นันทติสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
๒. นันทติสูตร
ว่าด้วยความยินดี
[๑๒] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
เทวดานั้นยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า
คนมีบุตรย่อมยินดีเพราะบุตร
คนมีโคย่อมยินดีเพราะโคเหมือนกัน
เพราะอุปธิ (อุปธิ หมายถึงความเศร้าหมองแห่งจิต มี ๔ อย่าง ได้แก่ กาม ขันธ์ กิเลส อภิสังขาร ในที่นี้หมายถึงกามหรือกามคุณ ๕ นั่นเอง) ทำให้นรชนยินดี
ฉะนั้นคนที่ไร้อุปธิจึงไม่ยินดี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
คนมีบุตรย่อมเศร้าโศกเพราะบุตร
คนมีโคย่อมเศร้าโศกเพราะโคเหมือนกัน
เพราะอุปธิทำให้นรชนเศร้าโศก
ฉะนั้นคนที่ไร้อุปธิจึงไม่เศร้าโศก
นันทติสูตรที่ ๒ จบ
------------------------------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ ดัดแปลงมาจาก
อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต นันทนวรรคที่ ๒
นันทิสูตรที่ ๒
อรรถกถานันทิสูตรที่ ๒
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสดับคำ (อันเทวดากล่าว) นี้แล้ว ทรงพระดำริว่า เทวดานี้ย่อมทำเรื่องแห่งความเศร้าโศกนั่นแหละ ให้เป็นเรื่องน่ายินดี เราจักแสดงความที่สิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องแห่งความเศร้าโศกแก่เธอ ดังนี้ เมื่อจะทำลายวาทะของเทวดานั้น ด้วยอุปมานั้นนั่นเอง เหมือนบุคคลยังถ้อยคำอันเป็นเหตุผลให้ตกไปด้วยเหตุผล จึงทรงเปลี่ยนพระคาถานั้นนั่นแหละ
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอธิบายไว้ว่า อุปธิ ๔ (อุปธิ หมายถึงความเศร้าหมองแห่งจิต มี ๔ อย่าง ได้แก่ กาม ขันธ์ กิเลส อภิสังขาร ในที่นี้หมายถึงกามหรือกามคุณ ๕ นั่นเอง) เหล่านี้ไม่มีแก่ผู้ใด ผู้นั้นย่อมไม่มีอุปธิ คือความเศร้าโศก. ดูก่อนเทวดา เพราะเหตุนั้นแหละ พระมหาขีณาสพจักเศร้าโศก หรือกำลังเศร้าโศกมีหรือ ดังนี้แล.
จบอรรถกถานันทิสูตรที่ ๒
-----------------------------------------------------