เทวดาผู้เขลา ท่านไม่รู้จักถ้อยคำของพระอรหันต์ทั้งหลายว่า สังขาร (สังขาร ในที่นี้หมายถึงสังขารที่เป็นไปในภูมิ ๓ คือ กามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ) ทั้งปวง ไม่เที่ยง มีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความสงบระงับสังขารเหล่านั้นเป็นความสุข

นันทนสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๒. นันทนวรรค

หมวดว่าด้วยสวนนันทนวัน

๑. นันทนสูตร

ว่าด้วยสวนนันทนวัน

             [๑๑] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

             สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า

             “ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว เทวดาชั้นดาวดึงส์องค์หนึ่งมีเหล่านางอัปสรแวดล้อม เอิบอิ่มพรั่งพร้อมด้วยกามคุณ ๕ อันเป็นทิพย์ ได้รับการบำรุงบำเรออยู่ในสวนนันทนวัน ในเวลานั้น ได้กล่าวคาถานี้ว่า เทวดาเหล่าใดยังไม่เคยเห็นสวนนันทนวัน อันเป็นที่อยู่ของพวกนรเทพผู้มียศ ชั้นไตรทศ เทวดาเหล่านั้นยังไม่รู้จักความสุข

             ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเทวดาองค์หนึ่งกล่าวอย่างนี้แล้ว อีกองค์หนึ่งได้กล่าวคาถาตอบเทวดานั้นว่า

              เทวดาผู้เขลา ท่านไม่รู้จักถ้อยคำของพระอรหันต์ทั้งหลายว่า สังขาร (สังขาร ในที่นี้หมายถึงสังขารที่เป็นไปในภูมิ ๓ คือ กามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิ) ทั้งปวง ไม่เที่ยง มีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความสงบระงับสังขารเหล่านั้นเป็นความสุข

นันทนสูตรที่ ๑ จบ

---------------------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ ดัดแปลงมาจาก 

อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต นันทนวรรคที่ ๒

นันทนสูตรที่ ๑

นันทนวรรคที่ ๒              

อรรถกถานันทนสูตรที่ ๑

ก็กาลนั้น บัณฑิตพึงทราบว่า ไม่นานเทวบุตรนั้นก็อุบัติขึ้น. อัตภาพของเทวดาที่อุบัติขึ้นนั้นมีประมาณ ๓ คาวุต รุ่งโรจน์อยู่ราวกะแท่งทองสีแดง เทวบุตรนั้นนุ่งห่มผ้าทิพย์ประดับตกแต่งด้วยเครื่องประดับอันเป็นทิพย์ ทัดทรงด้วยดอกไม้ทิพย์อันนางอัปสรลูบไล้อยู่ด้วยจันทน์และจุณทั้งหลายอันเป็นทิพย์ ถูกปกคลุมแล้ว บดขยี้แล้ว หุ้มห่อแล้วด้วยกามคุณ ๕ อันเป็นทิพย์ ถูกความโลภครอบงำ ไม่เห็นอยู่ซึ่งพระนิพพานอันเป็นที่สลัดออกจากโลก. เที่ยวไปในสวนนันทนวัน เทวดาผู้โง่เขลานี้ย่อมสำคัญสมบัติ (ของตน) นี้ว่าเป็นของมั่นคงเป็นของไม่หวั่นไหว ย่อมไม่ทราบถึงความที่สมบัตินั้นมีการแตกสลายเป็นธรรมดา.
               ด้วยเหตุนี้ เทวดาผู้พระอริยสาวิกาผู้ไม่ละความตั้งใจแสดงสภาวะ จึงได้ย้อนกล่าวด้วยคาถานี้ว่า น ตฺวํ พาเล (ดูก่อนท่านผู้เขลา) ท่านย่อมไม่รู้คำของพระอรหันต์ทั้งหลายโดยแท้จริงดังนี้แล้ว จึงกล่าวคำว่า อนิจฺจา สพฺเพ สงฺขารา (สังขารอันเป็นไปในภูมิ ๓ ทั้งหมด ชื่อว่าไม่เที่ยง เกิดแล้วก็ดับไป) อุปฺปาทวยธมฺมิโน (มีความเกิดขึ้นและมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา) อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ (มีความเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา) เตสํ วูปสโม สุโข (พระนิพพาน กล่าวคือความเข้าไปสงบระงับแห่งสังขารทั้งหลายเหล่านั้น เป็นสุข) นี้เป็นคำของพระอรหันต์ทั้งหลาย ดังนี้แล.


               จบอรรถกถานันทนสูตรที่ ๑               
               -----------------------------------------------------