การเชื่อมโยง R2R (Routine to Research) เข้ากับ R2I (Research to Innovation) ถือเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพสูง แต่ก็มี pitfalls (ข้อควรระวัง/จุดเสี่ยง) หลายอย่าง เช่น
Pitfalls ของการเชื่อม R2R → R2I
- ปัญหาคุณภาพงานวิจัย (Research Rigor) งาน R2R บางครั้งเน้นแก้ปัญหางานประจำมากกว่าความเข้มข้นทางวิชาการ หากคุณภาพงานวิจัยไม่แข็งแรงพอ อาจต่อยอดเป็นนวัตกรรมไม่ได้
- การขาดการมองเชิงนวัตกรรม (Innovation Mindset) ผู้ทำ R2R มักเป็นบุคลากรในงานประจำ (เช่น พยาบาล ครู เจ้าหน้าที่) อาจไม่ได้คิดต่อยอดเป็น “ผลิตภัณฑ์/บริการใหม่” แต่จบแค่รายงานวิจัย
- การขาดทรัพยากรและเครือข่าย R2I ต้องอาศัยเงินทุน เทคโนโลยี การตลาด และผู้ร่วมมือจากหลายสาขา หากอยู่ในหน่วยงานที่จำกัด อาจหยุดอยู่แค่ R2R ไม่ก้าวไปถึง R2I
- ปัญหาทางกฎหมายและทรัพย์สินทางปัญญา (IP Issues) เมื่อเปลี่ยนงานวิจัยเป็นนวัตกรรม ต้องจัดการเรื่องสิทธิ์ในผลงาน หากขาดความรู้ด้าน IP อาจเกิดข้อพิพาทหรือสูญเสียสิทธิ์ได้
- ไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้จริง (User-Centered Gap) งาน R2R มักแก้ปัญหาภายในองค์กร เมื่อต่อยอดเป็น R2I อาจไม่เหมาะกับตลาดหรือผู้ใช้จริงนอกบริบทเดิม
- ความยั่งยืน (Sustainability Pitfall) แม้จะต่อยอดได้เป็นนวัตกรรม แต่หากขาดการสนับสนุนต่อเนื่อง อาจหยุดแค่ “ต้นแบบ (Prototype)” ไม่สามารถ scale up ได้จริง
สรุป การเชื่อม R2R → R2I จะสำเร็จ ต้อง ยกระดับคุณภาพงานวิจัย และ บูรณาการความรู้หลายด้าน (วิชาการ + นวัตกรรม + การจัดการ + กฎหมาย + การตลาด) เพื่อให้ผลงานไปไกลกว่าการแก้ปัญหางานประจำ และสามารถกลายเป็น นวัตกรรมที่ใช้ได้จริง