ลูกชายของผมเห็นแล้ว ต่างชื่นชมในรสนิยมของผู้เป็นป้า หันมายิ้มให้ผมและแสดงความรู้สึกยินดีที่พ่อกับแม่มีญาติผู้ใหญ่ที่ใจถึง มาช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมข้างบ้านให้มีสีเขียวสดใสสบายหูสบายตา

นินทาข้างบ้าน

          แค่บอกเล่าเรื่องราวอย่างสร้างสรรค์ เอาไว้เป็นอุทาหรณ์สอนบุตรหลาน อย่าทำอะไรเกินตัว อย่าไปมัวยุ่งเรื่องของคนอื่น และสุขใครสุขมัน ตลอดจนอย่าลืมความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ

          เรื่องมีอยู่ว่าข้างบ้านผมเป็นสวนผลไม้ในพื้นที่ ๑ ไร่ มีทั้งลำไย มะขามเทศและมะขามหวาน ปลูกอยู่เต็มพื้นที่ มันยืนต้นเติบใหญ่มานานมาก ก่อนที่ผมจะมาอาศัย ณ ทุ่งดินดำรีสอร์ตแห่งนี้

          พี่สาวภรรยาผมซึ่งพำนักอาศัยอยู่ที่อเมริกามาเกือบ ๓๐ ปี ขอกลับมาอยู่เมืองไทย อยากได้ที่ดินผืนนี้ ผมก็เลยขายให้ในราคาพี่น้องในช่วงต้นปี ๒๕๖๗...จากนั้นพี่สาวได้บริหารจัดการที่ดินในทันที

          โดยตัดต้นไม้ทั้งหมด ถมดินให้กว้างใหญ่ในส่วนที่ถมก็เทปูนซีเมนต์ทับ จนไม่เห็นเค้าเดิมของสวนผลไม้

          ตอนนั้นผมเองคิดว่า ขายที่ดินให้ผิดคนหรือเปล่า ทำไมเขาถึงไม่รักต้นไม้ ทำไมไม่พอเพียง เมื่อบ้านที่กรุงเทพก็มีแล้ว แถมยังนำเงินที่สะสมไว้หลายปี มาปรับปรุงและต่อเติมบ้านที่มีอยู่เดิมจนเสร็จ หรูหรามากขึ้นหลายเท่า

          ถ้าอยากจะมาใช้ชีวิตในบ้านสวน ก็น่าจะปลูกสร้างบ้านหลังเล็กๆ เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ นานๆจะมาสักครั้ง ผมบอกภรรยาให้ช่วยแนะนำ คำตอบคือ พี่เขามีความรู้และประสบการณ์ในงานตกแต่งบ้าน เราอย่าไปยุ่งเลย

          จริงๆก็ไม่อยากจะยุ่งหรอก เพราะเห็นว่าอายุ ๗๑ ปีแล้ว ควรอยู่อย่างสุขสงบ อย่าไปอลังการงานสร้างมากมายนัก เงินทองมันหายาก เก็บไว้ดูแลตัวเองและควรนึกถึงในยามเจ็บป่วยบ้างก็เท่านั้น

          ไม่ควรจะประมาทกับเงินบำนาญรายเดือนที่ทางอเมริกาเขาจ่ายให้ ค่าของเงินน้อยลงทุกวัน

          ในที่สุดเสียงของผมก็ไม่ดังพอที่จะทัดทานอะไรได้ ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๗ จนมาถึงวันนี้ พี่สาวกลับกรุงเทพฯในช่วงเวลาสั้นๆเพียงครั้งเดียว นอกนั้นอยู่พัฒนาบ้านสวนแทบไม่มีวันหยุด ฉุดไม่อยู่จริงๆ 

          หลังจากจัดซื้อบ้านน๊อคดาวน์ โดยออกแบบใหม่ไม่เอาบานหน้าต่าง เพื่อติดกระจกรอบทิศทาง ภายในสุขภัณฑ์ครบ จบเป็นบ้านถาวรจัดวางอย่างสง่างาม สมบูรณ์พร้อมกว่าบ้านจัดสรรที่กรุงเทพเสียอีก

          ต้นไม้รอบบ้านที่หายไป พี่สาวจัดซื้อมาใหม่ โดยเลือกใช้ไม้ล้อมชื่อ ลีลาวดี ต้นใหญ่อายุน่าจะมากกว่า ๒๐ ปี ปลูกรอบบ้านมากกว่า ๓๐ ต้น รายรอบด้วยทองอุไรดอกเหลืองสดใสหลายสิบต้น

          ด้านข้างของบ้านขยายชายคาออกไปทุกด้านอย่างกว้างขวาง ให้ร่มเงาบรรเทาความร้อนได้มากมาย จอดรถได้หลายคัน แต่ไม่มีรถให้จอด นอกจากจะเอาไว้เดินเล่น หรือนั่งพักผ่อนหย่อนใจเท่านั้น

          จึงนับเป็นบ้านสไตล์รีสอร์ตที่มีสวนสุขภาพภายในบ้าน ที่สำคัญก็คืออยู่ข้างบ้านผมนี่เอง

          ลูกชายของผมเห็นแล้ว ต่างชื่นชมในรสนิยมของผู้เป็นป้า หันมายิ้มให้ผมและแสดงความรู้สึกยินดีที่พ่อกับแม่มีญาติผู้ใหญ่ที่ใจถึง มาช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมข้างบ้านให้มีสีเขียวสดใสสบายหูสบายตา

          ลูกๆก็คงมองออกว่าผมรู้สึกสบายใจมากขึ้น ที่เห็นผมไปตลาดหาซื้อกับข้าวให้พี่สาวสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง รวมทั้งขับรถไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มและพาไปหาหมอตรงตามเวลานัดทุกครั้ง วันหนึ่ง ลูกชายถามว่า”พ่อไม่โกรธป้าแล้วใช่ไหม ที่มาตัดต้นไม้ในสวนออกไปหมด”

          “พ่อลืมไปหมดแล้ว สิ่งที่ต้องจดจำก็คือ พ่อต้องคืนเงินให้ป้าทุกเดือนนะลูก”  “ทำไมล่ะ”

          “บ้านพ่อรีโนเวทข้างบน ต่อเติมชั้นล่าง ใช้เงินมากกว่าครั้งแรกที่ปลูกบ้านเสียอีก ป้าของลูกให้เงินมาทั้งนั้นเลย เพียงเหตุผลเดียวที่ต้องการจะดูแลพี่น้องก็คือเป็นห่วง แก่เฒ่ามาจะขึ้นบันไดบ้านไม่ไหว ” 

          ผมจึงมิอาจจะลืมบุญคุณของพี่สาวภรรยาคนนี้ได้เลย นับเป็นบุญเป็นกุศลของผมโดยแท้ ที่คนข้างบ้านมีน้ำใจไมตรี คงทดแทนบุญคุณกันอีกนานหลายปีกว่าจะหมด

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๑  สิงหาคม  ๒๕๖๘