านข้างของมัสยิดนบี ด้วยเหตุนี้จึงได้มีโอกาสได้ยินและเห็นการกระทำของท่านนบีมากกว่าศอฮาบะห์ท่านอื่นๆ และท่านก็เป็นบุคคลที่มีความแม่นยำในการจำเป็นเลิศ อบูฮุรอยเราะห์รายงานว่า ฉันเคยร้องทุกข์ต่อท่านนบีว่า โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ฉันได้ฟังเรื่องใดๆจากท่านแล้วก็ลืม ช่วยขอดุอาต่ออัลลอฮ์ให้ฉันเป็นคนที่มีความจำเป็นเลิศด้วยเถิด ท่านนบีจึงให้อบูฮุรอยเราะห์ปูผ้าแล้วเอามือวางลงบนผ้านั้น แล้วท่านนบีได้รวบชายผ้าขึ้นคลุมมือของอบูฮุรอยเราะห์แล้วเอามือของท่านวางทับลงอีกทีพร้อมทั้งขอดุอาให้ อบูฮุรอยเราะห์กล่าวว่า หลังจากนั้นมา ฉันได้ฟังเรื่องใดจากท่านรอซูลก็จำได้อย่างแม่นยำ ไม่ลืมมันอีกเลย

ท่านอบูฮุรอยเราะห์รายงานฮะดีษไว้ทั้งสิ้นจำนวน 5347 ฮะดีษ มีบันทึกอยู่ในศอเฮียะห์บุคคอรี จำนวน 93 ฮะดีษ ในศอเฮียะห์มุสลิมจำนวน 189 ฮะดีษ นอกเหนือจากนั้นมีอยู่ในบันทึกอื่นๆ อบูฮุรอยเราะห์ถือเป็นศอฮาบะห์อวุโสอีกท่านหนึ่ง ท่านมีชีวิตอยู่หลังจากท่านรอซูลเสียชีวิตแล้วอีก 47 ปี

เสียชีวิต หลังจากศาสดามุฮัมมัดเสียชีวิตแล้ว เขาใช้ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ไปสอนฮะดีษในมะดีนะฮ์ แต่ต้องหยุดสอนแค่ชั่วคราว เพราะเขาเป็นผู้ว่าประจำอาระเบียตะวันออก (ปัจจุบันเรียกว่า “บะห์ร็อยน์”) ในสมัยของอุมัร และเป็นผู้ว่าประจำเมืองมะดีนะฮ์ในสมัยรัฐเคาะลีฟะฮ์อุมัยยะฮ์ตอนต้น. อบูฮุร็อยเราะฮ์เสียชีวิตในปีค.ศ.681 (ฮ.ศ.59) ตอนอายุ 78 ปี ศพของเขาถูกฝังที่อัลบะกีอ์ (สุสานมัสญิดนะบะวีย์)