ความรักเสมอด้วยตนไม่มี

นัตถิปุตตสมสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๓. นัตถิปุตตสมสูตร

ว่าด้วยสิ่งที่เสมอด้วยบุตรไม่มี

             [๑๓] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

             เทวดานั้นยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า

                          ความรักเสมอด้วยบุตรไม่มี

                          ทรัพย์เสมอด้วยโคไม่มี

                          แสงสว่างเสมอด้วยดวงอาทิตย์ไม่มี

                          แหล่งน้ำทั้งหลายมีสมุทรเป็นยอดเยี่ยม

             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

                          ความรักเสมอด้วยตนไม่มี

                          ทรัพย์เสมอด้วยข้าวเปลือกไม่มี

                          แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี

                          ฝนจัดเป็นแหล่งน้ำอันยอดเยี่ยม

นัตถิปุตตสมสูตรที่ ๓ จบ

-----------------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ ดัดแปลงมาจาก 

อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต นันทนวรรคที่ ๒

นัตถิปุตตสมสูตรที่ ๓

อรรถกถานัตถิปุตตสมสูตรที่ ๓

บุตรทั้งหลายของตนแม้พิการ มารดาหรือบิดาก็ยังสำคัญดุจแท่งทองคำ มีการกระทำการหยอกล้อที่ศีรษะเป็นต้น ราวกะว่าพวงดอกไม้ บุตรเหล่านั้นแม้อันมารดาบิดาชำระร่างกายแล้วก็นำมาห่อหุ้มไว้แล้วก็เกิดโสมนัส เหมือนบุคคลห่ออยู่ซึ่งของหอมและเครื่องลูบไล้ฉะนั้น. ด้วยเหตุนั้นแหละ เทวดาจึงกล่าวว่า  ความรักเสมอด้วยบุตรย่อมไม่มี คือ ขึ้นชื่อว่าความรักอื่นเสมอด้วยความรักบุตรหามีไม่ ดังนี้.
               เทวดากราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ธรรมดาว่าทรัพย์อื่นเช่นกับโคย่อมไม่มี.  ชื่อว่าแสงสว่างอื่นที่เสมอด้วยแสงพระอาทิตย์ย่อมไม่มี. ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ชื่อว่าที่เป็นที่เกิดแหล่งน้ำอื่นเช่นกับด้วยสมุทร หามีไม่ดังนี้.

ก็ที่ชื่อว่าความรักเสมอด้วยตนไม่มีนั้น มีอธิบายว่า สัตว์ทั้งหลายละทิ้งปิยชนทั้งหลายมีมารดาบิดาเป็นต้นก็มี ละทิ้งบุตรธิดาเป็นต้นให้พำนักอยู่ย่อมหาเลี้ยงชีวิตตนนั่นแหละก็มี. ทรัพย์เสมอด้วยข้าวเปลือก ย่อมไม่มี. ชื่อว่าแสงสว่างเสมอด้วยปัญญาย่อมไม่มี ถึงแม้จะเป็นดวงอาทิตย์เป็นต้น ก็ย่อมส่องแสงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือย่อมกำจัดความมืดอันเป็นปัจจุบันเท่านั้น. ส่วนปัญญาย่อมสามารถเพื่อทำโลกธาตุตั้งหมื่นให้เป็นแสงสว่างอันประเสริฐ หาสิ่งอื่นเสมอมิได้ ทั้งย่อมกำจัดความมืดอันปกปิดในกาลอันเป็นส่วนแห่งอดีตเป็นต้นได้ด้วย.
               ชื่อว่าสระเสมอด้วยเมฆฝนย่อมไม่มี. แม้แม่น้ำหรือหนองน้ำ หรือทะเลสาบเป็นต้นก็ตาม ที่ขึ้นชื่อว่าสระแล้วที่จะเสมอด้วยฝน ย่อมไม่มี เพราะเมื่อเมฆฝนตัดขาดแล้ว น้ำแม้เพียงสักว่าข้อองคุลีหนึ่งให้เปียกในมหาสมุทรย่อมไม่มี. แต่เมื่อฝนตกแล้วเป็นไปอยู่ น้ำเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ย่อมมีถึงพิภพแห่งพรหมชั้นอาภัสสรา
               เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะตรัสตอบถ้อยคำของเทวดา จึงตรัสพระคาถาว่า

                                   ความรักเสมอด้วยตนไม่มี
                                   ทรัพย์เสมอด้วยข้าวเปลือกไม่มี
                                   แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี
                                   ฝนเท่านั้นเป็นสระอันยอดเยี่ยม ดังนี้.


               จบอรรถกถานัตถิปุตตสมสูตรที่ ๓               
               -----------------------------------------------------