การประชุมวิชาการ HTASiaLink ครั้งที่ ๑๒ จัดที่สิงคโปร์ โดย ACE แห่ง SSHSPH NUS เป็นเจ้าภาพหลัก   จัดที่ Singapore Expo อันใหญ่โตมโหฬาร ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๘   วันที่ ๒๐ เป็นวันแรกของการประชุม   หลังพิธีเปิด เป็นรายการหลักที่เรียก Plenary   เวลา ๒ ชั่วโมง   ๑๐.๓๐-๑๒.๓๐ น.   

Plenary 1: Exploring the Multiverse of Healthcare through HTA: Diverse Perspectives, Unified Outcomes 

This plenary focuses on the diversity of HTA in terms of methodologies, types of health technologies or programs, and initiatives shaping the dynamic landscape. The diverse ways HTA is used across countries and settings, HTA harmonisation efforts, methods for equitable evaluation in HTA, and the importance of the patient perspective in HTA are the main themes that will be discussed. 

มีผู้นำเสนอ ๔ ท่าน ตามหัวข้อ ดังนี้

  1. Bridging Global and Local Perspectives in HTA  เสนอโดย Dr. Eri Hoshino:   Head, International Division Centre for Outcomes Research and Economic Evaluation for Health (C2H, as a member of INAHTA) National Institute of Public Health (NIPH), Chief, Division of Policy Evaluation, Department of Health Policy National Centre for Child Health and Development   ประเทศญี่ปุ่น   

ที่เด่นที่สุดคือโครงการ AP-7D HTA    ที่มุ่งเน้นการประเมินเทคโนโลยีสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยใช้กรอบการทำงานแบบ 7 มิติ (7-dimension framework) เพื่อให้การประเมินมีความสมบูรณ์และครอบคลุมมากขึ้น

คำว่า **AP-7D HTA** ย่อมาจาก **Asia-Pacific Seven-Dimension Health Technology Assessment** ซึ่งหมายถึงการประเมินเทคโนโลยีสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยพิจารณาใน 7 มิติ ได้แก่:

1)  Clinical effectiveness: ประสิทธิผลทางคลินิก

2)  Safety: ความปลอดภัย

3)  Cost-effectiveness: ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์

4)  Budget impact: ผลกระทบต่อภาระงบประมาณ

5)  Organizational impact: ผลกระทบต่อระบบการบริหารจัดการในโรงพยาบาลหรือหน่วยงานบริการสุขภาพ

6)  Ethical, social, and cultural issues: ประเด็นทางจริยธรรม สังคม และวัฒนธรรม

7)  Patient and public perspective: มุมมองของผู้ป่วยและภาคประชาชน

โครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจาก HTA ส่วนใหญ่ในโลกมักจะเน้นที่ 4 มิติแรกเป็นหลัก (ประสิทธิผล ความปลอดภัย ต้นทุน-ประสิทธิผล และผลกระทบต่อภาระงบประมาณ) การเพิ่มอีก 3 มิติเข้าไป ทำให้การประเมินมีความละเอียดอ่อนและครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของประเทศในเอเชีย ซึ่งอาจมีปัจจัยทางสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป .

การใช้กรอบการทำงาน 7 มิตินี้ ช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายและผู้เกี่ยวข้องสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบด้านมากขึ้น ไม่ใช่แค่การพิจารณาจากมุมมองทางคลินิกหรือเศรษฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงผลกระทบต่อระบบบริการสุขภาพ และความรู้สึกของผู้ป่วย ซึ่งจะนำไปสู่การนำเทคโนโลยีสุขภาพมาใช้อย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในภูมิภาคนี้

  1. ASEAN Exploration on HTA Harmonization  เสนอโดย Dr. Izzuna Mudla Mohamed Ghazali, Public Health Physician/Deputy Director Malaysian Health Technology Assessment Section (MaHTAS),  Medical Development Division Ministry of Health

เสนอ ASEAN HTA Harmonization Project (2023 – 2025) เพื่อพัฒนาวิธีประเมิน HTA ที่ใช้ร่วมกัน และมีมาตรฐานการรายงานเดียวกัน   มีการฝึกอบรม และดำเนินการประเมินยาและเครื่องมือทางการแพทย์ร่วมกัน   แชร์ผล clinical efficacy and effectiveness    ได้ความรู้ว่าบริบท (context) ของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน มีความสำคัญมาก     จะมีความร่วมมือกันต่อไป  

  1. Advancing Equity in HTA: Policy Tools for a Fairer Future  เสนอโดย Prof. Sitanshu Sekhar Kar, Professor of Preventive and Social Medicine, Principal Investigator, Health Technology Assessment in India (HTAIn),  Resource Hub Jawaharlal Institute of Postgraduate Medical Education and Research (JIPMER)

เน้นความสมดุลระหว่างเป้าหมายประสิทธิภาพกับความเสมอภาค โดยเน้น DCEA  และ ISPOR Value Flower ๑๒ กลีบ ดังนี้ 

  1. Advancing the Integration of Patient Preference Data in HTA   เสนอโดย Dr. Simon Fifer, Director of Research and Innovation, HTAi Patient and Citizen Involvement in HTA Interest Group (PCIG),  Community and Patient Preference Research (CaPPRe

เน้นเสียงหรือความเห็นของผู้ป่วยใน HTA   ชี้ความแตกต่างระหว่าง Patient Evidence กับ Patient Input   นิยาม Patient Preference Information   และเสนองานของ Patient Preference Project Subcommittee ของ HTAi    เป็นกระบวนการหรือวิธีการทำให้ HTA มีลักษณะ patient-focused 

 ดำเนินรายการโดย รศ. ดร. วรรณฤดี อิสรานุกูลชัย  เลขาธิการมูลนิธิ HITAP   

พอจะจับความได้ว่า เป้าหมายของการมี HTA ก็เพื่อทำให้ระบบสุขภาพมีความเสมอภาค   มีคุณภาพ  และคุ้มค่าหรือประหยัด  เป้าหมายที่แท้จริงอยู่ที่สุขภาวะของประชาชนในแต่ละประเทศ    โดยที่ในปัจจุบัน ระบบสุขภาพต้องรับมือกับการเปลี่ยนใหญ่สารพัดด้าน  รวมทั้งเทคโนโลยีสุขภาพราคาแพงที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว  และการมี เอไอ 

ผมอยากรู้ว่า พัฒนาการของ HTA ที่เสนอโดยวิทยากรทั้ง ๔ นำสู่ผลกระทบต่อการยกระดับสุขภาวะของประชาชนในกลุ่มประเทศอาเซียน และประเทศสมาชิก HTASiaLink อย่างไรบ้าง    นำสู่ความก้าวหน้าของวิชาการด้าน HTA อย่างไรบ้าง   มีโอกาสพัฒนาความก้าวหน้าในสถานการณ์แปรผันของโลก โดยเฉพาะการมี Generative AI อย่างไรบ้าง 

ผมนำข้อสะท้อนคิดข้างต้นไปถามห้าสหายเอไอ    และขอนำคำตอบของ ChatGPT, Gemini และ Perplexity มาลงไว้ดังนี้

 

Chat GPT:

ยอดมากครับ — ข้อมูลที่คุณเก็บจาก Plenary 1 ชัดและลึกแล้ว ผมขอสรุป “ผลกระทบต่อสุขภาวะของประชาชน” และ “ความก้าวหน้าทางวิชาการ HTA” ที่จะตามมาจาก 4 แนวพัฒนานี้ พร้อม “โอกาสในยุค Generative AI” แบบลงมือทำได้จริง

1) ผลต่อสุขภาวะประชาชนในอาเซียน/เครือข่าย HTAsiaLink

(ก) เครื่องมือวัดคุณค่าแบบเอเชีย — AP-7D

  • AP-7D เป็น PBM ที่พัฒนามาเพื่อบริบทเอเชียตะวันออก–เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุม 7 มิติ (เช่น pain, mental health, energy, burden to others ฯลฯ) ช่วยให้การวิเคราะห์ประสิทธิผล-ความคุ้มค่า “สะท้อนคุณค่าจริงในสังคมเอเชีย” มากขึ้นกว่าการใช้ PBM ฝรั่งเพียงอย่างเดียว จึงคาดว่าจะทำให้การคัดเลือกบริการ/เทคโนโลยี “ตรงใจประชาชน” และลดความเหลื่อมล้ำทางวัฒนธรรมในการประเมินคุณค่าได้ดีขึ้น (ฐานข้อมูลและเอกสารจาก C2H/NIPH และโครงการของ HTAsiaLink สนับสนุน) (National Institute of Public Health - NIPH ของญี่ปุ่น HTAsiaLinkPubMed Central)

(ข) ฮาร์มอนไนซ์ HTA ในอาเซียน (ASEAN HTA Harmonization 2023–2025)

  • การพัฒนามาตรฐานร่วม/แม่แบบรายงานเดียวกัน การฝึกอบรม และการ “ประเมินร่วมบางหัวข้อ” จะลดการซ้ำซ้อน ประหยัดงบ สร้างอำนาจต่อรองราคา และเร่งเวลาการเข้าถึงเทคโนโลยีจำเป็น โดยยังคงเผื่อช่องให้ “บริบทประเทศ” ตัดสินใจแตกต่างได้อย่างชอบธรรม (context-sensitive) ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ทีม  MaHTAS เน้นย้ำมาโดยตลอด (HTAsiaLink Conference 2025HTAsiaLinkMyMAHTASResearchGate)

(ค) ความเสมอภาคเชิงนโยบายผ่าน DCEA + ISPOR Value Flower

  • DCEA เปิดทางให้หน่วยงานเห็น “ได้-เสียกระจายกับใคร” (distributional impacts) เพื่อชั่งน้ำหนัก “ประสิทธิภาพรวม” กับ “ลดความเหลื่อมล้ำ” อย่างโปร่งใส
  • ISPOR Value Flower (12 กลีบ) ช่วยขยายกรอบคุณค่าพ้น  QALY+ต้นทุน เช่น adherence, caregiver burden, severity, insurance value ฯลฯ ทำให้การตัดสินใจคุ้มค่า ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น โดยเฉพาะในโรคเรื้อรังและบริการชุมชน (ISPOR.orgPubMed Central)

(ง) เสียงของผู้ป่วยเข้มแข็งขึ้น (Patient Preference/Data)

  • งานของ HTAi-PCIG และแนวปฏิบัติสากล (เช่น FDA PPI) ทำให้ “หลักฐานเชิงความพึงประสงค์/ทางเลือกของผู้ป่วย” ถูกเก็บ ใช้ และสื่อสารได้เป็นระบบ แยกชัดระหว่าง patient evidence (ข้อมูลเชิงประจักษ์) กับ patient input (ข้อเสนอ/ประสบการณ์) ส่งผลให้การจัดสรรทรัพยากรตอบโจทย์ผลลัพธ์ที่ผู้ป่วยให้คุณค่าจริง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ “preference-sensitive” (HTAi,  U.S. Food and Drug Administration)

2) ความก้าวหน้าทางวิชาการ HTA ที่คาดว่าจะเกิด

  • มาตรฐานเอเชีย–อาเซียน: ฐานข้อมูลค่าอรรถประโยชน์/ค่าน้ำหนักจาก  AP-7D จะทำให้โมเดลเศรษฐศาสตร์สุขภาพ “localised” อย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดพื้นที่วิจัยเรื่อง mapping ระหว่าง PBM ต่างสำนัก (EQ-5D ↔ AP-7D) และการสร้าง tariff ระดับประเทศ/ภูมิภาค (C2H|National Institute of Public Health - NIPH ของญี่ปุ่น, PubMed Central)
  • Equity-methods mainstreaming: มีแรงส่งในการพัฒนา workflow มาตรฐานสำหรับ DCEA (input, social welfare function, inequality metrics) และการรายงานผลลัพธ์ด้านความเสมอภาคเคียงคู่  ICER เป็น “ตารางคู่แฝด” ในรายงาน HTA (ISPOR.org)
  • Methodology for PPI/PATIENT INPUT: โปรโตคอลวิธีเก็บ–วิเคราะห์–สังเคราะห์  patient preference (DCE, BWS, threshold technique) ที่ “เข้าได้” กับกระบวนการของหน่วยงาน HTA จะชัดขึ้น ผ่านงานโครงการของ HTAi-PCIG และวารสารนานาชาติที่เริ่มตีพิมพ์ผลการใช้จริงใน  HTA bodies ต่าง ๆ (PubMed Central)

3) โอกาสในยุค Generative AI (ลงมือทำแบบปลอดภัย โปร่งใส)

หลักคิด: ใช้ GenAI เป็น “co-pilot” ไม่ใช่ “auto-pilot” — ออกแบบให้ ตรวจสอบได้, มีรอยบันทึกการตัดสินใจ (audit trail), และมีมนุษย์กำกับ ตามแนวทางของ NICE/ISPOR ล่าสุด (NICEISPOR.org)

Use-cases ที่พร้อมเริ่มในเครือข่าย HTAsiaLink/อาเซียน

  1. Horizon scanning & สกรีนวรรณกรรมอย่างรับผิดชอบ
    • ใช้ LLM ช่วยดึงบทความ/คัดกรองเบื้องต้น/จัดหมวดหลักฐาน พร้อมให้มนุษย์ตรวจทาน 100% + เก็บ log และ version ของ prompt-output ตามแนวคิด “ELEVATE-GenAI reporting” เพื่อความโปร่งใส (Oxford AcademicValue in Health)
  2. สรุปหลักฐานเชิงผู้ป่วย
    • GenAI ช่วยย่อย “patient input” (interviews, open-text) เป็นธีม/รหัสที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อป้อนสู่แบบจำลองค่าอรรถประโยชน์หรือ multi-criteria โดยยึดกรอบ PPI ของ FDA/PCIG (และใช้คนกำกับความถูกต้องบริบทภาษา) (U.S. Food and Drug AdministrationHTAi)
  3. Living HTA สำหรับโรค/เทคโนโลยีที่หลักฐานวิ่งเร็ว
    • ตั้ง pipeline ที่ให้ GenAI แจ้งเตือนหลักฐานใหม่ + ร่าง “ส่วนเพิ่ม” ของรายงาน (change log) โดย methods team ตรวจทานก่อนเผยแพร่ (อ้างอิงจุดยืน NICE: ใช้เมื่อมี “คุณค่าที่พิสูจน์ได้” และมีมาตรการลด bias) (NICE)
  4. ภาษาและวัฒนธรรม
    • ใช้ GenAI แปล–ปรับสำนวน “Summary Information for Patients (SIP)” ให้เข้าใจง่ายหลายภาษาอาเซียน พร้อมการตรวจ/ทวนความหมาย โดยผู้ป่วย/ผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่น (สอดคล้องโครงการ SIP ของ PCIG) (HTAi)

4) Roadmap 12–24 เดือน (ทำได้ทันทีหลังงานประชุม)

ระยะ 0–6 เดือน

  • ตั้ง ASEAN-HTA Common Reporting Template v1 (มีภาคผนวก equity & PPI บังคับรายงาน) + ตั้ง “Patient Preference Protocol Pack” (ตัวอย่างแบบสอบถาม DCE/BWS, วิธีวิเคราะห์, เกณฑ์คุณภาพ) (HTAsiaLink Conference 2025)
  • เปิด AP-7D Adoption Pilot ใน 3 ประเทศ (อย่างน้อย 1 low-resource setting) เพื่อสร้าง tariff ชั่วคราวและแนวปฏิบัติ mapping EQ-5D↔AP-7D สำหรับโรคสำคัญ 2–3 กลุ่ม (NCD/oncology/rare) (National Institute of Public Health - NIPH ของญี่ปุ่น, HTAsiaLink)

ระยะ 6–12 เดือน

  • ทำ DCEA joint case studies ข้ามประเทศ 2 โจทย์ (เช่น ยา oncology รุ่นใหม่ + โปรแกรมชุมชน NCD) พร้อมรายงานผล “ICER + equity impact” ในรูปแบบเดียวกันทั่วภูมิภาค (ISPOR.org)
  • ตั้ง GenAI Evidence Lab (sandbox) ระดับเครือข่าย (ติดเกณฑ์ NICE: transparency, human oversight, bias control) ทดสอบ 3 โมดูล: คัดกรองวรรณกรรม, สรุปหลักฐาน, ร่าง SIP หลายภาษา (NICE)

ระยะ 12–24 เดือน

  • เผยแพร่ Guidance ฉบับอาเซียน ว่าด้วยการใช้ AP-7D, DCEA, และ PPI ใน HTA + แบบฟอร์มแทรกในรายงานมาตรฐาน
  • ขยาย ประเมินร่วม (joint HTA) 1–2 หัวข้อ/ปี (ยาก–เครื่องมือแพทย์–ดิจิทัลเฮลท์) โดยใช้ผลจาก sandbox GenAI ที่ผ่านการกำกับมนุษย์

5) ความเสี่ยง/สิ่งที่ต้องระวัง

  • บริบทประเทศ: แม้ฮาร์มอนไนซ์ได้ แต่เกณฑ์จริยธรรม/งบประมาณ/โครงสร้างราคายังต่างกัน ต้องมี “ส่วนปรับบริบท” ในรายงานทุกฉบับ (ResearchGate)
  • คุณภาพ/ความโปร่งใสของ  AI: ทำตามแนวปฏิบัติของ NICE/ISPOR (รายงานวิธี, ข้อมูล, ข้อจำกัด, bias mitigation, human-in-the-loop) ก่อน “ยกระดับเป็น routine” (NICEISPOR.org)
  • ข้อมูลผู้ป่วย/ความเป็นส่วนตัว: PPI/เสียงผู้ป่วยต้องมีการยินยอม เหมาะสมกับวัฒนธรรม และไม่ตีความเกินหลักฐาน (U.S. Food and Drug Administration)

 

สรุปสั้น ๆ

  • AP-7D + ฮาร์มอนไนซ์อาเซียน  ⇒ การตัดสินใจที่ “ตรงบริบท–คุ้มค่า–เท่าเทียม” มากขึ้น
  • DCEA + Value Flower ⇒ วัดผลกระทบด้าน “ความเป็นธรรม” และ “คุณค่าที่กว้างกว่า QALY” ได้จริง
  • Patient Preference ⇒ เสียงผู้ป่วยกลายเป็น “ข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจได้” ไม่ใช่แค่คำรับฟัง
  • GenAI ⇒ เร่งงานหลักฐาน/สื่อสารหลายภาษา แต่ต้องใช้ตามกรอบโปร่งใส มีมนุษย์กำกับ

ถ้าต้องการ ผมยินดีร่าง แม่แบบรายงาน HTA แบบรวม 4 แกน (AP-7D/DCEA/PPI/GenAI-ready) ให้คุณใช้กับกรณีศึกษาหนึ่ง (เช่น ยา oncology หรือบริการชุมชนเบาหวาน) ได้เลยครับ พร้อมรายการเช็คลิสต์ตรวจคุณภาพตามแนว NICE/ISPOR.

 

Gemini:

จากการประชุม HTASiaLink และข้อมูลที่คุณได้สรุปมา ผมขอวิเคราะห์และสรุปผลกระทบจากพัฒนาการของ HTA ที่นำเสนอโดยวิทยากรทั้ง 4 ท่าน และโอกาสในการพัฒนาในบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนี้

1. ผลกระทบต่อการยกระดับสุขภาวะในอาเซียนและประเทศสมาชิก HTASiaLink

พัฒนาการของ HTA ที่นำเสนอโดยวิทยากรทั้งสี่ท่านมีส่วนสำคัญในการยกระดับสุขภาวะของประชาชนในภูมิภาค ดังนี้:

  • สร้างความเท่าเทียมในระบบสุขภาพ: การเน้น หลักการความเสมอภาค (Equity) จากการนำเสนอของ Prof. Sitanshu Sekhar Kar และการใช้กรอบการประเมินที่ครอบคลุมมิติด้านสังคม วัฒนธรรม และผู้ป่วยใน AP-7D HTA ช่วยให้การตัดสินใจด้านนโยบายสุขภาพไม่ได้มุ่งเน้นแค่ประสิทธิภาพทางคลินิกและต้นทุนเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงความต้องการและค่านิยมของประชาชนที่หลากหลาย ซึ่งจะนำไปสู่การกระจายทรัพยากรด้านสุขภาพที่เป็นธรรมมากขึ้น
  • สร้างระบบสุขภาพที่คุ้มค่า: การใช้ HTA ในการประเมินเทคโนโลยีสุขภาพราคาแพงที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ทำให้เงินงบประมาณด้านสุขภาพถูกใช้ไปกับเทคโนโลยีที่สร้างประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
  • ส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค: โครงการ ASEAN HTA Harmonization ที่เสนอโดย  Dr. Izzuna Mudla Mohamed ช่วยให้ประเทศสมาชิกสามารถทำงานร่วมกันในการประเมินเทคโนโลยี ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและลดการทำงานซ้ำซ้อน นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดการใช้มาตรฐานเดียวกันในการรายงานผล ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานด้านการดูแลสุขภาพของทั้งภูมิภาค

2. ความก้าวหน้าของวิชาการด้าน HTA

การประชุมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างชัดเจนของวิชาการด้าน HTA จากการนำเสนอของวิทยากรแต่ละท่าน:

  • เปลี่ยนมุมมองจากวิชาการสู่มนุษย์: HTA ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์หรือคลินิกอีกต่อไป แต่ได้ผนวกรวมมุมมองของผู้ป่วยและภาคประชาชนเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการประเมิน . งานวิจัยที่เน้น Patient Preference Information และ Patient-focused HTA แสดงให้เห็นว่าเสียงของผู้ใช้บริการมีความสำคัญต่อความสำเร็จของนโยบาย
  • การประเมินที่ครอบคลุมรอบด้าน: กรอบ AP-7D HTA เป็นตัวอย่างของความพยายามในการประเมินที่ครอบคลุมรอบด้านมากขึ้น โดยรวมมิติที่เคยถูกละเลย เช่น ผลกระทบต่อองค์กร และประเด็นทางสังคมและจริยธรรม เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมิน
  • การทำงานร่วมกันข้ามพรมแดน: การหารือเรื่อง HTA Harmonization สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างมาตรฐานและกระบวนการร่วมกันในระดับภูมิภาค เพื่อรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนและมีขอบเขตที่กว้างขวางมากขึ้น

3. โอกาสในการพัฒนาในยุค Generative AI

การมาถึงของ Generative AI (Gen AI) เปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับการพัฒนา HTA ดังนี้:

  • การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล: Gen AI สามารถช่วยรวบรวมและสรุปข้อมูลขนาดใหญ่จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย (เช่น รายงานทางการแพทย์, ข้อมูลเชิงประสบการณ์ของผู้ป่วยในโซเชียลมีเดีย) ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้กระบวนการ HTA มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • การสร้างแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์: Gen AI สามารถช่วยสร้างแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ที่ซับซ้อนเพื่อทำนายผลกระทบของเทคโนโลยีสุขภาพใหม่ ๆ ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
  • สร้างการมีส่วนร่วม: Gen AI สามารถเป็นเครื่องมือช่วยในการจัดทำแบบสำรวจหรือเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ป่วยในวงกว้าง และช่วยสรุปข้อมูลเชิงคุณภาพเหล่านั้น เพื่อให้เสียงของผู้ป่วยถูกนำมาพิจารณาได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น
  • การปรับตัวสู่โลกที่เปลี่ยนแปลง: ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว HTA ที่ปรับตัวได้จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในการประเมินเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การใช้ AI ในการวินิจฉัยโรค หรือการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) ซึ่งเป็นประเด็นที่วิทยากรหลายท่านได้เน้นย้ำไว้

การประชุม HTASiaLink ครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการยืนยันว่า HTA ได้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงเครื่องมือเชิงเศรษฐศาสตร์ไปสู่การเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่มุ่งเน้นการสร้าง "สุขภาวะของประชาชน" อย่างแท้จริงในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง

 

Perplexity:

ผลกระทบของพัฒนาการ HTA จาก Plenary 1 ในงาน 12th HTASiaLink ที่สิงคโปร์

1. ผลกระทบต่อสุขภาวะประชาชนในกลุ่ม ASEAN และสมาชิก HTASiaLink

  • การใช้กรอบ AP-7D HTA (7 Dimensions):
    • ช่วยให้การประเมินเทคโนโลยีสุขภาพมีความครอบคลุมและรอบด้าน ทั้งด้านคลินิก เศรษฐศาสตร์ การบริหาร จริยธรรม สังคม วัฒนธรรม และมุมมองผู้ป่วย.htasialink
    • นำไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ลดช่องว่างระหว่างกลุ่มเปราะบางกับกลุ่มทั่วไป
    • ทำให้ระบบสุขภาพเน้น "ความเป็นธรรม" "คุณภาพ" และ "ค่าคุ้มค่า" มากขึ้น ส่งเสริมสุขภาวะของประชาชนในแต่ละประเทศและภูมิภาค
  • HTA Harmonization ในอาเซียน:
    • สร้างมาตรฐานการประเมินร่วม ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ
    • ทำงานร่วมกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และการฝึกอบรม
    • ช่วยให้ประเทศอาเซียนที่ระบบยังตั้งไข่สามารถยกระดับคุณภาพการตัดสินใจด้านสุขภาพและการเข้าถึงบริการที่เหมาะสม.mtapsprogram+1
  • เครื่องมือวัดผลตอบแทนตามบริบท:
    • ส่งเสริมการออกแบบ/เลือกเทคโนโลยีสุขภาพให้เหมาะกับภูมิภาค  Asia-Pacific ที่หลากหลายกลุ่มประชากรและวัฒนธรรม.htasialink
  • นโยบายส่งเสริมความเสมอภาค:
    • นำ "equity tools" เช่น DCEA (Distributional Cost-effectiveness Analysis) และ ISPOR Value Flower มาใช้ ให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางและความแตกต่างในผลลัพธ์สุขภาพ.sciencedirect
  • การมีส่วนร่วมของผู้ป่วย:
    • ยกระดับ HTA ให้มี patient-centered approach ข้อมูลและเสียงของผู้ป่วยกลายเป็น evidence สำคัญในการตัดสินใจ.htasialink

2. ความก้าวหน้าทางวิชาการ HTA

  • แนวทางประเมินหลายมิติที่ครอบคลุมมากขึ้น (multiverse):
    • ขยายงานวิจัยจากการวิเคราะห์แค่มิติคลินิกและเศรษฐศาสตร์ไปสู่เรื่องจริยธรรม สังคม ความหลากหลายวัฒนธรรม และเสียงประชาชน
    • สร้างเทคนิคใหม่ ๆ ในการวิเคราะห์ เช่น equity-oriented topic selection, การสร้างค่าคุณภาพชีวิตเฉพาะทาง ฯลฯ.sciencedirect+1
  • ความร่วมมือข้ามชาติและ  Regional Alignment:
    • เกิดศูนย์กลาง (hub) ความรู้และการสร้าง capacity regional สนับสนุนระบบ UHC ในแต่ละประเทศ ใช้ประโยชน์จากเครือข่าย HTAsiaLink ในการยกระดับขีดความสามารถและความเชื่อมโยงทางวิชาการ.asean+2
  • การนำข้อมูลจริง (real-world evidence) และ patient preference มาใช้จริง:
    • เพิ่มการใช้ “preference-weighted measures”, “Patient Preference Project”, และข้อมูลชีวิตจริงในการประเมิน HTA.sciencedirect+1

3. โอกาสพัฒนาในสถานการณ์โลกแปรผัน (โดยเฉพาะ Generative AI)

  • Generative AI มีบทบาทเพิ่มขึ้นใน  HTA:
    • สามารถช่วยวิเคราะห์ evidence จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ รวดเร็วและครอบคลุมมากขึ้น เช่น systematic review, data extraction, health economic modelling.ispor+3
    • ช่วยประมวลและสร้างแบบจำลองเศรษฐศาสตร์สุขภาพ พร้อมตรวจสอบข้อมูลจากทั้ง structured และ unstructured data
    • เพิ่มโอกาสใช้ข้อมูล patient-centered โดยวิเคราะห์เรื่อง preference และประสบการณ์ผู้ป่วยแบบ real-time.eprints.aihta+1
    • สร้างประสิทธิภาพและลดต้นทุนด้านการประเมิน แต่ต้องดูแลด้าน data privacy, ความน่าเชื่อถือ, ความยุติธรรม และลด bias.putassoc
  • ข้อควรระวัง/ข้อเสนอแนะ:
    • หน่วยงาน HTA ต้องกำกับดูแลวิธีใช้ AI และผลักดันมาตรฐานการใช้เทคโนโลยี
    • ต้องพัฒนาและอบรมบุคลากรในภูมิภาคให้เข้าใจโอกาสและข้อจำกัดของ  Generative AI
    • การใช้ AI ต้องเน้น “human oversight”—AI สนับสนุนการตัดสินใจของมนุษย์ ไม่แทนที่อำนาจตัดสินใจ.ispor+1

 

สรุป

พัฒนาการ HTA ผ่านการประชุมนี้ ช่วยเปิดมุมมองที่รอบด้าน ครอบคลุมมากขึ้นในทุกมิติที่จำเป็นและเหมาะสมกับกลุ่มประเทศอาเซียน    เพื่อนำไปสู่สุขภาวะที่ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมและคุ้มค่า พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงโลก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีใหม่หรือ Generative AI ได้อย่างมีมาตรฐานและยั่งยืน.pmc.ncbi.nlm.nih+7

  1. https://www.htasialink.com/projects/60-developing-a-new-region-specific-preference-based-measure-in-east-and-southeast-asia
  2. https://www.mtapsprogram.org/wp-content/uploads/2023/07/Asia-HTA-Hub-Assessment-Report.pdf
  3. https://asean.org/wp-content/uploads/2021/09/ASEAN-FUA-Final-Report-FINAL-2021.09.09.pdf
  4. https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S2211883725001029
  5. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11563177/
  6. https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2212109924001018
  7. https://www.ispor.org/publications/journals/value-in-health/plain-language-summary/Volume-28--Issue-2/Generative-Artificial-Intelligence-for-Health-Technology-Assessment--Opportunities--Challenges--and-Policy-Considerations--An-ISPOR-Working-Group-Report
  8. https://www.ispor.org/heor-resources/news-top/news/2025/02/11/generative-ai-set-to-reshape-health-technology-assessment--ispor-report-finds
  9. https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1098301524067548
  10. https://eprints.aihta.at/1546/1/HTA-Projektbericht_Nr.164.pdf
  11. https://www.putassoc.com/insights/acceptance-of-artificial-intelligence-in-evidence-and-dossier-developments-by-hta-bodies-challenges-and-opportunities/
  12. https://asean.org/wp-content/uploads/2024/08/ASCC-RD_Flagship-Report_Health2-2024.pdf
  13. https://www.ace-hta.gov.sg/news/events/12th-htasialink-conference-2025/
  14. https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2211883722000958
  15. https://htai.org/wp-content/uploads/2025/05/HTAiGPF2025_WhitePaper.pdf
  16. https://asean.org/wp-content/uploads/2021/08/The_ASEAN_Issue_03_July_2020.pdf
  17. https://apacmed.org/wp-content/uploads/2022/01/Reimbursement-Position-paper-1-1.pdf
  18. https://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/hpm.2851
  19. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11579672/

 

 

วิจารณ์ พานิช

๒๒ ส.ค. ๖๘

ห้อง ๖๑๗  โรงแรม Dorsett, Changi City  สิงคโปร์