หนังสือ พลังนักเรียน พลิกโฉมการศึกษา ตอนที่ ๓ ตีความจากหนังสือ Transformative Student Voice : Partnering with Young People for Equitable School Improvement (2025) เขียนโดย Shelley Zion, Ben Kirshner และ Carlos P. Hipolito-Delgado  บทที่ 2  Getting Ready  รวมทั้งผมเพิ่มเติมแนวคิดของผมเองเข้าไปด้วย   

ลองจินตนาการโรงเรียนที่นักเรียนทุกคนได้ฝึกฝน Transformative Student Voice (TSV) ตั้งแต่ประถม   ได้เรียนหลักสูตร Critical Civic Inquiry (CCI) ตอนมัธยมต้น    และมีบทบาทจริงในการร่วมออกแบบหลักสูตร คัดเลือกครู วางแผนพัฒนาโรงเรียน และสื่อสารกับผู้บริหารระดับเขต   โรงเรียนเหล่านี้จะไม่ใช่เพียงสถานที่เรียน แต่เป็นพื้นที่ที่นักเรียนรู้สึกเป็นเจ้าของ มีเสียง และมีอำนาจร่วมสร้างอนาคต    การเปลี่ยนระบบลักษณะนี้เกิดขึ้นได้จริง หากมีความตั้งใจเปลี่ยน “วิธีคิด” ว่าเด็กคือผู้สร้าง ไม่ใช่เพียงผู้รับ    โรงเรียนไทยสามารถเริ่มได้ทีละก้าว หากเรากล้าที่จะเชื่อในพลังของนักเรียน และกล้าสร้างระบบที่เชื่อมั่นในมนุษย์

 

กำหนดวงผู้แสดง 

การขับเคลื่อน TSV ในระดับทั้งโรงเรียนและเขตการศึกษาอย่างเป็นระบบ จำเป็นต้องวางแผนให้ครอบคลุมทั้งในมิติ “แนวนอน” และ “แนวดิ่ง” โดยแนวนอนคือการขยายห้องเรียนที่ใช้ TSV ให้ครอบคลุมหลายโรงเรียน พร้อมสร้างโครงสร้างสนับสนุนที่สำนักงานเขต   เพื่อให้นักเรียนทุกคนมีโอกาสเรียนรู้และมีความพร้อม    ส่วนแนวดิ่งคือการฝัง “เสียงของนักเรียน” เข้าไปในกระบวนการตัดสินใจทุกระดับ ตั้งแต่การจัดจ้างครู การพัฒนาวิชาชีพ การออกแบบหลักสูตร การวางแผนปรับปรุงโรงเรียน ไปจนถึงการกำหนดนโยบาย

การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ต้องอาศัยการปรับ “วิธีคิด” ของผู้ใหญ่    การฝึกทักษะใหม่ทั้งสำหรับครูและนักเรียน    รวมถึงการออกแบบโครงสร้างที่เหมาะสม    การจัดทีมที่มีทั้งครูผู้นำ นักเรียน และผู้บริหาร    และการสร้างแรงสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด    หนังสือบทนี้จะช่วยผู้อ่านวางแผนการดำเนินงาน ระบุอุปสรรคเชิงโครงสร้างของโรงเรียนที่ต้องฝ่าฟัน    เสนอข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง และชี้แนวทางเชื่อมโยง TSV เข้ากับมาตรฐานการเรียนรู้และนโยบายของเขต   เพื่อให้สามารถสร้างแผนกลยุทธ์ที่มีพลัง มีทีมงาน และสื่อสารกับชุมชนอย่างได้ผล    บทต่อไปจะลงลึกในแต่ละระบบย่อยของการศึกษา ที่สามารถบูรณาการ TSV ได้อย่างแท้จริง

บูรณาการแนวระนาบและแนวดิ่ง

ในกรอบการบูรณาการแนวราบและแนวดิ่งของ TSV   แนวราบหมายถึงการขยายโอกาสให้นักเรียนทุกคนได้เรียนรู้หลักสูตร Critical Civic Inquiry (CCI) และ TSV ในหลายห้องเรียนหลายโรงเรียน    พร้อมทั้งเตรียมครูให้พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมจนถึงมัธยม    แนวดิ่งหมายถึงการทำให้นักเรียนมีเสียงในทุกกระบวนการตัดสินใจของเขตพื้นที่และโรงเรียน ซึ่งต้องเปลี่ยนแปลงทัศนคติ ตารางเวลา และฝึกอบรมผู้ใหญ่ให้เห็นคุณค่าและเปิดพื้นที่ให้นักเรียนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

แนวดิ่ง  ตัวอย่างการมีส่วนร่วมของนักเรียนในแผนกต่าง ๆ ของเขตการศึกษา เช่น

  • ฝ่ายทรัพยากรบุคคล: นักเรียนมีส่วนร่วมในการสัมภาษณ์ครูและประเมินการสอน    ส่งผลให้การคัดเลือกครูสอดคล้องกับนักเรียนมากขึ้น   และครูได้รับการสนับสนุนที่ดีขึ้น
  • หลักสูตรและการสอน: นักเรียนร่วมออกแบบหลักสูตร ให้มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตจริง  เช่น ความรู้ทางการเงิน ส่งผลให้หลักสูตรมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตนักเรียนมากขึ้น
  • การพัฒนาวิชาชีพครู: นักเรียนร่วมออกแบบและนำเสนอการอบรมครูเกี่ยวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประสบการณ์อคติ    ทำให้ครูเข้าใจมุมมองของนักเรียนดีขึ้น
  • ฝ่ายธุรการและงบประมาณ: นักเรียนผลักดันให้จัดสรรทรัพยากรสำหรับนักเรียนกลุ่มเปราะบาง และมีส่วนร่วมในการวางแผนปรับปรุงสภาพแวดล้อมในโรงเรียน
  • วัฒนธรรมและการจัดการวินัย: นักเรียนท้าทายกฎระเบียบที่ไม่เป็นธรรม  เช่น กฎการแต่งกายที่มีอคติเพศ    ส่งผลให้โรงเรียนมีบรรยากาศที่ครอบคลุมและลดเหตุการณ์ด้านวินัย
  • การจัดตารางเวลาและโลจิสติกส์: นักเรียนชี้ปัญหาการเดินทางและมีส่วนร่วมในการวางแผนปรับปรุง เช่น การจัดรถรับส่ง และการออกแบบสนามเด็กเล่น
  • การประเมินข้อมูล: นักเรียนใช้ข้อมูลที่รวบรวมเองเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร   เช่น การวิเคราะห์ผลสำรวจความรู้สึกของนักเรียน และเสนอระบบแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต

การมีส่วนร่วมของนักเรียนในทุกระดับและทุกฝ่ายนี้ช่วยให้โรงเรียนและเขตพื้นที่ ได้รับข้อมูลเชิงลึกที่อาจไม่ปรากฏชัดในระบบเดิม  เพิ่มการมีส่วนร่วม และความเป็นเจ้าของของนักเรียน    ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตอบสนองต่อความต้องการจริงของผู้เรียนและชุมชนอย่างแท้จริง

 

เริ่มต้น 

ปูพื้นฐาน

ขั้นเตรียมการนี้เน้นให้ผู้นำวางกลยุทธ์เบื้องต้นก่อนเริ่มทำงานกับนักเรียน   แม้ TSV จะเน้นการแบ่งปันอำนาจกับนักเรียน    แต่การที่ผู้นำวางโครงสร้างและแนวทางชัดเจนล่วงหน้า จะช่วยให้การสื่อสารและการดำเนินงานในระยะยาวมีความมั่นคงและยั่งยืนยิ่งขึ้น

 

เริ่มตรงไหน   ก่อนเริ่มต้นขับเคลื่อน TSV   คุณควรถามตนเองว่า จุดเริ่มต้นของคุณคืออะไร    เพราะคุณเชื่อว่านี่คือสิ่งที่ควรทำ หรือเพราะมีนักเรียน ครู ผู้ปกครอง หรือกรรมการเรียกร้องให้เปิดพื้นที่ให้นักเรียนมีเสียง   ไม่ว่าจะเริ่มจากเหตุผลใด สิ่งสำคัญคือการสื่อสาร “เหตุผลของคุณ” อย่างชัดเจน   วางแผนภาพระบบที่เกี่ยวข้อง และรวมทีมแนวร่วมที่พร้อมเดินไปด้วยกัน

เหตุผลที่ต้องทำ   จุดเริ่มต้นของคุณคืออะไร?   คุณหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพราะเชื่อมั่นในพลังของ TSV หรืออาจได้รับแรงบันดาลใจมากขึ้นจากเนื้อหาที่ได้อ่านมา    แต่คำถามสำคัญคือ — คุณสามารถอธิบาย “เหตุผลของคุณ” ได้อย่างชัดเจนและน่าเชื่อถือหรือไม่   ให้กับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชน หรือผู้บริหารโรงเรียน    ลองสร้างข้อความสั้น ๆ  ที่สื่อสารอย่างกระชับว่า TSV คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ    โดยเชื่อมโยงกับพันธกิจ วิสัยทัศน์ แผนยุทธศาสตร์ หรือค่านิยมหลักของโรงเรียน    รวมถึงข้อมูลเชิงหลักฐานที่แสดงว่า TSV ช่วยยกระดับการเรียนรู้และความผูกพันของนักเรียนได้จริง 

ทำแผนที่ระบบ    การบูรณาการ TSV ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบอย่างยั่งยืน ต้องพิจารณาทั้งในแนวนอน (การพัฒนาทักษะของนักเรียนและครูในชั้นเรียน) และแนวดิ่ง (การเปลี่ยนนโยบายและแนวปฏิบัติในระดับระบบ)    เพื่อเปิดพื้นที่และสร้างความรับผิดชอบร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงนั้น    ขั้นตอนแรกคือการทำแผนภาพองค์กรของโรงเรียน หรือเขตการศึกษา    ระบุว่าใครคือผู้มีบทบาทสำคัญ ใครรับผิดชอบด้านใด มีโครงการหรือแนวคิดสำคัญใดอยู่แล้วบ้าง และสามารถสอดแทรก TSV ในจุดใดได้บ้าง    อย่ากังวลกับภาพรวมมากนัก ในขั้นนี้ให้เริ่มจากการมองหาโอกาสก่อน    แล้วเลือกบางจุดเล็ก ๆ เพื่อเริ่มขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม

ทำรายการแนวร่วม    ในขั้นเตรียมการขับเคลื่อน TSV ให้เริ่มจากการทำ “รายชื่อแนวร่วม”    โดยระบุว่า ใครคือครูที่สนับสนุนการให้นักเรียนมีเสียง  ใครคือนักเรียนที่กล้าตั้งคำถามกับระบบเดิม  และใครบ้างในครอบครัวหรือชุมชนที่มีบทบาทสนับสนุนเยาวชน   จากนั้นขยายรายการไปยังผู้มีอำนาจ เช่น หัวหน้าฝ่ายบุคคล  ฝ่ายงบประมาณ  หัวหน้ากลุ่มสาระ   หรือคณะกรรมการสถานศึกษา    แล้วพิจารณาว่าใครอาจคัดค้านหรือยังไม่เข้าใจแนวคิด TSV    พร้อมคาดการณ์ข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้น และเตรียมคำตอบโดยเชื่อมโยงกลับไปที่ “เหตุผลของคุณ” ที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างตั้งใจ

สื่อสาร   การสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน TSV   เพราะการเปิดพื้นที่ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ครั้งใหญ่    ผู้ขับเคลื่อนจึงต้องวางแผนการสื่อสารอย่างรอบคอบ  ทั้งกับคณะกรรมการโรงเรียน ครอบครัว ครู นักเรียน และกลุ่มที่อาจไม่เห็นด้วย    ควรสร้างข้อความสั้น ๆ ที่ชัดเจนและทรงพลัง  ที่เชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของโรงเรียนหรือเขตการศึกษา    อาจใช้วิธีพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ หรือจัดการนำเสนออย่างเป็นทางการตามบริบท   และควรเชื่อมโยงกับองค์กรหรือเครือข่ายที่สนับสนุนเป้าหมายเดียวกันเพื่อสร้างความร่วมมือที่กว้างขวาง

สร้างทีม

เมื่อคุณมีแผนภาพระบบและรายชื่อผู้เกี่ยวข้องแล้ว    ขั้นต่อไปคือการสร้างทีมเริ่มต้นสำหรับการขับเคลื่อน TSV   โดยเลือกทีมที่ไม่ใหญ่เกินไป แต่มีความหลากหลายทั้งในมุมมองและอัตลักษณ์    ควรรวมทั้งนักเรียน ครู ผู้บริหาร และคนในชุมชนที่พร้อมร่วมเปลี่ยนแปลง   โดยต้องใส่ใจเรื่อง “ตัวแทน” เพราะนักเรียนอยากเห็นผู้ใหญ่ที่สะท้อนตัวตนของพวกเขาในการสนทนา

แม้ว่าผู้นำหรือครูจากต่างเชื้อชาติหรือเพศ จะมีบทบาทต่างกันในการนำสนทนาเรื่องนี้   แต่สิ่งสำคัญคือ ทุกคนต้องยินดีที่จะพัฒนา “จิตสำนึกวิพากษ์” ของตน  และเปิดใจต่อการเรียนรู้จากมุมมองของนักเรียน    ก่อนแต่งตั้งใครเข้าสู่ทีม ควรเชิญพวกเขาอ่านบทที่ ๒  และเข้าร่วมสนทนาเบื้องต้น โดยใช้คำถามประเมินวิธีคิด  เช่น เขามองบทบาทของนักเรียนอย่างไร   เปิดรับความคิดเห็นของนักเรียนหรือไม่    เชื่อในอำนาจแบบสั่งการ หรือเคารพศักดิ์ศรีของทุกคนเท่าเทียมกัน    กลัวการผิดพลาดหรือการถูกวิจารณ์หรือไม่

การตั้งคำถามเหล่านี้จะช่วยให้คุณคัดเลือกสมาชิกทีมที่มีทัศนคติสอดคล้องกับเป้าหมายของ TSV  และพร้อมร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งและยั่งยืน

วางแผนประชุมทีมครั้งแรก   ในการประชุมทีม TSV ครั้งแรก ควรให้ความสำคัญกับการสร้างความไว้วางใจ ความเป็นทีม และข้อตกลงร่วมกัน   เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงให้ทีม ควรวางแผนกิจกรรมทำความรู้จัก การกำหนดวิธีตัดสินใจร่วมกัน และกำหนด “กติกาการอยู่ร่วมกัน” ที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้าง

จากนั้นนำเสนอวิสัยทัศน์และแผนที่คุณได้เตรียมไว้ล่วงหน้า   เปิดโอกาสให้ทีมสะท้อนความเห็น แก้ไขเพิ่มเติม หรือร่วมสร้างแผนใหม่ร่วมกัน    อาจใช้กิจกรรมที่คุณเคยทำช่วงก่อนหน้า หรือให้ทีมอ่านหนังสือ พลังนักเรียน พลิกโฉมการศึกษา  เล่มนี้ทั้งเล่ม  เลือกบางบทเพื่อสรุปสาระร่วมกัน

ควรเริ่มวางแผนการขับเคลื่อนทั้งแนวนอนและแนวดิ่ง เช่น จะเริ่มจากโรงเรียนใดก่อน จะเริ่มในชั้นเรียนหรือเป็นชมรม จะเชิญครูกลุ่มใดมาเป็นแกนหลัก    ต้องมีแผนฝึกอบรมทั้งครูและนักเรียนในทีม    และต้องออกแบบแผนปฏิบัติการร่วมกัน   โดยมีเป้าหมายระยะยาวชัดเจน   และกำหนด “ก้าวแรก” ที่ทีมจะลงมือทำได้ทันทีอย่างเป็นรูปธรรม

สร้างโครงสร้าง

การสร้างโครงสร้างรองรับ TSV อย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการทำให้ “การให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ” เป็นค่านิยมหลักของเขตการศึกษา และเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์และการประเมินผู้นำทุกระดับ    เขตขนาดใหญ่สามารถจัดตั้ง “สำนักงานนักเรียนมีเสียง” เพื่อสนับสนุนครู หลักสูตร และการฝึกอบรม   ส่วนเขตขนาดเล็กอาจมอบหมายบทบาทให้ผู้บริหารหรือผู้นำด้านสภาพแวดล้อมโรงเรียน   สำหรับระดับโรงเรียน ควรมอบหมายครูผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะ   พร้อมจัดสรรเวลา สนับสนุน และค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม   รวมถึงต้องมีงบประมาณสนับสนุนงานและการฝึกอบรมด้าน TSV ทั้งในงบประจำและเสนอขอทุนสนับสนุนจากแหล่งภายนอก    การเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้ TSV ไม่ใช่แค่หน้าที่ของ “ครูคนหนึ่ง” แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมของทั้งระบบ

ระวังพลาด

ข้อพึงระวังมี ๕ ประการ ดังต่อไปนี้ 

จัดเวลาดำเนินการ   การขับเคลื่อน TSV อย่างได้ผลต้องจัดสรรเวลาอย่างชัดเจน   ทั้งเพื่อฝึกอบรมและสนับสนุนครูและโค้ช   รวมถึงบรรจุกิจกรรม TSV เข้าในตารางเรียน    และควรกำหนดให้ทุกการประชุมมีช่วงเวลาสำหรับถามว่า “เสียงของนักเรียนอยู่ตรงไหนในเรื่องนี้”   เพื่อให้เป็นวาระถาวรของระบบ

เปลี่ยนกระบวนทัศน์และพัฒนาทักษะ    การขับเคลื่อน Transformative Student Voice (TSV) อย่างแท้จริง ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิดของผู้ใหญ่  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตั้งคำถามต่อ “อคติแบบผู้ใหญ่เป็นใหญ่” (adultism) ที่มักเชื่อว่าเด็กไม่มีคำตอบ และผู้ใหญ่ต้องควบคุม

เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใหญ่จะรับฟังข้อเสนอของนักเรียนอย่างจริงจัง ควรสร้างเวทีเฉพาะ  เช่น คณะทำงานร่วมเยาวชน-ผู้ใหญ่    หรือวงประชุมที่มีการแบ่งอำนาจอย่างเท่าเทียม   พร้อมทั้งฝึกอบรมผู้นำและครูให้ตระหนักและตั้งคำถามกับตนเอง เช่น:

  • ฉันจะปฏิบัติกับผู้ใหญ่แบบนี้ไหม
  • ฉันจะพูดด้วยน้ำเสียงเช่นนี้กับเพื่อนร่วมงานไหม
  • ฉันจะตัดสินใจแทนเพื่อนผู้ใหญ่แบบนี้หรือไม่
  • ฉันจะฟังปัญหาของเพื่อนแบบนี้หรือเปล่า

คำถามเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ใหญ่สะท้อนตนเองและพัฒนา “ทักษะการฟังอย่างลึก”   รวมถึงสร้างพื้นที่ที่นักเรียนรู้สึกปลอดภัยที่จะมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

การแบ่งแยกเชิงโครงสร้าง    โครงสร้างของโรงเรียนส่วนใหญ่แบ่งแยกตามอายุ    ทำให้ผู้ใหญ่และนักเรียนแทบไม่มีโอกาสพบปะหรือทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะในเขตการศึกษาขนาดใหญ่ ที่มีอาคารเรียนแยกจากกัน   และตารางเรียนของนักเรียนไม่สอดคล้องกับเวลาประชุมของผู้ใหญ่    ปัจจัยด้านเวลา ตารางกิจกรรม และพื้นที่ จึงกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องแก้ไขหากต้องการให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างแท้จริง

ทรัพยากร    อุปสรรคสำคัญของการขับเคลื่อน TSV คือการขาดทรัพยากร 3 ด้านหลัก   ได้แก่ เวลา งบประมาณ และการฝึกอบรม    จำเป็นต้องจัดสรรเวลาให้ครูวางแผนและเข้าร่วมอบรม    พร้อมทั้งสนับสนุนเวลาพร้อมการเดินทาง ให้นักเรียนมีโอกาสมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ความอึด    การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน   และหลายครั้งที่ปัญหาเร่งด่วนมักจะเข้ามาบดบังวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่    การสร้างโรงเรียนหรือเขตพื้นที่ที่ยึดเสียงของนักเรียนเป็นศูนย์กลางและบูรณาการเสียงของนักเรียนในทุกส่วนนั้นเป็นความมุ่งมั่นระยะยาว    ที่อาจต้องใช้เวลาหลายปี  ผ่านการดำเนินการของนักเรียนหลายรุ่น   จึงส่งผลพลิกโฉมโครงสร้าง 

 

สรุป

บทที่ ๒ ของหนังสือ  กล่าวถึงความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงระบบ   รวมถึงประวัติและคำจำกัดความของ Transformative Student Voice (TSV)   ส่วนบทที่ ๓ นี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยคุณ ในฐานะผู้ริเริ่มกิจกรรม TSV  ในเรื่องการเตรียมความพร้อมเชิงปฏิบัติ   นั่นคือการจัดโครงสร้างทีมเพื่อวางแผนและดำเนินโครงการที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ TSV ในโรงเรียนหรือเขตพื้นที่ของคุณ

ในห้าบทถัดไป เราจะแบ่งปันตัวอย่างวิธีการนำ TSV ไปใช้ในรูปแบบต่างๆ ในโรงเรียน และเขตพื้นที่ที่ทีมผู้เขียนหนังสือ Transformative Student Voice  เคยทำงานด้วย    ตั้งแต่การบูรณาการเข้ากับหลักสูตร   การจัดตั้งชมรมหลังเลิกเรียนหรือภาคฤดูร้อน    การรวมเยาวชนเข้ากับทีมงานของโรงเรียนและเขตพื้นที่    ไปจนถึงการเป็นพันธมิตรกับองค์กรภายนอก    แต่ละบทจะมีตัวอย่าง เรื่องราว เครื่องมือ และแหล่งข้อมูล    ขอเชิญชวนให้คุณอ่านและนำไปอภิปรายร่วมกับทีม    เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนว่าคุณจะบูรณาการ TSV ทั้งในแนวราบและแนวตั้งในโรงเรียนและเขตพื้นที่ของคุณได้อย่างไร

วิจารณ์ พานิช

๑๔ ก.ค. ๖๘   ห้อง ๖๐๔ โรงแรมฮักนิมมาน  เชียงใหม่    ปรับปรุง ๒๗ ก.ค. ๖๘