รูปแบบการกินที่เรียกว่า “อาหารไวกิ้ง” หรือ “อาหารนอร์ดิก” กลับมาเป็นที่จับตาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและในสื่อต่างๆ อีกครั้ง แนวคิดคือการหวนคืนสู่การบริโภคอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด ใช้วัตถุดิบตามท้องถิ่น รวมถึงปลาไขมันสูง ผลิตภัณฑ์นม และอาหารที่ถนอมเอาไว้ในแบบที่ชาวนอร์สเคยปฏิบัติกันในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 8-11 ทว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการได้ออกมาเตือนว่า ผู้ที่สนใจจะนำแนวทางนี้มาปรับใช้ในยุคปัจจุบัน ควรแยกแยะระหว่างภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งของชาวไวกิ้ง กับความเสี่ยงและคุณประโยชน์ทางโภชนาการที่แท้จริง รายงานด้านไลฟ์สไตล์ฉบับล่าสุดได้รวบรวมคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จากนักโภชนาการมานำเสนอ

เรื่องนี้ทำให้เหล่านักวิจัยโภชนาการชี้ให้เห็นว่า การนำ “อาหารไวกิ้ง” กลับมาเป็นที่นิยมในยุคสมัยใหม่นี้ มีความคล้ายคลึงกับหลักการของอาหารนอร์ดิกแนวใหม่ (New Nordic Diet หรือ NND) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ การทดลองทางคลินิกแสดงให้เห็นว่า NND สามารถช่วยลดน้ำหนัก ความดันโลหิต และปรับปรุงระดับไขมันบางชนิดได้ อย่างไรก็ดี วิธีการถนอมอาหารแบบดั้งเดิมและการบริโภคไขมันจากสัตว์ในปริมาณมาก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการกินของชาวนอร์สในยุคกลางนั้น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโซเดียม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ Fox News / Yahoo.

ความสนใจในเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้อ่านชาวไทย เพราะแนวคิด “การกินแบบไวกิ้ง” ที่ดูน่าดึงดูดใจนี้ อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกอาหารในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องปรุงรสที่ผ่านการถนอมอาหารและมีรสเค็มจัด หรือการหันไปเน้นการบริโภคไขมันจากสัตว์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับอาหารอย่างมาก เช่น การบริโภคโซเดียมสูง โรคอ้วน และโรคหัวใจและหลอดเลือด World Heart Federation — Thailand.

การทำความเข้าใจทั้งหลักฐานทางโบราณคดีที่อยู่เบื้องหลังรูปแบบการกินของชาวไวกิ้ง และผลการวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับอาหารสไตล์นอร์ดิกยุคใหม่ จะช่วยให้คนไทยสามารถนำองค์ประกอบที่เป็นประโยชน์ เช่น อาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี ไฟเบอร์ และปลา มาปรับใช้ ขณะเดียวกันก็สามารถหลีกเลี่ยงผลเสียที่อาจเกิดขึ้น เช่น ไขมันอิ่มตัวสูง เกลือในปริมาณมากเกินไป และแอลกอฮอล์ โดยยังคงเข้ากับวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นและเป้าหมายด้านสาธารณสุขได้เป็นอย่างดี WHO Thailand sodium brief.

อาหารยุคไวกิ้ง: รูปแบบที่หลากหลายเพื่อความอยู่รอด

นักโบราณคดีผู้ศึกษาพฤติกรรมการบริโภคของชาวนอร์ส ค้นพบว่ารูปแบบการกินของพวกเขามีความหลากหลายและปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม การวิเคราะห์ไอโซโทปและชีวโมเลกุลจากโครงกระดูกมนุษย์และคราบหินปูนบนฟัน บ่งชี้ว่าชาวนอร์สบริโภคโปรตีนทั้งจากแหล่งทะเลและบนบก ดื่มนม และพึ่งพาอาหารถนอมจำนวนมากเพื่อเอาชีวิตรอดจากฤดูหนาวที่ยาวนาน รวมถึงการเดินทางทางทะเลอันหฤโหด

ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ในไอซ์แลนด์ยุคกลางและแหล่งโบราณคดีอื่นๆ ในยุคไวกิ้ง เผยให้เห็นการบริโภคปลาเป็นประจำ อาทิ ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ตลอดจนเนื้อสัตว์บก ผลิตภัณฑ์นม และธัญพืช เช่น ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ และข้าวโอ๊ต reconstructing diet in medieval Iceland (isotope study). ยิ่งไปกว่านั้น หลักฐานทางชีวโมเลกุลโดยตรงยังยืนยันการใช้นมในกลุ่มชุมชนชาวนอร์สยุคแรกๆ ด้วย dental calculus milk-protein evidence. ข้อมูลทางประวัติศาสตร์และหลักฐานทางโบราณคดียังบันทึกการใช้เกลือ การรมควัน การหมักดอง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิ เบียร์และมีด อย่างแพร่หลาย เพื่อถนอมอาหารและช่วยให้มั่นใจได้ว่าน้ำดื่มจะปลอดภัยในบางพื้นที่ Fox News / Yahoo summary.

อาหาร “ไวกิ้ง” สมัยใหม่: ลูกผสมที่ควรพิจารณา

ดังนั้น “อาหารไวกิ้ง” ในแบบที่กำลังเป็นที่นิยมบนโลกออนไลน์จึงเป็นเหมือนการผสมผสาน โดยนำแนวคิดเรื่องอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี การบริโภคอาหารท้องถิ่น และอาหารตามฤดูกาลจากอดีตมาใช้ แต่กลับละเลยเหตุผลเรื่องการเอาชีวิตรอดที่ทำให้ชาวไวกิ้งต้องบริโภคไขมันสูงและเกลือสูงในสมัยนั้น

นักโภชนาการที่ให้สัมภาษณ์ในรายงานไลฟ์สไตล์ ได้เน้นย้ำถึงความแตกต่างนี้ โดยกล่าวว่า การเน้นธัญพืชไม่ขัดสี ผลเบอร์รี ผัก พืชตระกูลถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง และปลาไขมันสูงตามแบบฉบับนอร์ดิกสมัยใหม่ มีความคล้ายคลึงกับรูปแบบอาหารเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์โภชนาการ ทว่า การเลียนแบบการบริโภคไขมันอิ่มตัวและเนื้อสัตว์แปรรูปในปริมาณมากอย่างชาวไวกิ้งยุคโบราณโดยไม่ไตร่ตรอง อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในยุคปัจจุบัน Fox News / Yahoo.

หลักฐานทางคลินิกของอาหารนอร์ดิกแนวใหม่ (NND)

ความแตกต่างนี้ปรากฏชัดในหลักฐานทางคลินิกเกี่ยวกับอาหารนอร์ดิกแนวใหม่ (NND) ซึ่งเป็นรูปแบบการกินร่วมสมัยที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนในภูมิภาค นอกเหนือจากอาหารเมดิเตอร์เรเนียน การทดลองแบบสุ่มได้ทำการศึกษาผลลัพธ์ของ NND ที่มีต่อการลดน้ำหนักและปัจจัยเสี่ยงของโรคเมตาบอลิกหัวใจ

หนึ่งในการทดลองควบคุมแบบสุ่มที่สำคัญ ได้ให้ผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วนลงพุงบริโภค NND อย่างอิสระ หรือบริโภคอาหารเดนมาร์กทั่วไป เป็นระยะเวลา 26 สัปดาห์ และพบว่ากลุ่มที่บริโภค NND มีน้ำหนักลดลงอย่างมีนัยสำคัญมากกว่า (เฉลี่ยประมาณ 3 กิโลกรัม) อีกทั้งความดันโลหิตซิสโตลิกและไดแอสโตลิกก็ลดลงมากกว่ากลุ่มควบคุม

การทบทวนอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์เมตาของรูปแบบการกินแบบนอร์ดิกยังรายงานถึงการปรับปรุงระดับคอเลสเตอรอล LDL และตัวบ่งชี้โรคเมตาบอลิกหัวใจอื่นๆ เพียงเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับการกินอาหารทั่วไป ซึ่งเป็นการสนับสนุนแนวคิดที่ว่าการเน้นอาหารจากพืชและปลาส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจ systematic review — Nordic dietary patterns and cardiometabolic outcomes.

ข้อควรระวังสำหรับผู้อ่านชาวไทย

อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางโบราณคดีและวิถีปฏิบัติในอดีต ได้เตือนว่าไม่ควรสรุปเอาเองว่าเมนูอาหารไวกิ้งเป็นต้นแบบสากลของสุขภาพที่ดี รูปแบบอาหารของชาวไวกิ้งประกอบด้วยเนื้อสัตว์แปรรูป ปลารมควันและปลาเค็ม ไขมันสัตว์ เนย และผลิตภัณฑ์หมักดอง ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวและโซเดียมสูงตามมาตรฐานในปัจจุบัน ลักษณะเหล่านี้ช่วยให้ประชากรในแถบตอนเหนือรอดชีวิตในสภาพอากาศที่รุนแรงได้ ทว่า ในทางระบาดวิทยาปัจจุบัน กลับเชื่อมโยงกับความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงความดันโลหิตสูง หากบริโภคมากเกินไป Fox News / Yahoo summary.

ประเด็นนี้มีความเกี่ยวโยงอย่างยิ่งกับประเทศไทย เนื่องจากผลสำรวจของประเทศและข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกชี้ให้เห็นว่า คนไทยบริโภคเกลือโดยเฉลี่ยสูงเกินกว่าปริมาณที่แนะนำ estimated dietary sodium intake Thailand ประกอบกับโรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ WHO country profile — Thailand ดังนั้น การนำวิธีการถนอมอาหารที่มีเกลือสูง หรือการเพิ่มไขมันสัตว์อิ่มตัวมาใช้อาจยิ่งทำให้ปัญหาสาธารณสุขที่มีอยู่ทวีความรุนแรงขึ้นได้ WHO Thailand sodium brief.

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

นักโภชนาการที่ให้สัมภาษณ์ในรายงานเรื่องการกลับมาของอาหารไวกิ้ง ได้ให้ทั้งข้อเตือนใจและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ พวกท่านเน้นย้ำว่าเสน่ห์ของอาหารไวกิ้งอยู่ที่การเน้นอาหารที่ไม่ขัดสี และผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด เช่น คาร์โบไฮเดรตที่มีไฟเบอร์สูง (ได้แก่ ผัก พืชตระกูลถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี) ผลไม้ ถั่วเปลือกแข็ง และอาหารทะเล

อย่างไรก็ตาม นักโภชนาการท่านนี้ยังเตือนว่า การบริโภคเนื้อสัตว์และไขมันอิ่มตัวในปริมาณมาก รวมถึงอาหารถนอมแบบดั้งเดิมนั้น ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพหากนำมาปฏิบัติตามโดยไม่ไตร่ตรอง Fox News / Yahoo. ขณะที่หน่วยงานด้านโภชนาการที่ได้ทบทวนอาหารนอร์ดิกแนวใหม่ ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการบำรุงสุขภาพหัวใจ หากนำมาปรับใช้เป็นรูปแบบการกินที่สมดุล โดยเน้นพืชเป็นหลัก พร้อมกับข้อสังเกตว่าจำเป็นต้องจำกัดอาหารแปรรูปและปริมาณเกลือที่มากเกินไป Heart UK summary of New Nordic Diet evidence; AJCN trial.

การปรับใช้สำหรับผู้อ่านชาวไทย

สำหรับผู้อ่านชาวไทย การนำหลักการของอาหารไวกิ้ง/นอร์ดิกมาปรับใช้ให้เป็นแผนการกินที่ปลอดภัยและเข้ากับวัฒนธรรมอย่างเหมาะสม ควรเน้นที่การประยุกต์ใช้ในส่วนที่คล้ายคลึงกัน มากกว่าการเลียนแบบทั้งหมด การปรับใช้ให้เข้ากับวิถีไทยที่สามารถปฏิบัติได้จริง มีดังนี้:

  • เน้นปลาไขมันสูงในท้องถิ่น เช่น ปลาทู หรือปลาไขมันสูงอื่นๆ ที่เป็นที่นิยมในอาหารไทย อย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้ง เพื่อให้ร่างกายได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่จำเป็น
  • เพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ไทยที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ฝรั่ง มะละกอ และมังคุดตามฤดูกาล แทนการเลือกผลเบอร์รีนำเข้า
  • เลือกธัญพืชไม่ขัดสีหรือข้าวผสมธัญพืช แทนการพึ่งพาเฉพาะข้าวขาวขัดสีเพียงอย่างเดียว
  • ระมัดระวังในการบริโภคผลิตภัณฑ์หมักดองหรืออาหารถนอม ทั้งแบบดั้งเดิมและที่กำลังเป็นที่นิยม เช่น ปลาร้าบางชนิดมีโซเดียมสูง ควรเลือกชนิดที่มีโซเดียมต่ำกว่า หรือลดปริมาณที่ใช้ในการปรุงอาหาร และหลีกเลี่ยงการเติมเกลือเพิ่ม WHO Thailand sodium brief; estimated dietary sodium intake Thailand.

จุดแข็งของอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรและผักสดที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ อาหารทะเลที่หลากหลาย และวัฒนธรรมการทำอาหารที่บ้านซึ่งเป็นที่แพร่หลาย สามารถนำมาใช้เพื่อรับเอาสิ่งที่ดีที่สุดจากแนวคิดนอร์ดิก นั่นคือ การใช้วัตถุดิบที่ไม่ผ่านการแปรรูปตามฤดูกาล และหาได้ในท้องถิ่น ที่สามารถนำมาเตรียมได้อย่างเรียบง่าย

คำแนะนำที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงสำหรับครัวเรือนไทย ได้แก่ การหันมาทำอาหารที่บ้านให้มากขึ้นโดยใช้วัตถุดิบที่ไม่ผ่านการขัดสี การเพิ่มพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเขียว ถั่วเลนทิล และถั่วเปลือกแข็ง เช่น ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เข้าไปในมื้ออาหาร เพื่อให้ได้ไฟเบอร์และโปรตีนจากพืช การใช้วิธีการย่างหรือนึ่งแทนการทอดด้วยไขมันสัตว์ และการดื่มแอลกอฮอล์ อาทิ เบียร์ หรือมีด ในปริมาณที่เหมาะสม ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพยังให้คำแนะนำว่า ผู้ที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง หรือเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงอาหารครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากกำลังพิจารณารูปแบบอาหารที่มีไขมันสัตว์สูง Fox News / Yahoo dietitian quote; AJCN trial.

มุมมองทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

การพิจารณาการกลับมาของอาหารไวกิ้งในมุมมองทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ จะช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดเทรนด์นี้จึงได้รับความสนใจ ภาพลักษณ์ของชาวนอร์ส ทั้งเรือยาว นักเดินเรือผู้แข็งแกร่ง และงานเลี้ยงตามฤดูกาล ทำให้ภาพในอดีตดูเป็นธรรมชาติและ “บริสุทธิ์” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ดีสำหรับอาหารในยุคที่เต็มไปด้วยอาหารแปรรูปและความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม

หลักฐานทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่า ชุมชนไวกิ้งสามารถปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่นตามระบบนิเวศของแต่ละภูมิภาค โดยผสมผสานกลยุทธ์การหาอาหารทั้งจากทะเลและบนบก รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์นมและการหมักดองในลักษณะที่สมเหตุสมผลทั้งในเชิงนิเวศวิทยาและโภชนาการสำหรับยุคสมัยนั้น multi-isotope and archaeological studies of Norse diets. ความยืดหยุ่นดังกล่าวเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเลียนแบบในเชิงสัญลักษณ์ คือการให้ความสำคัญกับอาหารท้องถิ่นที่หลากหลาย ทว่า ความเป็นจริงด้านสุขภาพในยุคปัจจุบันและภาระโรคที่แตกต่างกัน ทำให้การเลียนแบบโดยไม่ไตร่ตรองนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและไม่ควรทำ

มองไปข้างหน้า

เมื่อมองไปในอนาคต คาดว่าเทรนด์ “อาหารไวกิ้ง” จะยังคงมีการพัฒนาต่อไป เนื่องจากอินฟลูเอนเซอร์บนโซเชียลมีเดียและผู้จัดจำหน่ายตำราอาหารเชิงพาณิชย์จะนำองค์ประกอบต่างๆ มาปรับใช้ใหม่เพื่อการบริโภคในวงกว้าง ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเตือนว่า เทรนด์อาหารที่อิงจากวัฒนธรรมในอดีตอาจมีทั้งคุณและโทษ เทรนด์เหล่านี้อาจกระตุ้นให้ผู้คนหันมาทำอาหารมากขึ้นและลดการบริโภคอาหารแปรรูปสูง แต่ก็อาจทำให้องค์ประกอบที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น เนื้อสัตว์แปรรูป ไขมันอิ่มตัวที่มากเกินไป หรือการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก ดูเป็นเรื่องน่าสนใจได้

วิทยาศาสตร์โภชนาการจะยังคงมีบทบาทสำคัญในการแยกแยะว่าส่วนประกอบใดของอาหารในอดีตมีประโยชน์ และส่วนประกอบใดที่ขึ้นอยู่กับบริบท การวิจัยแบบสหสาขาวิชาที่รวบรวมข้อมูลจากโบราณคดี การวิเคราะห์ชีวโมเลกุล และโภชนาการทางคลินิก จะสามารถช่วยส่งเสริมความเข้าใจของประชาชน และเป็นแนวทางในการปรับใช้อาหารที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมได้อย่างเหมาะสม archaeological isotope and dairy proteomics studies; dental calculus milk-protein evidence.

ในทางปฏิบัติสำหรับผู้อ่านชาวไทย นี่คือขั้นตอนที่ชัดเจนและมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ หากคุณสนใจเทรนด์อาหารไวกิ้ง/นอร์ดิก แต่ต้องการปกป้องสุขภาพของตนเองและเคารพการกินแบบท้องถิ่น:

  1. เน้นอาหารไม่ขัดสี เช่น ผัก พืชตระกูลถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี และผลไม้ พร้อมทั้งลดการบริโภคอาหารแปรรูปสูง
  2. บริโภคปลาไขมันสูงอย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากโอเมก้า 3 โดยเลือกใช้ปลาพื้นถิ่นและใช้วิธีปรุงที่จำกัดการเติมเกลือและน้ำมัน
  3. เปลี่ยนจากการกินข้าวขาวมาเป็นข้าวผสมธัญพืชหรือข้าวกล้อง เพื่อเพิ่มใยอาหาร
  4. ระมัดระวังในการบริโภคผลิตภัณฑ์หมักดองหรืออาหารถนอมแบบดั้งเดิมหรือที่กำลังเป็นที่นิยม: ควรใช้ในปริมาณน้อย เลือกชนิดที่มีโซเดียมต่ำหากเป็นไปได้ และหลีกเลี่ยงการเพิ่มปริมาณเกลือโดยรวม
  5. จำกัดไขมันสัตว์อิ่มตัว อาทิ เนย ไขมันสัตว์ และเนื้อแดงที่มีไขมันมากเกินไป รวมถึงลดปริมาณแอลกอฮอล์
  6. หากมีภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือคอเลสเตอรอลสูง ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนทำการเปลี่ยนแปลงอาหารครั้งใหญ่ AJCN trial benefits of NND; WHO Thailand sodium brief.

แนวทางเหล่านี้เป็นการรวบรวมส่วนที่ดีที่สุดจากหลักการของอาหารนอร์ดิก ซึ่งเน้นพืชเป็นหลัก ปลาเป็นศูนย์กลาง และการบริโภคอาหารตามฤดูกาล พร้อมทั้งปรับให้เข้ากับลักษณะทางระบาดวิทยาและวัฒนธรรมการทำอาหารของประเทศไทย

รายงานข่าวล่าสุดที่เป็นจุดเริ่มต้นของกระแสความสนใจนี้ ได้อ้างอิงคำกล่าวของนักโภชนาการท่านหนึ่งที่สรุปประเด็นสำคัญได้อย่างน่าสนใจว่า อาหารไวกิ้งในประวัติศาสตร์เป็นแรงบันดาลใจที่ดีในการเน้นอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูปและมีความยั่งยืน แต่ไม่ใช่ข้อกำหนดที่ตายตัวสำหรับสุขภาพในยุคปัจจุบัน เราควรนำนิสัยการกินที่ชาญฉลาดกว่ามาใช้ เช่น การเพิ่มไฟเบอร์และปลา ลดอาหารแปรรูปสูง และละทิ้งการบริโภคที่เกินความจำเป็นเพื่อความอยู่รอดในยุคนั้น อาทิ ไขมันอิ่มตัว การถนอมอาหารด้วยเกลือหนัก และการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ Fox News / Yahoo. สำหรับผู้อ่านชาวไทย การตอบสนองที่เป็นประโยชน์ที่สุดคือการเลือกปรับใช้หลักการเหล่านั้นให้เข้ากับวัตถุดิบและวิธีการปรุงอาหารไทยที่คุ้นเคย พร้อมเฝ้าระวังปริมาณเกลือและไขมันอิ่มตัว และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเมื่อจำเป็น

แหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิงในรายงานนี้ ประกอบด้วยรายงานด้านไลฟ์สไตล์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการอภิปรายเกี่ยวกับเทรนด์นี้ Fox News / Yahoo mirror ตลอดจนวรรณกรรมทางโภชนาการและโบราณคดีที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และข้อมูลด้านสาธารณสุข: การทดลองควบคุมแบบสุ่มของอาหารนอร์ดิกแนวใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ในการลดน้ำหนักและลดความดันโลหิต AJCN trial; การทบทวนอย่างเป็นระบบของรูปแบบการกินแบบนอร์ดิกและผลลัพธ์ต่อโรคเมตาบอลิกหัวใจ systematic review — PMC9630197; การศึกษาทางโบราณคดีและชีวโมเลกุลที่สร้างรูปแบบการกินและการบริโภคนมของชาวนอร์สขึ้นใหม่ reconstructing diet in medieval Iceland — PMC6973133 และ dental calculus milk-protein evidence — Europe PMC; ข้อมูลด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับการบริโภคโซเดียมและภาระโรคหัวใจและหลอดเลือดในประเทศไทย WHO Thailand sodium brief และ estimated dietary sodium intake in Thailand — PMC8678751; รวมถึงสรุปที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับหลักฐานของอาหารนอร์ดิกแนวใหม่ Heart UK summary.

หากคุณสนใจที่จะลองปรับใช้อาหารสไตล์นอร์ดิกที่บ้าน ควรเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ เช่น การลองทำปลาทูย่างกินกับผักพื้นบ้านนึ่งและข้าวผสมธัญพืช หรือแกงผักและพืชตระกูลถั่วที่อุดมไปด้วยผลิตผลในท้องถิ่นและใช้เกลือน้อย แนวทางเหล่านี้เป็นการผสมผสานมรดกทางอาหารอันรุ่มรวยของไทยเข้ากับบทเรียนด้านสุขภาพที่ดีที่สุดจากการฟื้นคืนชีพของ “อาหารไวกิ้ง” โดยไม่สร้างภาระให้หัวใจ หรือบั่นทอนเป้าหมายด้านสาธารณสุขของประเทศ