คูถขาทกเปติวัตถุ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
๙. คูถขาทกเปติวัตถุ
เรื่องนางเปรตกินคูถ
(พระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเปรตตนหนึ่งว่า)
[๗๗๔] เธอเป็นใครหนอ โผล่ขึ้นจากหลุมคูถ ยืนเศร้าสร้อยอยู่ เธอคงทำกรรมชั่วไว้โดยไม่ต้องสงสัย จะร้องครวญครางอื้ออึงไปทำไมเล่า
(นางเปรตนั้นตอบว่า)
[๗๗๕] พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันเกิดเป็นเปรตในยมโลก ได้รับความลำบาก เพราะทำกรรมชั่วไว้ จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก
(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)
[๗๗๖] เธอได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไร เธอจึงได้รับทุกข์เช่นนี้
(นางเปรตนั้นตอบว่า)
[๗๗๗] ได้มีภิกษุรูปหนึ่งอยู่ประจำในวัดของดิฉัน มักริษยา ตระหนี่ตระกูล ผูกขาดในเรือนของดิฉัน มีใจกระด้าง มักด่าว่า(ภิกษุอาคันตุกะทั้งหลาย)
[๗๗๘] ดิฉันเชื่อคำของท่าน ได้ด่าว่าภิกษุทั้งหลาย เพราะผลกรรมนั้นดิฉันจึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก
(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)
[๗๗๙] ภิกษุผู้คุ้นเคยกับตระกูลของเธอไม่ใช่มิตรแท้ เป็นมิตรเทียม มีปัญญาทราม มรณภาพแล้วไปสู่คติไหนหนอ
(นางเปรตนั้นตอบว่า)
[๗๘๐] ดิฉันยืนอยู่บนกระหม่อมศีรษะของเปรตซึ่งเคยเป็นภิกษุผู้ทำกรรมชั่วนั้นแหละ และภิกษุนั้นไปเกิดเป็นเปรตผู้ปรนนิบัติของดิฉันเอง
[๗๘๑] พระคุณเจ้าผู้เจริญ ชนเหล่าอื่นถ่ายสิ่งใดลงไป สิ่งนั้นเป็นอาหารของดิฉัน และดิฉันเองถ่ายสิ่งใดลงไป เปรตซึ่งเคยเป็นภิกษุนั้นก็อาศัยสิ่งนั้นเลี้ยงชีพ
คูถขาทกเปติวัตถุที่ ๙ จบ
--------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย เปตวัตถุ มหาวรรคที่ ๔
๙. คูถขาทิกเปตวัตถุที่ ๒
อรรถกถาทุติยคูถขาทกเปติวัตถุที่ ๙
เมื่อพระศาสดาประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภนางเปรตผู้กินคูถตนหนึ่ง ดังนี้.
เรื่องของนางเปรตนั้นเช่นกับเรื่องที่ติดต่อกันนั้น.
ในเรื่องนั้นมาโดยอำนาจอุบาสกว่า อุบาสกได้สร้างวิหาร แต่ในเรื่องนี้มีความแปลกกันเท่านี้ว่า อุบาสิกาได้สร้างวิหาร.
คำที่เหลือในท้องเรื่องและในคาถาไม่เคยมี.
จบอรรถกถาทุติยคูถขาทกเปติวัตถุที่ ๙
-----------------------------------------------------