อรัญญสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
๑๐. อรัญญสูตร
ว่าด้วยป่า
[๑๐] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
เทวดานั้นยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า
ภิกษุทั้งหลายผู้อยู่ในป่า ผู้สงบ
ประพฤติธรรมอันประเสริฐ ฉันอาหารมื้อเดียว
เพราะเหตุอะไร ผิวพรรณจึงผ่องใส
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
ภิกษุทั้งหลายไม่เศร้าโศกถึงอดีต
ไม่คิดถึงอนาคต กำหนดอยู่กับปัจจุบัน
เพราะเหตุนั้น ผิวพรรณจึงผ่องใส
เพราะคิดถึงอนาคต เศร้าโศกถึงอดีต
ด้วยเหตุนี้ ภิกษุทั้งหลายผู้เขลาจึงซูบซีด
เหมือนต้นอ้อสดที่ถูกถอนขึ้นแล้ว ฉะนั้น
อรัญญสูตรที่ ๑๐ จบ
------------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ ดัดแปลงมาจาก
อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต นฬวรรคที่ ๑
อรัญญสูตรที่ ๑๐
ได้ยินว่า เทวดานี้เป็นภุมมเทวดาอาศัยอยู่ในไพรสณฑ์ เห็นภิกษุทั้งหลายผู้อยู่ป่ากลับจากบิณฑบาต หลังภัตแล้วเข้าไปสู่ป่า ถือเอาลักษณกรรมฐาน (กรรมฐานตามปกติวิปัสสนา) ในที่เป็นที่พักในเวลากลางคืน และที่เป็นที่พักในเวลากลางวันเหล่านั้นนั่งลงแล้ว.
ก็เมื่อภิกษุเหล่านั้นนั่งด้วยกรรมฐานอย่างนี้แล้ว เอกัคคตาจิตซึ่งเป็นเครื่องชำระของท่านก็เกิดขึ้น. ลำดับนั้น ความสืบต่อแห่งวิสภาคะก็เข้าไปสงบระงับ. ความสืบต่อแห่งสภาคะหยั่งลงแล้ว จิตย่อมผ่องใส เมื่อจิตผ่องใสแล้ว โลหิตก็ผ่องใส. อุปาทารูปทั้งหลายซึ่งมีจิตเป็นสมุฏฐาน ย่อมบริสุทธิ์. วรรณะแห่งหน้าย่อมเป็นราวกะสีแห่งผลตาลสุกที่หลุดจากขั้วฉะนั้น.
เทวดานั้น ครั้นเห็นภิกษุเหล่านั้นแล้ว จึงดำริว่า
ธรรมดาว่าสรีระวรรณะ (ผิวพรรณแห่งร่างกาย) นี้ ย่อมผ่องใสแก่บุคคลผู้ได้อยู่ซึ่งโภชนะทั้งหลายอันสมบูรณ์มีรสอันประณีต ผู้มีที่อยู่อาศัยเครื่องปกปิด ที่นั่งที่นอนมีสัมผัสอันสบาย ผู้ได้ปราสาทต่างๆ มีปราสาท ๗ ชั้นเป็นต้นอันให้ความสุขทุกฤดูกาล และแก่ผู้ได้วัตถุทั้งหลายมีระเบียบดอกไม้ของหอม และเครื่องลูบไล้เป็นต้น
แต่ภิกษุเหล่านี้เที่ยวบิณฑบาตฉันภัตปะปนกัน ย่อมสำเร็จการนอนบนเตียงน้อยทำด้วยใบไม้ต่างๆ หรือนอนบนแผ่นกระดาน หรือบนศิลา ย่อมอยู่ในที่ทั้งหลายมีโคนไม้เป็นต้น หรือว่าที่กลางแจ้ง วรรณะของภิกษุเหล่านี้ย่อมผ่องใส เพราะเหตุอะไรหนอแล ดังนี้
เพราะฉะนั้น จึงได้ทูลถามข้อความนั้นกะพระบรมศาสดา.
--------------------------------------