วิสัยทัศน์
ตลอดระยะเวลาที่ผมรับราชการมานานมากกว่า ๓๐ ปี มีภารกิจที่เข้าร่วมประชุมสัมมนามากมายหลายครั้ง จนนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งในองค์กรและนอกองค์กร
ทั้งที่เป็นประธานและเป็นเพียงผู้เข้าร่วมประชุมฯ ทุกครั้งผมจะไปก่อนเวลาและตรงเวลาเสมอ
แต่นั่นมิใช่สาระสำคัญสำหรับผม เป็นเพียงแบบธรรมเนียมหรือมารยาทที่พึงปฏิบัติอยู่แล้ว ซึ่งใครๆก็มักจะทำกันอยู่ทั่วไป สิ่งที่ผมคิดและกระทำ ตลอดจนจดจำมาเป็นประสบการณ์ความรู้
นั่นก็คือ การเป็นผู้พูดและผู้ฟังที่ดี มีโอกาสก็จะจดบันทึกขณะที่ฟังไปด้วย และติดตามการประชุมนั้นไปตลอดเพื่อการมีส่วนร่วมให้มากที่สุด จะได้ไม่หลุดประเด็น และเป็นประโยชน์ไม่เสียเวลาไปเปล่าๆ
การเรียนรู้จากห้องประชุมฯที่ส่วนใหญ่ผมจะเป็นผู้ฟังหรือเข้าร่วมเสียมากกว่า ผมจะเตือนตัวเองเสมอ ว่าถ้ามีโอกาสต้องพูดแสดงความคิดเห็น ต้องพูดให้ชัดเจน ตรงประเด็น อย่าพร่ำเป็นน้ำท่วมทุ่งจนหาผักบุ้งหรือเนื้อหาไม่เจอ
อย่าบ่น อย่าพูดเพ้อเจ้อ ให้ที่ประชุมเสียเวลา จะเป็นที่น่ารำคาญของมวลสมาชิก
เพราะการพูดบ่งบอกบุคลิกภาพ และสติปัญญา ที่แสดงออกมาผ่านทางแนวคิดของคนพูด เป็นได้ทั้งทางบวกและลบ ซึ่งบางครั้งอาจจะบอกได้ถึงวิสัยทัศน์ของผู้พูดได้เลยด้วย
ผมจึงไม่เพียงแค่ระมัดระวัง แต่ต้องทำการบ้านก่อนทุกครั้งที่จะมีการประชุมฯ โดยเฉพาะการประชุม อ.ก.ค.ศ.ของเขตพื้นที่ฯที่เป็นงานบริหารบุคคลด้วยแล้ว ต้องมีข้อควรคิดคำนึงในหลายมิติ
มิติพื้นฐานอย่างแรกเลย ต้องพูดแสดงความคิดความเห็นอย่างมีหลักการ ยึดกฎ ระเบียบ และข้อกฎหมาย อย่าใช้ความรู้สึกและอย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินใจหรือแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาด
การพูดทุกครั้ง ต้องตั้งอยู่บนความชอบธรรมของเหตุและผล บนความถูกต้อง โปร่งใสและ ยุติธรรม ไม่ต้องแสดงความเก่งกาจฉลาดล้ำเลิศ แต่การพูดต้องเกิดประโยชน์และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายเสมอ
เพื่อให้การประชุม อ.ก.ค.ศ. ไม่เกิดมุมมองถึงการให้คุณให้โทษ แต่จะต้องมองไปให้ลึกถึงหลักธรรมาภิบาล ประสานการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเช่นการประชุมในวันนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่ ๑๒/๒๕๖๘
เรื่องที่พิจารณาทั่วๆไปเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการอนุมัติผลการประเมินการขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะให้แก่ข้าราชการครู ตามหลักเกณฑ์ของ กคศ.
ส่วนเรื่องที่มีประเด็นสำคัญซึ่งต้องพิจารณากันอย่างละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ คือเรื่องการย้ายผู้บริหารให้ไปดำรงตำแหน่งในสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งเป็นโรงเรียนคุณภาพ จำนวน ๑ โรงเรียน ของ สพป.กจ.๔
จำนวนผู้บริหารโรงเรียนที่เขียนคำร้องขอย้าย ๒ ท่าน โดยเขตพื้นที่ฯกำหนดให้ส่งผลงานเป็นรูปเล่มและนำเสนอวิสัยทัศน์เป็นเวลา ๑๕ นาที ซึ่งเสร็จสิ้นไปในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ในที่ประชุมได้อนุมัติผลการพิจารณาย้ายเป็นที่เรียบร้อย คะแนนของทั้งสองท่านมิได้แตกต่างกันมากนัก ในที่ประชุมได้พูดถึงวิสัยทัศน์ของผอ.ที่ได้รับการพิจารณาให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งฯดังกล่าว เพราะวิสัยทัศน์ก็เป็นเกณฑ์หรือตัวชี้วัดหนึ่งที่ต้องตีค่าเป็นคะแนนออกมา
พบว่า ท่านผอ.ที่ได้รับการพิจารณาแสดงวิสัยทัศน์ได้ดีมาก มีความกระชับ น่าสนใจ และฉายภาพอนาคตได้ชัดเจน ด้วยภาพโมเดลของนวัตกรรมการบริหารจัดการที่สร้างแรงบันดาลใจ ระบุเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมและสื่อสารได้ง่าย
โดยมีลักษณะสำคัญก็คือ สะท้อนถึงเอกลักษณ์ขององค์กรที่จะไปดำรงตำแหน่ง ได้ครบถ้วน เพื่อให้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง สามารถร่วมกันมุ่งมั่นและลงมือทำจนเกิดผลสำเร็จ..จึงนับเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ต้นสังกัดชื่นชมและภาคภูมิใจครับ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๘ กันยายน ๒๕๖๘






